VinFast รายได้ Q1 2026 โตแรง 42% แต่ขาดทุนยังสูง ท่ามกลางแผนเร่งขยายตลาด EV ในเอเชีย

VinFast รายได้ Q1 2026 โตแรง 42% แต่ขาดทุนยังสูง ท่ามกลางแผนเร่งขยายตลาด EV ในเอเชีย

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:VFS

VinFast รายได้ Q1 2026 โตแรง 42% แต่ขาดทุนยังสูง ท่ามกลางแผนเร่งขยายตลาด EV ในเอเชีย

VinFast Auto Ltd. หรือ VFS ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเวียดนาม รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ที่สะท้อนภาพธุรกิจแบบ “โตเร็วแต่ยังเผชิญแรงกดดันด้านกำไร” โดยบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 41.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากแรงหนุนของยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าและรถสองล้อไฟฟ้าที่เติบโตเด่นในเวียดนามและตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิยังอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนการขยายธุรกิจ โปรแกรมชาร์จฟรี และการลงทุนในกำลังการผลิตใหม่

ยอดส่งมอบ EV พุ่ง แม้ไตรมาสแรกเป็นช่วงโลว์ซีซัน

ในไตรมาสแรกของปี 2026 VinFast ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้ 58,577 คัน เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ เพราะไตรมาสแรกมักเป็นช่วงที่ยอดขายรถอ่อนตัวจากฤดูกาล โดยเฉพาะในเวียดนามที่มีวันหยุดยาวช่วง Lunar New Year อย่างไรก็ตาม VinFast ยังสามารถรักษา momentum ของยอดขายไว้ได้ดี โดยยอดส่งมอบจากตลาดต่างประเทศคิดเป็นประมาณ 8% ของทั้งหมด ขณะที่ลูกค้าที่ไม่ใช่ related parties คิดเป็น 87% ของยอดส่งมอบรวม

ธุรกิจรถสองล้อไฟฟ้าก็เติบโตเด่นไม่แพ้กัน บริษัทส่งมอบรถสองล้อไฟฟ้าประมาณ 143,000 คัน เพิ่มขึ้น 219% YoY โดยรุ่น Evo และ Feliz เป็นรุ่นหลักที่ผลักดันยอดขาย คิดเป็น 81% ของยอดส่งมอบรถสองล้อไฟฟ้า นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว VinFast ระบุว่าได้รับคำสั่งซื้อ e-scooter มากกว่า 135,000 คัน และส่งมอบให้ดีลเลอร์ในเวียดนามมากกว่า 93,000 คัน

รายได้โต แต่ gross margin ยังติดลบหนัก

แม้รายได้จะโตแรง แต่จุดที่นักลงทุนจับตาคือ gross margin ซึ่งอยู่ที่ -73.6% แย่ลงจาก -46.4% ในไตรมาส 4 ปี 2025 และ -35.2% ในไตรมาส 1 ปี 2025 สาเหตุสำคัญมาจากรายการหักลดรายได้มูลค่า 192 ล้านดอลลาร์ ที่เกี่ยวข้องกับการขยายโปรแกรมชาร์จฟรีในหลายตลาด

ภายใต้โปรแกรมดังกล่าว รถ VinFast ที่เข้าเงื่อนไขและขายถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2029 จะได้รับสิทธิ์ชาร์จฟรีสูงสุด 3 ปี บริษัทมองว่าโครงการนี้ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ EV ให้ลูกค้า กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และสร้างฐานผู้ใช้ระยะยาว โดยเฉพาะในเวียดนามและตลาดเอเชียที่ EV ยังอยู่ในช่วงกำลังเร่ง adoption

อย่างไรก็ตาม หากตัดผลกระทบจากโปรแกรมชาร์จฟรี รายการเลื่อนรับรู้รายได้ และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ บริษัทระบุว่า gross margin แบบปรับปรุงจะอยู่ที่ -22.5% ซึ่งดีขึ้นจาก -47.2% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าธุรกิจหลักอาจเริ่มมีทิศทางดีขึ้น แม้ตัวเลขบัญชีรวมยังดูอ่อนแอ

ขาดทุนยังสูง แต่ค่าใช้จ่ายบางส่วนเริ่มลดลง

VinFast ยังรายงาน adjusted EBITDA ติดลบ 783 ล้านดอลลาร์ ส่วน net loss margin อยู่ที่ -121.6% แย่ลงจาก -95.8% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่หากตัดผลกระทบจากรายการพิเศษบางส่วน net loss margin จะอยู่ที่ -62.2% ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบทั้งรายไตรมาสและรายปี

ด้านค่าใช้จ่าย R&D อยู่ที่ 101 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.4% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 25.8% จากปีก่อน เพราะบริษัทลงทุนพัฒนาโมเดล Green, Lac Hong และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหม่สำหรับรถรุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2026 ส่วน SG&A expenses อยู่ที่ 101 ล้านดอลลาร์ ลดลง 73.9% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไม่มี impairment charges เหมือนในบางไตรมาสก่อนหน้า

ตลาดเวียดนามยังเป็นฐานหลักของ VinFast

เวียดนามยังเป็นตลาดสำคัญที่สุดของ VinFast โดยบริษัทระบุว่ายอดขายรถยนต์รวมในประเทศเติบโตประมาณ 36% YoY ในไตรมาสแรก ขณะที่ VinFast ทำผลงานได้ดีกว่าตลาด ด้วยยอดส่งมอบ EV ที่เพิ่มขึ้น 61% YoY และยังคงสถานะเป็น OEM อันดับ 1 รายเดือนต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน 2024

อีกจุดที่น่าสนใจคืออัตราการใช้งาน EV ในเวียดนามที่บริษัทระบุว่าเข้าใกล้ระดับ 40% แล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามมีแนวทางผลักดันระบบขนส่งสาธารณะในเมืองให้เปลี่ยนเป็น EV มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยเสริม demand ระยะยาวให้กับผู้ผลิตรถไฟฟ้าในประเทศ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียเป็น Growth Engine ใหม่

นอกจากเวียดนาม VinFast ยังมองว่า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เป็นตลาดเติบโตสำคัญ โดยบริษัทเห็นสัญญาณว่า adoption ของรถ BEV ในอินโดนีเซียเริ่มขยายตัวหลังราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่วนฟิลิปปินส์มียอดขายเดือนมีนาคมทำสถิติสูงสุดรายเดือนของ VinFast ในตลาดดังกล่าว

ในอินเดีย บริษัทเดินหน้าขยาย dealership โดยเปิดโชว์รูมแห่งที่ 50 ในไตรมาสแรก และตั้งเป้าขยายจำนวนสาขาเพิ่มเป็นสองเท่าภายในสิ้นปี การขยายเครือข่ายขายและบริการหลังการขายถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะตลาด EV ไม่ได้แข่งขันเฉพาะตัวรถ แต่ยังรวมถึง charging ecosystem, financing, warranty และความมั่นใจของผู้บริโภคด้วย

ดีลกับ GSM ช่วยเพิ่มยอด แต่กดดันราคาเฉลี่ย

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงใน earnings call คือความร่วมมือกับ GSM บริษัทแท็กซี่ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้ง VinFast โดยฝ่ายบริหารระบุว่า GSM เคยคิดเป็นราว 15% ของยอดขายรวมในอดีต และในช่วงเริ่มต้นของโครงการใหม่ สัดส่วนยอดขายให้ GSM อาจสูงขึ้น ส่งผลให้ average selling price หรือ ASP ลดลงประมาณ 10%-15% ในระยะสั้น เพราะเป็นคำสั่งซื้อจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม VinFast มองว่าการมีรถของบริษัทวิ่งอยู่บนแพลตฟอร์ม GSM ในหลายประเทศจะช่วยเพิ่ม visibility ให้แบรนด์ และอาจสร้าง demand ทั้งจากลูกค้าธุรกิจและลูกค้าทั่วไปในระยะยาว โดย GSM มีการขยายไปหลายประเทศ รวมถึงการเปิดบริการในอินเดีย และมีแผนขยายเพิ่มภายในปีนี้

แผนปรับโครงสร้างธุรกิจสู่โมเดล Capital-Light

VinFast ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจในเวียดนาม โดยแยกธุรกิจด้าน R&D, intellectual property, sales และ after-sales ออกจากธุรกิจ manufacturing จากนั้นจะโอนส่วนของธุรกิจผลิตในเวียดนามให้กลุ่มผู้ซื้อที่นำโดย Future Investment Research and Development Joint Stock Company มูลค่าประมาณ 530 ล้านดอลลาร์

บริษัทระบุว่าการปรับโครงสร้างนี้จะไม่กระทบการดำเนินงานในต่างประเทศ รวมถึงโรงงานในอินโดนีเซียและอินเดีย และจะมี long-term manufacturing agreement เพื่อรักษาความต่อเนื่องของ production, supply chain และ customer deliveries เป้าหมายคือทำให้ VinFast โฟกัสกับงานที่มีมูลค่าสูงกว่า เช่น R&D, design, software, branding และ go-to-market strategy มากขึ้น

สภาพคล่องยังพอมี แต่ตลาดจับตา cash burn

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 VinFast ระบุว่ามี available liquidity สูงสุดประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 219.3 ล้านดอลลาร์ วงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกจาก Vingroup 607.3 ล้านดอลลาร์ เงินสนับสนุนคงเหลือจาก Pham Nhat Vuong 677.2 ล้านดอลลาร์ และวงเงินจาก standby equity subscription agreement อีก 969 ล้านดอลลาร์

แม้สภาพคล่องดังกล่าวช่วยให้บริษัทมี runway สำหรับขยายธุรกิจต่อ แต่ตลาดยังคงกังวลเรื่อง cash burn, margin ที่ยังติดลบ และความสามารถในการเข้าสู่จุดคุ้มทุน โดยเฉพาะเมื่อบริษัทต้องลงทุนทั้งโรงงาน แพลตฟอร์มรถรุ่นใหม่ เครือข่ายดีลเลอร์ และแผนขยายตลาดต่างประเทศพร้อมกัน

หุ้น VFS ถูกกดดันหลังประกาศงบ

หลังรายงานผลประกอบการ หุ้น VinFast ปรับตัวลงในช่วง premarket โดย Reuters รายงานว่าหุ้นลดลงประมาณ 5% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อผลขาดทุนที่ยังสูง แม้รายได้และยอดส่งมอบจะเติบโตชัดเจน

ภาพรวมจึงเป็นข่าวแบบสองด้าน ด้านหนึ่ง VinFast กำลังพิสูจน์ว่ามี demand จริงในเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่อีกด้านหนึ่ง บริษัทต้องเร่งพิสูจน์ว่า scale ที่ใหญ่ขึ้นจะเปลี่ยนเป็น margin ที่ดีขึ้นได้จริง ไม่ใช่เพียงยอดขายที่โตบนต้นทุนสูง

บทสรุป

VinFast Q1 2026 เป็นไตรมาสที่แสดงให้เห็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้เล่น EV หน้าใหม่จากเอเชีย บริษัทมีรายได้โตแรง ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก และธุรกิจรถสองล้อไฟฟ้าในเวียดนามกำลังขยายตัวรวดเร็ว แต่ในเวลาเดียวกัน margin ที่ติดลบหนักและผลขาดทุนระดับสูงยังเป็นโจทย์ใหญ่

สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรม EV ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ VinFast จะสามารถลดต้นทุนต่อคัน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และใช้ประโยชน์จากตลาดเอเชียที่กำลังโตได้มากแค่ไหน หากบริษัททำได้สำเร็จ การเติบโตในวันนี้อาจกลายเป็นฐานสำคัญของ profitability ในอนาคต แต่หากต้นทุนยังสูงและต้องใช้เงินลงทุนต่อเนื่อง ความกดดันต่อหุ้น VFS ก็อาจยังไม่จบง่าย ๆ

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

VinFast รายได้ Q1 2026 โตแรง 42% แต่ขาดทุนยังสูง ท่ามกลางแผนเร่งขยายตลาด EV ในเอเชีย | SlimScan