Waymo ทุ่ม 220 ล้านดอลลาร์ ซื้อสนามทดสอบรถไร้คนขับของ Apple ใน Arizona

Waymo ทุ่ม 220 ล้านดอลลาร์ ซื้อสนามทดสอบรถไร้คนขับของ Apple ใน Arizona

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:AAPL

Waymo ซื้อสนามทดสอบรถไร้คนขับเดิมของ Apple มูลค่า 220 ล้านดอลลาร์

Waymo บริษัทลูกของ Alphabet ได้เข้าซื้อพื้นที่ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับขนาดใหญ่ในรัฐ Arizona ซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับโครงการรถยนต์ของ Apple หรือ Project Titan ด้วยมูลค่า 220 ล้านดอลลาร์ ตามเอกสารที่ยื่นต่อ Maricopa County และได้รับการยืนยันกับ TechCrunch แล้ว

ดีลนี้สำคัญอย่างไร

พื้นที่ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 5,500 เอเคอร์ ตั้งอยู่ใกล้เมือง Wittman รัฐ Arizona และถือเป็นหนึ่งในสนามทดสอบรถยนต์อัตโนมัติที่ใหญ่และครบเครื่องมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ การซื้อครั้งนี้ช่วยให้ Waymo มีพื้นที่ปิดสำหรับทดสอบระบบ self-driving ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ก่อนนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงบนถนนสาธารณะ

สนามทดสอบนี้มีทั้งสนามจำลองเมืองขนาด 115 เอเคอร์ พื้นที่ทดสอบ vehicle dynamics ขนาด 35 เอเคอร์ สนาม oval track ระยะทาง 4 ไมล์ และเส้นทาง freeway ที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบรถยนต์ไร้คนขับโดยเฉพาะ

จาก Apple Project Titan สู่ Waymo Robotaxi

เดิมที Apple ซื้อพื้นที่นี้ในปี 2021 ด้วยราคา 125 ล้านดอลลาร์ หลังจากเช่าใช้งานมาหลายปี โดยสนามแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ทดสอบของ Fiat Chrysler มาก่อน ต่อมา Apple ใช้พื้นที่นี้เพื่อทดสอบต้นแบบรถยนต์ในโครงการ Project Titan ซึ่งเป็นความพยายามระยะยาวของ Apple ในการพัฒนารถยนต์ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม Project Titan ถูกยุติลงในช่วงต้นปี 2024 หลังจาก Apple ใช้งบลงทุนไปหลายพันล้านดอลลาร์ การขายพื้นที่ให้ Waymo จึงสะท้อนให้เห็นว่า Apple ได้ถอยออกจากสมรภูมิรถยนต์ไร้คนขับอย่างจริงจัง ขณะที่ Waymo กำลังเร่งขยายธุรกิจ robotaxi อย่างเต็มกำลัง

Waymo จะใช้พื้นที่นี้ทำอะไร

โฆษกของ Waymo ระบุว่า สนามทดสอบแห่งนี้จะถูกใช้เพื่อจำลองสถานการณ์การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เพื่อทดสอบและปรับปรุงระบบ self-driving อย่างต่อเนื่อง โดยจะรองรับการทดสอบแบบ rider-only, การทดสอบ motion control, การฝึก operational workflows และการขยายการทดสอบในอนาคต

นี่เป็นจุดสำคัญ เพราะรถไร้คนขับไม่ได้ต้องการแค่ซอฟต์แวร์ที่ฉลาด แต่ยังต้องผ่านการทดสอบซ้ำ ๆ ในสถานการณ์ซับซ้อน เช่น การเลี้ยวในเมือง การเบรกกะทันหัน การเปลี่ยนเลน การขับบนทางด่วน และการรับมือกับพฤติกรรมผู้ใช้ถนนที่คาดเดายาก

สัญญาณการขยายตัวครั้งใหญ่ของ Waymo

ปัจจุบัน Waymo มีรถใน fleet เกือบ 4,000 คัน และกำลังเดินหน้าขยายบริการไปหลายเมืองในสหรัฐฯ บริษัทเริ่มทดสอบเทคโนโลยีรถไร้คนขับในย่าน Chandler ใกล้ Phoenix ตั้งแต่ปี 2017 ก่อนที่พื้นที่นี้จะกลายเป็นตลาดแรกของบริการ robotaxi เชิงพาณิชย์ของ Waymo

นอกจากนี้ Waymo ยังเริ่มใช้รถ van รุ่นใหม่จาก Zeekr และมีแผนผลิต robotaxi หลายหมื่นคันต่อปี รวมถึงรถ Zeekr van และ Hyundai Ioniq 5 ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการระบบทดสอบที่มีขนาดใหญ่ ปลอดภัย และรองรับการ scale ได้ในระยะยาว

ทำไม Arizona ถึงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์

Arizona โดยเฉพาะ Phoenix และ Maricopa County เป็นพื้นที่สำคัญของ Waymo มานาน เพราะมีถนนกว้าง สภาพอากาศค่อนข้างคงที่ และเป็นตลาดที่ Waymo คุ้นเคยจากการให้บริการจริง การมีสนามทดสอบขนาดใหญ่ในพื้นที่เดียวกับฐานธุรกิจจึงช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการพัฒนา และทำให้ทีมวิศวกรสามารถเชื่อมต่อการทดสอบกับการใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น

ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมรถไร้คนขับ

ดีลนี้ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดิน แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า Waymo ต้องการสร้างความได้เปรียบระยะยาวในตลาด autonomous vehicles ขณะที่หลายบริษัทลดบทบาทหรือถอนตัวจากโครงการรถไร้คนขับ Waymo กลับเดินหน้าเพิ่ม fleet ขยายเมือง และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทดสอบอย่างจริงจัง

ในอีกมุมหนึ่ง การที่ Apple ขายพื้นที่นี้ออกไป ก็ยิ่งตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับเป็นตลาดที่ใช้เงินสูง ใช้เวลานาน และต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาก ไม่ใช่ทุกบริษัทเทคโนโลยีจะสามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นบริการเชิงพาณิชย์ได้ง่าย ๆ

สรุป

การที่ Waymo ซื้อสนามทดสอบรถไร้คนขับเดิมของ Apple ใน Arizona ด้วยมูลค่า 220 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการเร่งพัฒนา robotaxi และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง พื้นที่ขนาด 5,500 เอเคอร์นี้จะช่วยให้ Waymo ทดสอบเทคโนโลยีได้ละเอียดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และพร้อมสำหรับการขยายบริการในอนาคต

ในขณะที่ Apple ปิดฉากความฝันด้านรถยนต์ของตัวเอง Waymo กำลังใช้โอกาสนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ self-driving และอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่นำตลาดรถไร้คนขับเข้าสู่ยุคใช้งานจริงในวงกว้าง

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง