
Verizon เข้าสู่ยุคใหม่: ผู้นำเชิงรุก ดันผลประกอบการ Q1/2026 สดใส พร้อมเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี
Verizon เข้าสู่ยุคใหม่ หลังผลงานไตรมาสแรกส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
Verizon Communications Inc. (NYSE: VZ) กำลังถูกจับตามองอีกครั้ง หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดในหลายจุด โดยเฉพาะการกลับมามีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์แบบ postpaid เพิ่มสุทธิเป็นบวกในไตรมาสแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าการปรับกลยุทธ์ภายใต้ผู้นำใหม่เริ่มเห็นผลจริง
ข้อมูลจาก Verizon ระบุว่า บริษัทมี postpaid phone net additions จำนวน 55,000 รายในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้นมากกว่า 340,000 รายเมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมรายได้รวม 34.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี และ adjusted EPS อยู่ที่ 1.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญภายใต้ CEO Dan Schulman
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Dan Schulman เข้ามานำ Verizon อย่างเต็มตัว โดยตลาดมองว่าเขานำสไตล์การบริหารที่ aggressive มากขึ้นเข้ามาใช้ ทั้งการลดความซับซ้อนของแพ็กเกจ การโฟกัสลูกค้าที่มีคุณภาพ การใช้ข้อมูลและ AI เพื่อรักษาฐานลูกค้า และการลดต้นทุนในจุดที่ไม่จำเป็น
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ Verizon ไม่ได้พึ่งพาเพียงการขึ้นราคา แต่หันมาเน้น “value” หรือคุณค่าที่ลูกค้าได้รับมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในธุรกิจ telecom เพราะลูกค้ามีทางเลือกสูง ทั้งจาก AT&T, T-Mobile และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านจาก cable operators
ตัวเลขไตรมาสแรกสะท้อนการฟื้นตัว
หนึ่งในตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดคือ Verizon สามารถเพิ่มลูกค้า postpaid phone ได้ 55,000 ราย ทั้งที่นักวิเคราะห์บางส่วนเคยคาดว่าบริษัทอาจเสียลูกค้าสุทธิในไตรมาสนี้ ตัวเลขนี้จึงถูกมองว่าเป็น surprise เชิงบวก และเป็นหลักฐานว่าการบริหารลูกค้าเริ่มดีขึ้น
นอกจากนี้ Verizon ยังมี broadband net additions รวม 341,000 ราย แบ่งเป็น fixed wireless access 214,000 ราย และ fiber broadband 127,000 ราย ทำให้ฐานลูกค้า broadband รวมอยู่ที่ประมาณ 16.8 ล้าน connections
บริษัทเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี 2026
Verizon ปรับเพิ่มคาดการณ์ adjusted EPS ปี 2026 เป็น 4.95-4.99 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือเติบโตประมาณ 5%-6% จากเดิมที่คาดไว้ 4%-5% นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่า postpaid phone net additions ทั้งปีจะอยู่ในครึ่งบนของกรอบ 750,000 ถึง 1 ล้านราย
การเพิ่ม guidance ครั้งนี้สะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารว่า momentum ในไตรมาสแรกไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นผลจากแผน transformation ที่กำลังเดินหน้าอย่างเป็นระบบ
แรงหนุนจาก buyback และ dividend yield
อีกประเด็นที่นักลงทุนสนใจคือ Verizon เดินหน้า share repurchase ไปแล้ว 2.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก และยังคงเป้าหมายซื้อหุ้นคืนอย่างน้อย 3 พันล้านดอลลาร์ตลอดปี 2026
สำหรับนักลงทุนสายปันผล Verizon ยังเป็นหุ้นที่โดดเด่น เพราะมี dividend yield อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหุ้นสหรัฐฯ หลายกลุ่ม แม้ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว แต่ valuation ยังถูกมองว่าไม่แพงมาก โดยบทวิเคราะห์จาก Seeking Alpha ระบุว่า forward P/E ยังต่ำกว่า 10 เท่า และมีโอกาส re-rating หากบริษัททำผลงานได้ต่อเนื่อง
ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา
แม้ภาพรวมเริ่มสดใส แต่ Verizon ยังมีความเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะระดับหนี้ที่สูงขึ้น หลังสิ้นไตรมาสแรก บริษัทมี total unsecured debt อยู่ที่ 142.5 พันล้านดอลลาร์ และ net unsecured debt อยู่ที่ 130.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ net unsecured debt to adjusted EBITDA อยู่ที่ 2.6 เท่า
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจสหรัฐฯ ราคาพลังงาน และการแข่งขันในตลาด telecom ยังอาจกดดันต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรได้ หากบริษัทไม่สามารถรักษาการเติบโตของลูกค้าและ cash flow ได้ตามเป้า
มุมมองต่อหุ้น VZ
โดยรวม Verizon กำลังเข้าสู่ช่วงที่ตลาดเริ่มมองใหม่ จากเดิมที่ถูกมองเป็นหุ้นปันผลเติบโตช้า กลายเป็นหุ้น telecom ที่มีโอกาส turnaround หากผู้บริหารสามารถรักษา execution ได้ต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ต้นทางมองว่า หากตลาดยอมให้ valuation ขยับขึ้นไปใกล้ระดับ P/E 12-13 เท่า ราคาหุ้น Verizon อาจมี upside ไปแถว 59-60 ดอลลาร์ในระยะ 12-24 เดือน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงมุมมองของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
สรุป
Verizon กำลังส่งสัญญาณว่าแผนฟื้นฟูกิจการเริ่มได้ผล ทั้งจากการเพิ่มลูกค้า postpaid phone ครั้งสำคัญ รายได้ที่ยังเติบโต การเพิ่มคาดการณ์กำไร การซื้อหุ้นคืน และฐานธุรกิจ broadband ที่แข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องพิสูจน์ต่อไปว่าสามารถลดแรงกดดันจากหนี้สูงและการแข่งขันรุนแรงได้จริงหรือไม่
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณบวก แต่ยังควรมองอย่างรอบด้าน เพราะหุ้น telecom มักให้ผลตอบแทนดีเมื่อบริษัทมี cash flow แข็งแรง แต่ก็อ่อนไหวต่อหนี้ ต้นทุนดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น