Wall Street North มาแรง: บอสตันยังครองเมืองเงินทุนใหญ่กว่าเท็กซัส แม้กระแส “Y’all Street” กำลังบูม

Wall Street North มาแรง: บอสตันยังครองเมืองเงินทุนใหญ่กว่าเท็กซัส แม้กระแส “Y’all Street” กำลังบูม

โดย ADMIN

Wall Street North มาแรง: บอสตันยังครองเมืองเงินทุนใหญ่กว่าเท็กซัส

บอสตันยังคงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐฯ แม้ช่วงหลังเท็กซัส โดยเฉพาะดัลลัส จะถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะ “Wall Street South” หรือ “Y’all Street” จากกระแสบริษัทการเงินและตลาดซื้อขายใหม่ ๆ ที่เริ่มขยายฐานไปทางตอนใต้ของประเทศ

รายงานของ Barron’s ระบุว่า แม้เท็กซัสจะมีภาพลักษณ์เป็นดาวรุ่งในวงการการเงิน แต่เมื่อเทียบขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM แล้ว บอสตันยังนำอยู่ไกล โดยบอสตันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารราว 15 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่เท็กซัสอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เท่านั้น

เท็กซัสกำลังโต แต่บอสตันยังเป็นของจริง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เท็กซัสได้รับความสนใจมากขึ้นจากโลกการเงินสหรัฐฯ เพราะมีบริษัทจำนวนมากย้ายสำนักงานหรือขยายฐานไปยังรัฐนี้ เหตุผลหลักมาจากภาษี ต้นทุนการดำเนินงาน และบรรยากาศทางธุรกิจที่เป็นมิตรกับบริษัทขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เท็กซัสแซงบอสตันได้ในทันที เพราะบอสตันมีรากฐานด้านการจัดการเงินลงทุนมายาวนาน โดยเฉพาะธุรกิจ asset management, กองทุนรวม, private equity และ hedge fund

ทำไมบอสตันถึงถูกเรียกว่า Wall Street North

แม้ชาวบอสตันบางส่วนอาจไม่อยากใช้คำว่า “Wall Street North” แต่ชื่อนี้สะท้อนบทบาทของเมืองได้ชัดเจน บอสตันไม่ใช่เมืองที่เด่นเรื่องตลาดหุ้นแบบนิวยอร์ก แต่เป็นเมืองที่แข็งแรงมากในธุรกิจบริหารเงินลงทุนระยะยาว

อุตสาหกรรมการเงินของบอสตันเติบโตจากวัฒนธรรมการดูแลทรัพย์สินของครอบครัวเก่าแก่ สถาบันการศึกษา มูลนิธิ และกองทุนขนาดใหญ่ เมืองนี้จึงกลายเป็นบ้านของบริษัทลงทุนระดับโลกหลายแห่ง เช่น Fidelity, Wellington Management, Eaton Vance และ Loomis Sayles

Fidelity คือเสาหลักของวงการการเงินบอสตัน

หนึ่งในชื่อที่สำคัญที่สุดคือ Fidelity บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีบทบาทสูงในธุรกิจกองทุนรวมและการลงทุนส่วนบุคคล รายงานระบุว่า Fidelity มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์ และยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่ช่วยตอกย้ำสถานะของบอสตันในฐานะศูนย์กลางการเงินระดับโลก

Fidelity ก่อตั้งโดย Edward “Ted” Johnson และปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของ Abby Johnson ซึ่งเป็นทายาทรุ่นหลาน เธอถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมการเงินสหรัฐฯ

Wellington Management และยุคใหม่ของการลงทุน

อีกหนึ่งบริษัทสำคัญคือ Wellington Management ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ บริษัทนี้มีประวัติยาวนานและเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของวงการลงทุนสถาบัน

Jean Hynes ซีอีโอของ Wellington ระบุว่า บริษัทกำลังให้ความสำคัญกับธุรกิจทางเลือก หรือ alternative investments มากขึ้น โดยธุรกิจส่วนนี้มีขนาดประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มสำคัญขึ้นในอนาคต

แรงกดดันจาก ETF และ index funds

แม้บอสตันจะมีฐานแข็งแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมืองนี้ไม่มีความท้าทาย ธุรกิจกองทุนรวมแบบ actively managed ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของบอสตัน กำลังถูกกดดันจากกระแส ETF, index funds และการลงทุนทางเลือก

นักลงทุนยุคใหม่จำนวนมากต้องการค่าธรรมเนียมต่ำ ความโปร่งใส และความสะดวกในการซื้อขาย ทำให้กองทุนแบบดั้งเดิมต้องปรับตัว บริษัทการเงินในบอสตันจึงเริ่มขยายไปสู่ private equity, hedge funds, fixed income และ alternative assets มากขึ้น

Harvard Management กับการสร้างนักลงทุนรุ่นใหม่

บอสตันยังได้เปรียบจากระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยระดับโลก โดยเฉพาะ Harvard Management ซึ่งดูแลกองทุนของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รายงานระบุว่าองค์กรนี้มีบทบาทในการปั้นผู้จัดการเงินลงทุนฝีมือดีจำนวนมาก บางคนออกไปตั้งบริษัทของตนเองและประสบความสำเร็จสูง

ตัวอย่างหนึ่งคือ Jon Jacobson แห่ง Highfields Capital Management ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งใน hedge fund ที่ประสบความสำเร็จของบอสตัน เขามองว่าบอสตันเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา แต่ยังรักษาจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญทางการเงินไว้ได้

ผู้นำหญิงกำลังเปลี่ยนภาพจำของวงการ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ บอสตันไม่ได้เป็นเพียงเมืองการเงินเก่าแก่ที่ยึดติดกับภาพเดิม ๆ อีกต่อไป เพราะผู้นำหญิงหลายคนกำลังมีบทบาทมากขึ้น เช่น Abby Johnson แห่ง Fidelity, Jean Hynes แห่ง Wellington และ Nancy Zimmerman จาก Bracebridge

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมการเงินบอสตันกำลังปรับตัวทั้งในด้านกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นวงการชายเป็นหลัก สู่ระบบที่เปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้น

สรุป: เท็กซัสน่าจับตา แต่บอสตันยังนำห่าง

กระแส “Wall Street South” ของเท็กซัสอาจดูน่าตื่นเต้น และมีโอกาสเติบโตในระยะยาว แต่ในวันนี้ บอสตันยังคงมีน้ำหนักมากกว่าอย่างชัดเจนในโลกการเงิน โดยเฉพาะด้านการบริหารสินทรัพย์ขนาดใหญ่

ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน บริษัทชั้นนำจำนวนมาก เครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลก และการปรับตัวเข้าสู่การลงทุนรูปแบบใหม่ บอสตันจึงยังคงเป็น “Wall Street North” ที่แท้จริงของสหรัฐฯ ส่วนเท็กซัส แม้กำลังมาแรง แต่ยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะไล่ทันเมืองการเงินเก่าแก่อย่างบอสตัน

#WallStreetNorth #BostonFinance #TexasFinance #AssetManagement #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง