Zillow หุ้นร่วง 17.8% หลังประกาศงบไตรมาสล่าสุด แม้ผลประกอบการดีกว่าคาด นักลงทุนยังกังวลแนวโน้มธุรกิจในอนาคต

Zillow หุ้นร่วง 17.8% หลังประกาศงบไตรมาสล่าสุด แม้ผลประกอบการดีกว่าคาด นักลงทุนยังกังวลแนวโน้มธุรกิจในอนาคต

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:Z

วิเคราะห์สาเหตุหุ้น Zillow (Z) ปรับตัวลง 17.8% หลังประกาศผลประกอบการ แม้รายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง

Zillow Group (NASDAQ: Z) บริษัทเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันจากตลาดทุน หลังราคาหุ้นปรับตัวลดลงประมาณ 17.8% นับตั้งแต่การประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด แม้ว่าผลการดำเนินงานหลายด้านจะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก็ตาม

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความสงสัยให้กับนักลงทุนจำนวนมากว่า เหตุใดบริษัทที่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้เหนือความคาดหวังของตลาด จึงยังถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ผลประกอบการในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มธุรกิจในอนาคต ความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย และภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ที่ยังคงชะลอตัว

ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 ดีกว่าคาด

ในไตรมาส 1 ปี 2026 Zillow รายงานรายได้รวมอยู่ที่ 708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.53 ดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของตลาดที่คาดไว้ราว 0.45-0.46 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างความประหลาดใจเชิงบวกด้านผลประกอบการได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ Zillow ยังสร้างกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ได้เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และมีการขยายตัวของอัตรากำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น

ทำไมหุ้นยังร่วง แม้กำไรเติบโต?

แม้ตัวเลขผลประกอบการจะดูแข็งแกร่ง แต่ตลาดหุ้นมักให้ความสำคัญกับ "แนวโน้มในอนาคต" มากกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

สิ่งที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนคือการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ของฝ่ายบริหาร ซึ่งแม้รายได้ยังมีแนวโน้มเติบโต แต่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) กลับต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้

ผู้บริหารระบุว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้น
  • งบประมาณด้านการตลาดและโฆษณาที่สูงขึ้น
  • การลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่และเทคโนโลยี AI
  • ต้นทุนจากการขยายธุรกิจในระยะยาว

แม้ว่าการลงทุนเหล่านี้อาจส่งผลดีต่อธุรกิจในอนาคต แต่ในระยะสั้นกลับกดดันความสามารถในการทำกำไร ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายหุ้นออกมา

คดี FTC กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ

อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อหุ้น Zillow คือคดีความจาก Federal Trade Commission (FTC) หรือคณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ

FTC ได้ยื่นฟ้อง Zillow และบริษัทอสังหาริมทรัพย์บางแห่ง โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดโฆษณาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าแบบ Multi-family Housing

นอกจากนี้ ยังมีอัยการสูงสุดจากหลายรัฐเข้าร่วมดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน ทำให้เกิดความกังวลว่า Zillow อาจต้องเผชิญค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในอนาคต

ผู้บริหารของ Zillow ยอมรับว่าคดีดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น และบริษัทต้องการให้กระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุด

ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

แม้ Zillow จะดำเนินธุรกิจในรูปแบบแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่รายได้จำนวนมากยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมซื้อขายบ้านในสหรัฐฯ

ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์อเมริกายังคงได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการซื้อบ้านใหม่

ยอดขายบ้านมือสองยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตดอกเบี้ย ส่งผลให้ธุรกิจนายหน้าและบริการที่เกี่ยวข้องเติบโตได้ยากขึ้น

นักลงทุนบางส่วนจึงกังวลว่าแม้ Zillow จะบริหารงานได้ดี แต่หากตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังไม่ฟื้นตัว การเติบโตในระยะยาวอาจถูกจำกัด

ธุรกิจ Mortgage โตโดดเด่น

หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญของ Zillow คือธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ Mortgage Business

ในไตรมาสล่าสุด รายได้จากธุรกิจสินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปริมาณการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเพิ่มขึ้นถึง 96% แตะระดับประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์การเชื่อมต่อผู้ซื้อบ้านกับบริการทางการเงินของ Zillow เริ่มสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน Zillow Home Loans ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านรายสำคัญของสหรัฐฯ และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต

ธุรกิจ Rentals ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งธุรกิจที่โดดเด่นคือกลุ่มบริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (Rentals)

รายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มอพาร์ตเมนต์และโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Multi-family ซึ่งเติบโตถึง 57%

Zillow เปิดเผยว่าปัจจุบันมีอาคารที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มมากกว่า 76,000 แห่ง และยังมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้อีกจำนวนมาก

ฝ่ายบริหารยังคงตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจ Rentals สามารถสร้างรายได้แตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในอนาคตอันใกล้

AI กลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวใหม่

Zillow กำลังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี Artificial Intelligence หรือ AI อย่างจริงจัง

บริษัทได้นำ AI เข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การค้นหาบ้าน การวิเคราะห์ทำเล ไปจนถึงการแนะนำอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า

ผู้บริหารเปิดเผยว่า AI รุ่นใหม่ของ Zillow เริ่มเปิดใช้งานกับผู้ใช้งานบางส่วนแล้ว และผลตอบรับเบื้องต้นถือว่าน่าพอใจ

นอกจากนี้ AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมวิศวกร ส่งผลให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นักวิเคราะห์ยังมองบวกต่อหุ้น Zillow

แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยยังคงมองว่าหุ้น Zillow มีศักยภาพในการฟื้นตัว

หลายสำนักประเมินว่าราคาหุ้นปัจจุบันอาจต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม เนื่องจากตลาดกำลังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงระยะสั้นมากเกินไป

ปัจจัยบวกที่ถูกจับตามอง ได้แก่

  • การเติบโตของธุรกิจ Mortgage
  • การขยายตัวของธุรกิจ Rentals
  • การนำ AI มาใช้งานเชิงพาณิชย์
  • โครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback)
  • สถานะการเงินที่แข็งแกร่ง

บทสรุป

การปรับตัวลงของหุ้น Zillow กว่า 17.8% หลังประกาศผลประกอบการไม่ได้เกิดจากผลลัพธ์ทางธุรกิจที่อ่อนแอ แต่เกิดจากความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มกำไรในอนาคต ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความท้าทาย

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากตัวเลขการเติบโตของรายได้ ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจเช่า รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี AI จะเห็นได้ว่า Zillow ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตในระยะยาว

ดังนั้น นักลงทุนจำนวนมากจึงยังคงจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถเปลี่ยนการเติบโตทางธุรกิจให้กลับมาเป็นความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นได้หรือไม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ที่มา: รายงานวิเคราะห์จาก Zacks Investment Research และข้อมูลผลประกอบการล่าสุดของ Zillow Group Inc.

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง