
ทำไม Zacks มองว่ายังควรถือหุ้น OPK ไว้ในพอร์ตตอนนี้
ทำไม Zacks มองว่ายังควรถือหุ้น OPK ไว้ในพอร์ตตอนนี้
OPKO Health หรือ OPK กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลัง Zacks เผยบทวิเคราะห์ว่า นักลงทุนอาจยังควร “retain” หรือถือหุ้นตัวนี้ไว้ในพอร์ตต่อไปในระยะนี้ โดยมุมมองดังกล่าวมาจากปัจจัยบวกด้านผลิตภัณฑ์หลักอย่าง RAYALDEE ความคืบหน้าของพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ และการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ช่วยให้ผลขาดทุนลดลง แม้บริษัทยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลงและความเสี่ยงด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรม healthcare ก็ตาม
ภาพรวมข่าวหุ้น OPK
บทวิเคราะห์ของ Zacks ระบุว่า OPKO Health ยังมีเหตุผลให้ถือไว้ในพอร์ต เพราะบริษัทไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจตรวจวินิจฉัยโรคเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจ pharmaceutical และ pipeline ด้าน biotech ที่อาจสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต โดยเฉพาะรายได้จาก RAYALDEE, ส่วนแบ่งกำไรจาก NGENLA ผ่านความร่วมมือกับ Pfizer และความคืบหน้าของ ModeX Therapeutics ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญด้าน antibody-based therapeutics
ในไตรมาสแรกปี 2026 OPKO รายงานรายได้รวม 124.2 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 149.9 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลด operating loss เหลือ 51.0 ล้านดอลลาร์ จาก 67.2 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการควบคุมต้นทุนและการปรับโครงสร้างบางส่วนเริ่มส่งผลในเชิงบวก
RAYALDEE ยังเป็นตัวแปรสำคัญ
RAYALDEE ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลักของ OPKO Health โดยรายได้จากผลิตภัณฑ์นี้ในไตรมาสแรกปี 2026 อยู่ที่ 6.3 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2025 แม้ตัวเลขไม่ได้เติบโตแรง แต่ความสม่ำเสมอของรายได้ช่วยให้บริษัทมีฐานธุรกิจที่คาดการณ์ได้มากขึ้นในช่วงที่ธุรกิจ diagnostics ยังถูกกดดัน
สำหรับนักลงทุน จุดเด่นของ RAYALDEE คือเป็นสินค้าที่มีตลาดเฉพาะทาง และเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบางกลุ่ม ทำให้มีโอกาสรักษาฐานรายได้ต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถขยายการเข้าถึงแพทย์ ผู้ป่วย และระบบประกันสุขภาพได้ดีขึ้น
NGENLA และพาร์ตเนอร์ Pfizer ช่วยเสริมความน่าสนใจ
อีกปัจจัยที่ทำให้ OPK ยังน่าจับตาคือ NGENLA ยาฮอร์โมนการเจริญเติบโตชนิดฉีดสัปดาห์ละครั้ง ซึ่ง Pfizer เป็นพาร์ตเนอร์เชิงพาณิชย์ของ OPKO โดย OPKO มีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง gross profit จากยอดขาย NGENLA และ Genotropin รวมถึง milestone payment เพิ่มเติมในอนาคตบางกรณี
ในไตรมาสแรกปี 2026 รายได้จากการโอนทรัพย์สินทางปัญญาและรายการอื่นเพิ่มเป็น 14.0 ล้านดอลลาร์ จาก 12.3 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจาก gross profit share payments ของ NGENLA ซึ่งเพิ่มเป็น 6.4 ล้านดอลลาร์ จาก 4.5 ล้านดอลลาร์
ธุรกิจ Diagnostics ยังเป็นจุดที่ต้องระวัง
แม้ OPKO จะมีสัญญาณบวกจากฝั่ง pharmaceutical แต่ธุรกิจ diagnostics ยังเป็นความท้าทายสำคัญ รายได้จากบริการในไตรมาสแรกปี 2026 อยู่ที่ 72.2 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 102.8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการขายสินทรัพย์ oncology บางส่วนให้ Labcorp ในปี 2025 และการออกจากบริการตรวจบางประเภทที่มี margin ต่ำหรือขาดทุน
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจคือ operating loss ของธุรกิจ diagnostics ลดลงเหลือ 13.0 ล้านดอลลาร์ จาก 23.9 ล้านดอลลาร์ แปลว่ารายได้ลดลงจริง แต่โครงสร้างต้นทุนดูดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่า OPKO กำลังพยายามทำให้ธุรกิจมีคุณภาพมากกว่าการไล่โตเฉพาะยอดขาย
ทำไมนักลงทุนอาจยังควรถือ OPK
1. ผลขาดทุนลดลง
ตัวเลขขาดทุนสุทธิของ OPKO ในไตรมาสแรกปี 2026 อยู่ที่ 54.8 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.07 ดอลลาร์ต่อหุ้น ดีขึ้นจากขาดทุน 67.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.10 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปีก่อนหน้า นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดมองว่าบริษัทอาจกำลังอยู่ในช่วง turnaround อย่างค่อยเป็นค่อยไป
2. รายได้ pharmaceutical มีแนวโน้มแข็งแรงขึ้น
รายได้จากผลิตภัณฑ์ pharmaceutical อยู่ที่ 38.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 34.8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายในสเปนและผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากธุรกิจ diagnostics ได้บางส่วน
3. Pipeline ระยะยาวยังมี upside
OPKO มี ModeX Therapeutics เป็นแกนหลักในการพัฒนาเทคโนโลยี antibody ขั้นสูง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับ oncology และ immunology หาก clinical trial เดินหน้าได้ดี บริษัทอาจมีโอกาสสร้างมูลค่าใหม่ผ่าน partnership, licensing deal หรือ milestone payment ในอนาคต
ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
ถึงแม้มุมมองของ Zacks จะสนับสนุนให้ถือหุ้น OPK ต่อไป แต่หุ้นตัวนี้ยังมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรระวังเรื่องรายได้รวมที่ลดลง การขาดทุนต่อเนื่อง การพึ่งพาผลิตภัณฑ์บางตัว และการแข่งขันในตลาด biotech ที่รุนแรงมาก นอกจากนี้ หุ้นขนาดเล็กในกลุ่ม healthcare มักมีความผันผวนสูงกว่าหุ้นใหญ่ จึงไม่เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงไม่ได้
สรุปมุมมองต่อหุ้น OPK
โดยรวมแล้ว OPKO Health ยังเป็นหุ้น healthcare ที่มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง ด้านบวกคือบริษัทมี RAYALDEE เป็นฐานรายได้ มี NGENLA ที่เชื่อมโยงกับ Pfizer และมี pipeline จาก ModeX ที่อาจสร้างมูลค่าในระยะยาว ด้านลบคือรายได้รวมยังลดลง และบริษัทยังไม่สามารถทำกำไรสุทธิได้อย่างมั่นคง
ดังนั้น คำว่า “retain” ในมุมมองของ Zacks จึงไม่ได้แปลว่าหุ้น OPK ปลอดภัยหรือควรซื้อเพิ่มทันที แต่หมายถึงนักลงทุนที่ถืออยู่แล้วอาจยังมีเหตุผลให้ติดตามต่อ โดยเฉพาะหากเชื่อว่าแผนลดต้นทุน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และ pipeline ด้าน biotech จะเริ่มสะท้อนเป็นผลลัพธ์ทางการเงินในอนาคต
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและข้อมูลสาธารณะเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
#OPK #OPKOHealth #หุ้นสหรัฐ #HealthcareStock #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น