Wedbush ชี้จังหวะทอง “Buy the Dip” หุ้น Planet Labs หลังราคาร่วงแรง แม้ผลประกอบการแข็งแกร่ง

Wedbush ชี้จังหวะทอง “Buy the Dip” หุ้น Planet Labs หลังราคาร่วงแรง แม้ผลประกอบการแข็งแกร่ง

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:PL

Wedbush มั่นใจ Planet Labs ยังโตได้อีก แนะนักลงทุนเข้าซื้อหลังหุ้นปรับฐาน

หุ้นของ Planet Labs (NYSE: PL) บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและโซลูชันด้าน Geospatial Intelligence จากเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลงอย่างหนักในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ หลังจากบริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการทั้งปีที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของนักลงทุนสายเติบโต (Growth Investors) ได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสล่าสุดจะออกมาแข็งแกร่งก็ตาม

อย่างไรก็ตาม Dan Ives นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Wedbush Securities กลับมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวลง หรือที่เรียกว่า "Buy the Dip" โดยเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาวสูงมาก

ผลประกอบการไตรมาสแรกทำสถิติสูงสุด แต่ตลาดยังไม่พอใจ

Planet Labs รายงานรายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ 94.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถขยายมูลค่างานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการใช้บริการที่แข็งแกร่งจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

แม้ว่าตัวเลขรายได้จะออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดกลับตอบสนองในเชิงลบ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนกังวลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างด้านอัตรากำไร (Margin Adjustments) และการจัดสรรเงินลงทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรงหลังการประกาศผลประกอบการ

Wedbush เชื่อมั่นธุรกิจภาครัฐคือหัวใจสำคัญของการเติบโต

Dan Ives ระบุว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ Wedbush ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Planet Labs มาจาก Government Pipeline หรือโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐทั่วโลก ซึ่งมีอัตรากำไรสูงและสร้างรายได้ระยะยาวที่มั่นคงให้กับบริษัท

ในช่วงต้นปี 2026 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก ส่งผลให้ความต้องการข้อมูลดาวเทียมด้านความมั่นคงและข่าวกรองเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยรายได้ในกลุ่ม Defense & Intelligence ของ Planet Labs เติบโตถึง 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัท

ขณะเดียวกัน มูลค่างานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 906 ล้านดอลลาร์ หรือขยายตัวกว่า 72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้งานที่ยังแข็งแกร่งจากรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงทั่วโลก

การลงทุนด้าน AI และ Analytics คือกุญแจสำคัญในอนาคต

อีกหนึ่งปัจจัยที่ Wedbush มองว่าเป็นจุดแข็งของ Planet Labs คือการเปลี่ยนผ่านจากการขายภาพถ่ายดาวเทียมแบบดั้งเดิม ไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ผสานเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Advanced Analytics) เข้าด้วยกัน

บริษัทกำลังเร่งพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำข้อมูลจากดาวเทียมมาวิเคราะห์และสร้างข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าสำหรับภาครัฐ ธุรกิจพลังงาน การเกษตร การจัดการสิ่งแวดล้อม และภาคการเงิน ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าการขายข้อมูลภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว

Wedbush มองว่าการลงทุนเหล่านี้อาจกดดันกำไรในระยะสั้น แต่จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

ดาวเทียม Pelican-11 เดินหน้าตามแผน หนุนการเติบโตระยะยาว

Planet Labs ยังประกาศความคืบหน้าของโครงการดาวเทียมรุ่นใหม่ โดยล่าสุดได้ส่ง Pelican-11 Demonstration Satellite ไปยังฐานปล่อยจรวดของ SpaceX เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแผนพัฒนากลุ่มดาวเทียมรุ่นถัดไปของบริษัท

ดาวเทียมในตระกูล Pelican ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพถ่ายและประสิทธิภาพการเก็บข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้ Planet Labs สามารถแข่งขันในตลาดข้อมูลดาวเทียมระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น และสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เงินสดกว่า 731 ล้านดอลลาร์

อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้กับนักวิเคราะห์คือสถานะทางการเงินของบริษัท โดย ณ สิ้นไตรมาสแรก Planet Labs มีเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องรวมประมาณ 731 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราการรักษารายได้จากลูกค้าเดิม หรือ Net Dollar Retention Rate อยู่ที่ 113% สะท้อนว่าลูกค้าเดิมยังคงใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตในอนาคต

สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้โอกาสฟื้นตัว

นอกจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว นักวิเคราะห์ยังมองว่าสัญญาณทางเทคนิคเริ่มสนับสนุนการฟื้นตัวของหุ้น Planet Labs ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลจากตลาดออปชันแสดงให้เห็นว่า Put-to-Call Ratio สำหรับสัญญาที่จะหมดอายุในช่วงกลางเดือนสิงหาคมอยู่ที่เพียง 0.42 ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่อแนวโน้มราคาหุ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน ค่า Relative Strength Index (RSI) ปรับตัวลงสู่ระดับกลาง 30 ซึ่งใกล้เข้าสู่เขต Oversold หรือภาวะขายมากเกินไป ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าหุ้นอาจมีโอกาสเกิด Technical Rebound หรือการฟื้นตัวระยะสั้นได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Wall Street ยังให้น้ำหนัก “ซื้อ” ต่อหุ้น Planet Labs

Wedbush ไม่ใช่สถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวที่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Planet Labs โดยข้อมูลจากนักวิเคราะห์ใน Wall Street ส่วนใหญ่ยังให้คำแนะนำระดับ Moderate Buy หรือ “ทยอยสะสม” พร้อมประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ประมาณ 35.36 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งยังสูงกว่าระดับราคาปัจจุบันพอสมควร

ก่อนหน้านี้ Wedbush ยังได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น Planet Labs จาก 40 ดอลลาร์เป็น 50 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำระดับ Outperform สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

บทสรุป

แม้ว่าหุ้น Planet Labs จะเผชิญแรงขายอย่างหนักหลังการประกาศผลประกอบการ แต่ข้อมูลพื้นฐานหลายด้านยังคงสะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง ทั้งรายได้ที่ทำสถิติสูงสุด งานในมือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของธุรกิจด้านกลาโหมและข่าวกรอง รวมถึงการลงทุนเชิงรุกในเทคโนโลยี AI และดาวเทียมรุ่นใหม่

ด้วยเหตุนี้ Dan Ives จาก Wedbush จึงมองว่าการปรับฐานของราคาหุ้นในครั้งนี้อาจเป็นเพียงแรงขายระยะสั้น และอาจกลายเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของ Planet Labs ในระยะยาว

#PlanetLabs #หุ้นเทคโนโลยีอวกาศ #Wedbush #AIAnalytics #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง