ทำไมพอร์ต 60/40 อาจไม่ใช่คำตอบ แม้ Treasury Bond Yield แตะระดับ 5%

ทำไมพอร์ต 60/40 อาจไม่ใช่คำตอบ แม้ Treasury Bond Yield แตะระดับ 5%

โดย ADMIN

ทำไมพอร์ต 60/40 อาจไม่ใช่คำตอบ แม้ Treasury Bond Yield แตะระดับ 5%

บทความจาก Seeking Alpha ชี้ว่า แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ Treasury Bond Yield จะขยับขึ้นใกล้ระดับ 5% ซึ่งดูน่าสนใจสำหรับนักลงทุนสายอนุรักษ์นิยม แต่ผู้เขียนยังไม่เลือกกลับไปใช้พอร์ตแบบดั้งเดิม 60/40 หรือการลงทุนในหุ้น 60% และพันธบัตร 40% เพราะมองว่าภาพรวมความเสี่ยงยังไม่คุ้มกับผลตอบแทนจริงหลังหักเงินเฟ้อ

พอร์ต 60/40 คืออะไร

พอร์ต 60/40 เป็นแนวคิดลงทุนคลาสสิกที่ใช้กันมายาวนาน โดยแบ่งเงินลงทุน 60% ไปยังหุ้น และอีก 40% ไปยังพันธบัตร จุดประสงค์คือให้หุ้นช่วยสร้างการเติบโต ส่วนพันธบัตรช่วยลดความผันผวนเวลาตลาดหุ้นตก แต่ในยุคที่เงินเฟ้อยังสูง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง โมเดลนี้อาจไม่ได้ให้การป้องกันที่ดีเหมือนในอดีต

ทำไม Yield 5% ยังไม่พอจูงใจ

ตัวเลข 5% อาจดูสูงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อน แต่ประเด็นสำคัญคือ real yield หรือผลตอบแทนจริงหลังหักเงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อยังเหนียวแน่น ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจริงอาจต่ำกว่าที่เห็นมาก ผู้เขียนจึงมองว่า headline yield เพียงอย่างเดียวไม่พอสำหรับการตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักพันธบัตรระยะยาว

ความเสี่ยงของพันธบัตรยังไม่หายไป

ราคาพันธบัตรเคลื่อนไหวสวนทางกับอัตราผลตอบแทน หากดอกเบี้ยยังสูงหรือตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ราคาพันธบัตรระยะยาวอาจถูกกดดันต่อไป แม้จะมี coupon ที่สูงขึ้นก็ตาม นั่นหมายความว่านักลงทุนอาจได้รับดอกเบี้ย แต่ขาดทุนจากราคาตลาดได้เช่นกัน

ผู้เขียนเลือกถือพันธบัตรน้อยกว่า 40%

แทนที่จะใช้สูตร 60/40 แบบตายตัว ผู้เขียนระบุว่าพอร์ตของเขาถือพันธบัตรประมาณ 24% โดยผสมทั้งพันธบัตรระยะยาว เช่น EDV และพันธบัตรระยะกลาง เช่น VGIT เพื่อรักษาความยืดหยุ่น ไม่ล็อกเงินมากเกินไปในสินทรัพย์ที่ยังมีความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย

ทองคำและเงินอาจช่วยกระจายความเสี่ยง

บทความยังเสนอให้พิจารณาสินทรัพย์ทางเลือก เช่น gold และ silver เพราะอาจช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ค่าเงิน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าการฝากความหวังไว้กับพันธบัตรเพียงอย่างเดียว

หุ้น Value และ Defensive ยังมีบทบาท

ในสภาพตลาดที่ valuation ของหุ้นบางกลุ่มสูง ผู้เขียนมองว่าหุ้นแนว value-oriented หรือหุ้นที่มีราคาสมเหตุสมผลและกระแสเงินสดแข็งแรง อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า โดยเฉพาะกลุ่มที่ทนต่อเงินเฟ้อ มี pricing power และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

สรุปมุมมองการลงทุน

ใจความสำคัญคือ นักลงทุนไม่ควรดูแค่ Yield 5% แล้วรีบกลับไปใช้พอร์ต 60/40 ทันที แต่ควรประเมินเงินเฟ้อ ผลตอบแทนจริง ความเสี่ยงดอกเบี้ย และบทบาทของสินทรัพย์อื่นร่วมด้วย สูตรสำเร็จแบบเดิมอาจยังใช้ได้กับบางคน แต่ในตลาดปัจจุบัน การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่นอาจเหมาะกว่า

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและมุมมองการลงทุนจากบทวิเคราะห์ต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงตามเป้าหมายของตนเอง

#พอร์ต6040 #TreasuryYield #พันธบัตรสหรัฐ #กลยุทธ์ลงทุน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง