
Visa หุ้นพุ่งหลังผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าคาด แรงหนุนจากการใช้จ่ายผู้บริโภคและธุรกรรมทั่วโลก
Visa หุ้นพุ่งหลังผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าคาด
Visa Inc รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากปริมาณธุรกรรมที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังมีความยืดหยุ่น และรายได้จากเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลก ส่งผลให้หุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นราว 7% ก่อนเปิดตลาดวันพุธ ตามรายงานของ Proactive Investors
กำไรและรายได้สูงกว่าคาด
บริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว หรือ adjusted EPS อยู่ที่ 3.31 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ประมาณ 3.10 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 11.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประมาณการที่ 10.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านกำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.14 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่วนกำไรสุทธิแบบ non-GAAP อยู่ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่า Visa ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน
ธุรกรรมชำระเงินและ cross-border ยังโตต่อ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการของ Visa คือการเติบโตของ payments volume หรือมูลค่าการชำระเงินผ่านเครือข่ายของบริษัท ซึ่งเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน บนฐานค่าเงินคงที่ ขณะเดียวกัน ปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดน หรือ cross-border volume เพิ่มขึ้น 12% และหากไม่รวมธุรกรรมภายในยุโรป ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 11%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพการเดินทาง การซื้อสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศ และการใช้จ่ายระหว่างประเทศที่ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้บัตรและระบบดิจิทัลเพย์เมนต์มากขึ้น
Visa ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี
หลังรายงานผลประกอบการ บริษัทได้ปรับเพิ่ม guidance สำหรับทั้งปี โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตในระดับ low-double-digit ถึง low-teens จากเดิมที่ประเมินไว้ต่ำกว่าเดิม นอกจากนี้ Visa ยังมองว่ากำไรต่อหุ้นจะเติบโตในระดับ low-teens ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ low-double-digit
การปรับเพิ่มคาดการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารยังมั่นใจต่อแนวโน้มธุรกิจ โดยเฉพาะแรงส่งจากการใช้จ่ายผู้บริโภค เครือข่ายการชำระเงินที่ขยายตัว และบริการเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท
ซีอีโอชี้ผู้บริโภคยังใช้จ่ายแข็งแกร่ง
Ryan McInerney ซีอีโอของ Visa ระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงมีความยืดหยุ่น และกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมของบริษัทช่วยผลักดันการเติบโตในหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้ง consumer payments, commercial payments, money movement solutions และ value-added services
นอกจากนี้ Visa ยังเดินหน้าพัฒนาแนวคิด Visa as a Service รวมถึงความสามารถด้าน agentic technology และ stablecoin เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มการชำระเงินในระยะยาว ซึ่งอาจช่วยให้บริษัทมีบทบาทมากขึ้นในโลกการเงินดิจิทัล
คืนเงินให้ผู้ถือหุ้นกว่า 9.2 พันล้านดอลลาร์
ในไตรมาสดังกล่าว Visa คืนเงินให้ผู้ถือหุ้นรวม 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล อีกทั้งคณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่วงเงิน 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบหลายปี
มาตรการนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุน เพราะสะท้อนว่าบริษัทมีกระแสเงินสดแข็งแรง และยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ภาพรวมต่อหุ้น Visa
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าคาดทำให้หุ้น Visa ได้รับแรงซื้อทันที โดยนักลงทุนมองว่าบริษัทมีจุดแข็งจากโมเดลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบชำระเงินทั่วโลก ซึ่งได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านจากเงินสดไปสู่ digital payments อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย การแข่งขันในตลาด fintech กฎระเบียบด้านการชำระเงิน และทิศทางการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงถัดไป เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
#Visa #หุ้นสหรัฐ #ผลประกอบการ #DigitalPayments #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น