
Williams-Sonoma โชว์ผลงาน Q1 แกร่ง รายได้ 1.81 พันล้านดอลลาร์ แม้เจอแรงกดดันภาษีและต้นทุนน้ำมัน
Williams-Sonoma โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2026 แข็งแกร่งกว่าคาด
Williams-Sonoma รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 1.81 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 1.93 ดอลลาร์ สะท้อนว่าธุรกิจสินค้าแต่งบ้าน เครื่องครัว และเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมยังคงมีแรงซื้อ แม้บริษัทต้องเผชิญแรงกดดันจากภาษีนำเข้า ต้นทุนน้ำมัน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโดยรวม อ้างอิงข้อมูลจาก MarketBeat
ยอดขายโตทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
บริษัทระบุว่า comparable brand revenue เติบโต 4.8% ในไตรมาสนี้ โดยยอดขายช่องทาง e-commerce เพิ่มขึ้น 4.8% และยอดขายผ่านร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.7% ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะแสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงตอบรับสินค้าของบริษัททั้งในโลกออนไลน์และ offline store
Laura Alber ประธานและ CEO ของ Williams-Sonoma กล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นปีงบประมาณ 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยทุกแบรนด์ในพอร์ตสามารถทำยอดขาย comparable เป็นบวกได้ทั้งหมด จุดเด่นอยู่ที่การฟื้นตัวของหมวดเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องครัว และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว
กำไรยังแข็งแรง แม้ต้นทุนภาษีและน้ำมันกดดัน
กำไรจากการดำเนินงานของ Williams-Sonoma อยู่ที่ 292 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ operating margin อยู่ที่ 16.2% แม้ gross margin ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 44% จากผลกระทบของภาษีนำเข้าและค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น
Jeff Howie ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัท ระบุว่า ต้นทุนสินค้าถูกกดดันจาก tariff ที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถชดเชยบางส่วนได้จากประสิทธิภาพของ supply chain การบริหารพื้นที่ร้านค้า และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
West Elm และ Williams Sonoma เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
แบรนด์ West Elm ทำผลงานโดดเด่นที่สุด โดย comparable sales เพิ่มขึ้น 8.5% จากการพัฒนาสินค้าใหม่ การสร้าง engagement กับลูกค้า และความสำเร็จของ collaboration เช่นแคมเปญร่วมกับ Emma Chamberlain ซึ่งช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลง
ส่วนแบรนด์ Williams Sonoma เติบโต 5% จากแรงหนุนของสินค้าเครื่องครัว สินค้า exclusive และความร่วมมือกับแบรนด์ดัง เช่น Breville, GreenPan และ Oakville Grocery ขณะที่ Pottery Barn Kids and Teens โต 4.5% และ Pottery Barn กลับมาเป็นบวกที่ 1%
ธุรกิจ B2B โตแรง พร้อมสร้างสถิติใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือธุรกิจ B2B ซึ่งเติบโต 13.7% และทำสถิติไตรมาสใหม่ โดยยอดขายกลุ่ม trade เพิ่มขึ้น 9% และ contract sales เพิ่มขึ้น 22% ลูกค้าหลักมาจากโครงการโรงแรม ที่พักระดับพรีเมียม สนามกีฬา และงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
บริษัทชี้ว่าแบรนด์ Rejuvenation และ Mark and Graham ยังเติบโตในระดับ double-digit โดย Rejuvenation ได้แรงหนุนจากสินค้าโปรเจกต์ เช่น อุปกรณ์ตู้ ห้องน้ำ ไฟ และกระจก ส่วน Mark and Graham แข็งแรงในตลาดของขวัญ personalized gift
คงเป้าทั้งปี แต่ยังจับตาภาษี ดอกเบี้ย และตลาดที่อยู่อาศัย
แม้ผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าคาด Williams-Sonoma ยังคงประมาณการปีงบประมาณ 2026 ไว้เท่าเดิม โดยคาดว่า comparable brand revenue จะเติบโต 2% ถึง 6% และรายได้สุทธิรวมจะเติบโต 2.7% ถึง 6.7% ส่วน operating margin คาดว่าจะอยู่ในช่วง 17.5% ถึง 18.1%
ผู้บริหารเตือนว่าแนวโน้มยังมีความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้า ภาษีนำเข้า ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย และภาวะตลาดที่อยู่อาศัย โดยผลกระทบจากภาษีน่าจะหนักที่สุดในครึ่งปีแรก และไตรมาส 2 อาจเป็นช่วงที่แรงกดดันสูงสุด
คืนเงินให้ผู้ถือหุ้น 373 ล้านดอลลาร์
ในไตรมาสแรก บริษัทคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นรวม 373 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการซื้อหุ้นคืน 288 ล้านดอลลาร์ และเงินปันผล 85 ล้านดอลลาร์ โดยเงินปันผลเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และปีงบประมาณ 2026 ถือเป็นปีที่ 17 ติดต่อกันที่บริษัทเพิ่มการจ่ายเงินปันผล
ลงทุน AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
Williams-Sonoma ยังเดินหน้าลงทุนด้าน Artificial Intelligence เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในหลายส่วน เช่น customer service, product discovery, room planning, image generation, design recommendation และ supply chain productivity แนวทางนี้สะท้อนกลยุทธ์ “digital-first, but not digital-only” ที่บริษัทใช้ผสมผสานระหว่างออนไลน์และหน้าร้าน
ภาพรวมสำหรับนักลงทุน
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการไตรมาสแรกของ Williams-Sonoma แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีฐานแบรนด์ที่แข็งแรง การบริหารต้นทุนที่ดี และยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ แม้เจอแรงกดดันจากต้นทุนภายนอก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามผลกระทบจากภาษีนำเข้า อัตราดอกเบี้ย และภาวะตลาดบ้านในสหรัฐฯ เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงที่เหลือของปี
สรุป: Williams-Sonoma เปิดปีงบประมาณ 2026 ได้อย่างมั่นใจ ด้วยยอดขายที่เติบโตทุกแบรนด์ กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น และธุรกิจ B2B ที่ขยายตัวต่อเนื่อง แม้ยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจมหภาค แต่บริษัทดูพร้อมรับมือด้วยแบรนด์ที่แข็งแรง สินค้า exclusive และการลงทุนด้านดิจิทัลกับ AI อย่างต่อเนื่อง
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น