
Zelle® ขยายเครือข่ายสู่ธนาคารชุมชนและเครดิตยูเนียน 337 แห่งเข้าใช้งานจริงหรือเซ็นสัญญาในปี 2025
Zelle® ขยายเครือข่ายการชำระเงินแบบเรียลไทม์ให้เข้าถึงธนาคารชุมชนและเครดิตยูเนียนมากขึ้น
Zelle® ผู้นำด้านบริการชำระเงินดิจิทัลรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศผลการขยายเครือข่ายในปี 2025 โดยมีธนาคารและเครดิตยูเนียนรวม 337 แห่ง ที่เริ่มให้บริการ Zelle แก่ลูกค้าหรือเซ็นสัญญาเพื่อเตรียมเปิดใช้งาน ตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินที่มีขนาดเล็กและเป็นชุมชนโดยเฉพาะ ช่วยขยายการเข้าถึงการชำระเงินแบบทันทีให้กับลูกค้าทั่วประเทศสหรัฐฯ
การเติบโตของเครือข่าย Zelle ในปี 2025
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดย Zelle® พบว่าในปี 2025 มีสถาบันการเงินรวม 337 แห่ง ที่ “went live” หรือเริ่มให้บริการ Zelle จริง หรือเซ็นสัญญาเพื่อนำเครือข่ายการชำระเงินนี้ไปให้บริการลูกค้าของตนเอง โดยกว่า 97% เป็นธนาคารชุมชนและเครดิตยูเนียนที่มีสินทรัพย์ไม่เกิน 10 พันล้านดอลลาร์ ที่ให้บริการลูกค้าครอบคลุมทั้งคนทำงานในเมือง ชนบท เกษตรกร พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงชุมชนที่ถูกบริหารจัดการและเข้าถึงบริการทางการเงินได้ยาก
จำนวนบัญชีที่เข้าถึงบริการ Zelle เพิ่มขึ้นอย่างมาก
จากการขยายเครือข่ายนั้น ทำให้มีบัญชีธนาคารและเครดิตยูเนียนมากกว่า 13 ล้านบัญชี ที่สามารถใช้บริการ Zelle ได้ทั่ว 46 รัฐและดินแดนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้สามารถส่งและรับเงินได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
เหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการขยายเครือข่าย
Denise Leonhard ผู้จัดการทั่วไปของ Zelle® กล่าวว่าปี 2025 เป็นปีแห่งการ “ขยายการเข้าถึงอย่างรอบด้านและกว้างขวาง” โดยเครือข่ายของ Zelle ในปัจจุบันครอบคลุมบัญชีธนาคารและเครดิตยูเนียนมากถึง 80% ในสหรัฐฯ และการเติบโตในปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง เพื่อช่วยลดความยุ่งยากด้านเทคโนโลยี เร่งการยอมรับระบบ และทำให้บริการ Zelle เข้าถึงชุมชนได้มากขึ้น ทั้งนี้ยังคงมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคและความเชื่อถือได้เหมือนเดิม
บทบาทในชีวิตประจำวันของผู้ใช้
Zelle® ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือที่สะดวกสบายสำหรับการโอนเงินทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการค่าใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น ค่าเช่าบ้าน หรือการโอนเงินชำระค่าสาธารณูปโภคกับเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งช่วยให้ครอบครัวและผู้ประกอบการขนาดเล็กมีทางเลือกที่รวดเร็วและเชื่อถือได้สำหรับการชำระเงินสำคัญเหล่านี้
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายการเข้าถึง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Zelle® ขยายเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่องคือการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและระบบชำระเงินหลายแห่ง เช่น
- โปรแกรมความร่วมมือกับ Velera เพื่อขยายการเข้าถึง Zelle ไปยังเครดิตยูเนียนที่เป็น Minority Deposit Institution (MDI) ซึ่งเน้นการให้บริการทางการเงินแก่ชุมชนที่ด้อยโอกาส
- ความร่วมมือกับ Alacriti เพื่อฝังบริการ Zelle ลงในระบบจัดการชำระเงิน Orbipay Payments Hub ซึ่งช่วยให้ธนาคารและเครดิตยูเนียนสามารถเชื่อมต่อระบบ Zelle ได้ง่ายขึ้นผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว
บทบาทของพันธมิตรด้านรีเซลเลอร์
นอกจากความร่วมมือโดยตรงแล้ว Zelle® ยังทำงานร่วมกับรีเซลเลอร์รายใหญ่ในระบบการเงิน เช่น Fiserv ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แทนรีเซลเลอร์ที่มีบทบาทสำคัญในการนำระบบ Zelle ไปสู่สถาบันการเงินทั่วประเทศ สร้างประสบการณ์การชำระเงินแบบ “real-time” ที่ผู้บริโภคคาดหวังจากบริการชำระเงินดิจิทัลในยุคปัจจุบัน
ผลกระทบต่อธนาคารชุมชนและเครดิตยูเนียน
ธนาคารชุมชนและเครดิตยูเนียนมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าท้องถิ่น ทั้งคนทำงานในเมืองเล็ก ครอบครัว และธุรกิจขนาดเล็ก การที่สถาบันเหล่านี้สามารถนำบริการ Zelle ไปใช้ได้ช่วยให้ลูกค้าของพวกเขามีทางเลือกที่รวดเร็วและปลอดภัยในการโอนเงิน สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการเงินระดับสูงเหมือนกับสถาบันขนาดใหญ่
การช่วยสนับสนุนชุมชนทั่วประเทศ
การขยายเครือข่ายของ Zelle® ไม่ได้จำกัดเฉพาะเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ชนบทและชุมชนที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ยาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการรวมตัวทางการเงิน (financial inclusion) และการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น
ความพร้อมของเครือข่าย Zelle® ในปัจจุบัน
Zelle® เป็นเครือข่ายการชำระเงินแบบ person-to-person ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งและรับเงินได้ทันทีผ่านธนาคารหรือเครดิตยูเนียนที่เข้าร่วม โดยไม่ต้องใช้เงินสด เช็ค หรือแอปภายนอก และจนถึงปัจจุบันเครือข่าย Zelle® มีสถาบันการเงินเข้าร่วมมากกว่า 2,300 แห่งทั่วสหรัฐฯ ซึ่งครอบคลุมการใช้งานอย่างแพร่หลายสำหรับลูกค้าผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก
#Zelle #การชำระเงินดิจิทัล #ธนาคารชุมชน #เครดิตยูเนียน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น