VXUS แซง S&P 500 ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สัญญาณหุ้นต่างประเทศกลับมาน่าสนใจ

VXUS แซง S&P 500 ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สัญญาณหุ้นต่างประเทศกลับมาน่าสนใจ

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:VXUS

VXUS แซง S&P 500 ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สัญญาณหุ้นต่างประเทศกลับมาน่าสนใจ

Vanguard Total International Stock ETF หรือ VXUS กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2026 ได้ราว 10% สูงกว่า Vanguard S&P 500 ETF หรือ VOO ที่ทำได้ประมาณ 8% ถือเป็นการนำ S&P 500 แบบมีนัยสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ตามรายงานของ 24/7 Wall St.

ทำไม VXUS ถึงถูกพูดถึงตอนนี้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการถือหุ้นต่างประเทศเป็นเรื่อง “ดีในทฤษฎี” แต่ผลตอบแทนจริงมักแพ้หุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะ S&P 500 ที่ได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปี 2026 ภาพเริ่มเปลี่ยน เมื่อ VXUS ซึ่งเป็น ETF หุ้นนอกสหรัฐฯ ของ Vanguard เริ่มทำผลงานได้ดีกว่า ETF ที่อิงตลาดหุ้นสหรัฐฯ

VXUS เป็นกองทุน ETF ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนถือหุ้นต่างประเทศแบบกว้าง ๆ ในกองเดียว โดยอ้างอิงดัชนี FTSE Global All Cap ex US Index และมีหุ้นมากกว่า 8,000 ตัว ครอบคลุมทั้งตลาด developed markets และ emerging markets นอกสหรัฐฯ กองทุนนี้มี expense ratio เพียง 0.05% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับการกระจายลงทุนทั่วโลก

ปัจจัยหลักที่หนุนหุ้นต่างประเทศ

1. ค่าเงินดอลลาร์มีผลต่อผลตอบแทน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเรื่องค่าเงิน เพราะนักลงทุนสหรัฐฯ ที่ถือหุ้นต่างประเทศจะได้รับผลตอบแทนที่ถูกแปลงกลับมาเป็นดอลลาร์ หากดอลลาร์อ่อนลง มูลค่ารายได้และเงินปันผลจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นดอลลาร์จะดูดีขึ้น แต่ถ้าดอลลาร์แข็งขึ้น ผลตอบแทนอาจถูกกดดันได้เช่นกัน

บทความต้นทางระบุว่า currency translation เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของ VXUS ในตอนนี้ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินสามารถช่วยเพิ่มหรือลดผลตอบแทนได้ แม้ธุรกิจจริงในต่างประเทศจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากก็ตาม

2. หุ้นญี่ปุ่นและยุโรปเริ่มฟื้น

นอกจาก VXUS แล้ว Vanguard FTSE Developed Markets ETF หรือ VEA ก็ทำผลงานดี โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 11% ตั้งแต่ต้นปี 2026 แรงหนุนมาจากการปฏิรูปบริษัทในญี่ปุ่น และการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยุโรป ส่วน Vanguard FTSE Emerging Markets ETF หรือ VWO เพิ่มขึ้นประมาณ 8%

นี่แปลว่าแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นต่างประเทศในปีนี้ไม่ได้มาจาก emerging markets อย่างเดียว แต่ตลาดพัฒนาแล้วนอกสหรัฐฯ เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป กำลังมีบทบาทมากขึ้น

แต่ระยะยาว VXUS ยังตามหลัง S&P 500

แม้ปี 2026 จะดูสดใส แต่เมื่อมองย้อนหลังหลายปี VXUS ยังแพ้ S&P 500 ชัดเจน ในช่วง 5 ปี VXUS ให้ผลตอบแทนประมาณ 51.3% ขณะที่กองทุนอิง S&P 500 ทำได้ราว 85.4% และในช่วง 10 ปี VXUS ทำได้ประมาณ 145% เทียบกับ VOO ที่ทำได้ราว 313.8%

สาเหตุสำคัญคือ S&P 500 ได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ในช่วงปี 2016-2024 ขณะที่หุ้นต่างประเทศมีน้ำหนักในกลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม วัสดุ และธุรกิจแบบดั้งเดิมมากกว่า จึงไม่ได้รับประโยชน์จาก tech boom เท่าตลาดสหรัฐฯ

VXUS เหมาะกับใคร

VXUS เหมาะกับนักลงทุนที่พอร์ตมีหุ้นสหรัฐฯ มากเกินไป และต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นนอกสหรัฐฯ แบบไม่ต้องเลือกประเทศเอง กองทุนนี้ช่วยลดการพึ่งพาตลาดเดียว และทำให้นักลงทุนมี exposure ต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น

บทความต้นทางมองว่า การถือ VXUS ราว 20%-30% ของพอร์ตหุ้น อาจช่วยให้พอร์ตใกล้เคียงกับน้ำหนักตลาดโลกมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นต่างประเทศจะชนะหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่องเสมอไป

ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ค่าเงินอาจพลิกกลับ

หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ผลตอบแทนของหุ้นต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นดอลลาร์อาจลดลงได้ นี่เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเข้าใจ เพราะผลตอบแทนไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นอย่างเดียว

โครงสร้างตลาดต่างประเทศต่างจากสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ได้มีหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หนาแน่นเหมือน S&P 500 ดังนั้นในช่วงที่หุ้น growth และ AI นำตลาด VXUS อาจตามหลังได้

ภาษีเงินปันผลต่างประเทศ

เงินปันผลจากหุ้นต่างประเทศอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละประเทศ ทำให้ผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนลดลง โดยเฉพาะในบัญชีบางประเภทที่ไม่สามารถใช้สิทธิ tax credit ได้เต็มที่

สรุปภาพรวม

การที่ VXUS แซง S&P 500 ในปี 2026 เป็นสัญญาณว่านักลงทุนไม่ควรมองข้ามหุ้นต่างประเทศ หลังจากตลาดสหรัฐฯ ครองความโดดเด่นมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่หลักฐานว่าหุ้นต่างประเทศจะชนะตลอดไป แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าการกระจายการลงทุนยังมีคุณค่า

สำหรับนักลงทุนระยะยาว VXUS อาจเป็นเครื่องมือที่เรียบง่าย ต้นทุนต่ำ และช่วยเพิ่ม global diversification ให้พอร์ตได้ดี ส่วนผู้ที่ต้องการผลตอบแทนแบบเน้นตลาดสหรัฐฯ และหุ้นเทคโนโลยี VOO ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ตรงไปตรงมาเช่นเดิม

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ความเสี่ยง และเป้าหมายทางการเงินของตนเองก่อนตัดสินใจ

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง