ทำไมนักลงทุนคนนี้บอกว่าคุณสามารถทำเงิน “จากหุ้นซอฟต์แวร์ได้ดี” หากเทรดเหมือน “ไดเรกทอรีโทรศัพท์”

ทำไมนักลงทุนคนนี้บอกว่าคุณสามารถทำเงิน “จากหุ้นซอฟต์แวร์ได้ดี” หากเทรดเหมือน “ไดเรกทอรีโทรศัพท์”

โดย ADMIN

มุมมองใหม่ในการลงทุนหุ้นซอฟต์แวร์

ในโลกการลงทุนที่หลายคนยังกลัวว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ “AI” จะทำให้หุ้นซอฟต์แวร์หมดความสำคัญ นักลงทุนเชิงคุณค่านามว่า Lee Roach ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างแตกต่าง โดยบอกว่าหุ้นซอฟต์แวร์ที่ราคาตกลงอย่างมากนั้นกลับอาจเป็นโอกาสทองสำหรับการซื้อและทำกำไร — ถ้าเราเข้าใจวิธีเทรดมันเหมือนกับ “ไดเรกทอรีโทรศัพท์” ที่แม้ว่าจะอยู่ในช่วงถดถอย แต่มูลค่าของมันยังคงมีอยู่และสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง

ใครคือ Lee Roach และมุมมองของเขา

Lee Roach เป็นนักลงทุนเชิงคุณค่า (deep value investor) ที่มีชื่อเสียงเรื่องการมองหาโอกาสในหุ้นขนาดเล็ก (microcap) หรือบริษัทที่เพิ่งผ่านการล้มละลายและกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ผ่านจดหมายข่าว “The Value Road” ใน Substack เขาเขียนว่าตนเองมักสนใจหุ้นที่ “ราคาถูก ถูกมองข้าม และมีงบดุลที่เขาสามารถเข้าใจได้” แต่ในอดีตเขาไม่ค่อยสนใจหุ้นซอฟต์แวร์เท่าไร เพราะหลายบริษัทมีอัตราส่วนราคาต่อรายได้ (P/S) สูงมากจนเกือบจะไม่มีเหตุผลจะลงทุน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างออกไป หุ้นซอฟต์แวร์ใน S&P 500 Software Index ได้ปรับตัวลงกว่า 22% ในปีนี้ ทำให้หุ้นอย่าง Salesforce ก็ราคาตกลงถึง 30% ด้วยเช่นกัน — ซึ่งทำให้หลายหุ้นดู “ถูกเกินไป” เมื่อเทียบกับอดีตที่ยังสูงเกินไป

เปรียบเทียบหุ้นซอฟต์แวร์กับ “ไดเรกทอรีโทรศัพท์”

หนึ่งในข้อโต้แย้งหลักของ Roach คือหุ้นซอฟต์แวร์อาจถูกมองว่าเป็น “ธุรกิจที่อยู่ในช่วงถดถอย” เหมือนไดเรกทอรีโทรศัพท์ที่ไม่ค่อยมีคนใช้แล้ว แต่จริง ๆ แล้วยังสร้างรายได้และ cash flow ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เช่นเดียวกับธุรกิจยาสูบหรือสิ่งพิมพ์บางประเภทที่เคยถูกมองว่าตาย แต่ยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

Roach บอกว่า “ความหวาดกลัวสูงสุดของตลาด” ในหุ้นซอฟต์แวร์ตอนนี้ ทำให้ราคาปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว — เป็นระดับที่เขาไม่ค่อยเคยเห็นนอกจากในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 เท่านั้น นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังมองข้ามคุณค่าที่แท้จริงของบริษัทเหล่านี้เป็นอย่างมาก

ทำไมตลาดถึงกลัว AI มากขนาดนี้?

แต่ Roach ระบุว่าแม้ moat หรือ “คู่อยางเชิงการแข่งขัน” ของซอฟต์แวร์บางตัวจะลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหมดมูลค่าไปเสียทีเดียว เพราะหลายบริษัทยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง มีรายได้ต่อเนื่องจากสัญญา และมี free cash flow แม้ในภาวะรายได้เริ่มชะลอลงก็ตาม ซึ่งหลายบริษัทถูกเทขายจนราคาต่ำกว่าค่า free cash flow เพียง 2-3 เท่า — เป็นระดับที่นักลงทุนคุณค่า “ชอบมาก”

ตัวอย่างข้อมูลเชิงตัวเลข

แม้ภาพรวมของหุ้นกลุ่มนี้จะร่วงลง — ตัวอย่างเช่น iShares Expanded Tech-Software Sector ETF ที่ลดลงประมาณ 21% ในช่วง 52 สัปดาห์ที่ผ่านมา — แต่ free cash flow ต่อหุ้นกลับเพิ่มขึ้นถึง 11% เมื่อปีที่ผ่านมา นี่แสดงให้เห็นว่ารายได้จริงที่บริษัทสร้างยังไม่ได้ลดลงแบบฉับพลันเหมือนราคาหุ้น

และแม้จะมีเพียงบางบริษัทใน ETF นี้ที่มีอัตราส่วนราคาต่อ cash flow ต่ำกว่า 3 เท่า เช่นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์บางแห่ง แต่ก็มีหลายบริษัทที่อยู่ในตัวเลขหลักเดียว ซึ่งสำหรับนักลงทุนเชิงคุณค่าแล้วถือว่า “น่าสนใจมาก”

เหตุผลที่บริษัทซอฟต์แวร์ยังน่าสนใจ

แม้ว่าตลาดจะกลัวว่าบริษัทเหล่านี้จะถูกทำให้ล้มหรือสูญเสียส่วนแบ่งตลาดจาก AI แต่ Roach ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ยังมีข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น:

  • ฐานลูกค้าขนาดใหญ่พร้อมสัญญารายปีหลายปี
  • ต้นทุนการเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ของลูกค้ามักสูง (switching cost สูง)
  • ข้อมูลเชิงลึก (data) ที่สะสมมาอย่างยาวนาน
  • ช่องทางจัดจำหน่ายและความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว

Roach ยังชี้ว่าหากบริษัทเหล่านี้สามารถ “เปลี่ยนผ่าน” ตัวเองให้ lean (เบา) และ profitable (มีกำไรมากขึ้น) แม้ในสภาพแวดล้อมที่มี AI มากขึ้น — นั่นก็อาจจะเป็นโอกาสทำกำไรระยะยาวที่ดี แทนที่จะเป็นความเสี่ยงที่ตลาดเข้าใจผิด

ประเด็นสำคัญ: เทรดอย่างไรให้ได้ผล?

คำเปรียบเปรยสำคัญของ Roach คือให้มองหุ้นเหล่านี้เหมือนกับ ไดเรกทอรีโทรศัพท์ — ซึ่งแม้จะดูเป็นธุรกิจที่ตกยุค แต่ยังสามารถสร้างรายได้ได้ในช่วงเวลาที่ยาวนาน เพราะบางคนยังต้องใช้มันอยู่ โดยหลักการเทรดที่เขานำเสนอคือ:

  • อย่าตีค่าบริษัทเพียงจากความสามารถแข่งขันแบบเดิม
  • ดูที่ free cash flow และต้นทุนจริงที่บริษัทสามารถสร้างได้
  • เมื่อตลาดกลัวเกินไป ให้เริ่มเข้าซื้อในจังหวะราคาตก
  • ยอมรับว่าธุรกิจจะค่อย ๆ ลดขนาด แต่สามารถให้ผลตอบแทนได้ในระยะยาว

ข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนทั่วไป

Roach เองไม่ได้หมายความว่าการลงทุนแบบนี้เหมาะสำหรับทุกคน — โดยเฉพาะนักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์มาก ความผันผวนของซอฟต์แวร์และเทคโนโลยียังสูงซึ่งอาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นลงเร็วและแรง ดังนั้นการมีแนวคิด คุณค่า (value investing) และมุมมองระยะยาวเป็นสิ่งจำเป็น

นอกจากนี้ นักลงทุนควรแยกแยะระหว่างการเทรดหุ้นซอฟต์แวร์จริงกับสิ่งที่อาจเป็นการหลอกลวง เช่น การชวนเทรดหุ้นผ่านแอปปลอม หรือโอกาสที่ฟังดู “ง่ายเกินไป” ซึ่งปัจจุบันมีข่าวการหลอกลวงและมิจฉาชีพในตลาดการลงทุนออนไลน์ให้ระวังอยู่มากในไทยด้วย

บทสรุป

มุมมองของ Lee Roach เป็นตัวอย่างของการคิดที่ต่างออกไป — เมื่อคนส่วนใหญ่กลัว นักลงทุนเชิงคุณค่าบางคนกลับมองเห็น “โอกาส” ที่ตลาดมองข้าม หุ้นซอฟต์แวร์ที่ถูกเทขายอย่างหนักอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังจะตาย แต่เป็นธุรกิจที่กำลัง “ลดขนาดอย่างช้า ๆ” ซึ่งถ้านักลงทุนเข้าใจวิธีเล่นกับมันเหมือนกับ “ไดเรกทอรีโทรศัพท์” — มันอาจทำกำไรได้มากกว่าที่หลายคนคิด

#หุ้นซอฟต์แวร์ #AIและการลงทุน #ValueInvesting #ตลาดการเงิน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

ทำไมนักลงทุนคนนี้บอกว่าคุณสามารถทำเงิน “จากหุ้นซอฟต์แวร์ได้ดี” หากเทรดเหมือน “ไดเรกทอรีโทรศัพท์” | SlimScan