Vail Resorts เผชิญแรงกดดันหนัก! ผลประกอบการไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด หลังฤดูหิมะเลวร้ายกระทบยอดนักท่องเที่ยวและรายได้

Vail Resorts เผชิญแรงกดดันหนัก! ผลประกอบการไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด หลังฤดูหิมะเลวร้ายกระทบยอดนักท่องเที่ยวและรายได้

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:MTN

Vail Resorts รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศ

Vail Resorts (NYSE: MTN) ผู้ดำเนินธุรกิจสกีรีสอร์ตและรีสอร์ตภูเขาชั้นนำของโลก เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2026 ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ใน Wall Street คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยและปริมาณหิมะที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภูมิภาค Rocky Mountains

แม้ว่าบริษัทยังคงสร้างรายได้ในระดับสูงกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) กลับอ่อนตัวลงจากปีก่อน และต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวัง ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตในระยะสั้นของบริษัท

กำไรต่อหุ้นและรายได้ต่ำกว่าประมาณการ

สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2026 บริษัทมีกำไรต่อหุ้น (Adjusted EPS) อยู่ที่ 8.81 ดอลลาร์ ลดลงจาก 10.46 ดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ราว 8.95 ดอลลาร์

ด้านรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าจะใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างชัดเจน

ฤดูหิมะเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

Rob Katz ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Vail Resorts ระบุว่า ไตรมาสที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเผชิญกับสภาพอากาศที่ "ไม่เอื้ออำนวยอย่างมาก" โดยเฉพาะในรีสอร์ตสำคัญบริเวณเทือกเขา Rocky Mountains

เขากล่าวว่าฤดูหนาวปีนี้ถือเป็นหนึ่งในฤดูที่มีปริมาณหิมะน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ความต้องการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจากอุตสาหกรรมระบุว่า จำนวนผู้เข้าใช้บริการสกีรีสอร์ตในภูมิภาค Rockies ลดลงถึง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี หากไม่นับช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้รีสอร์ตหลายแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว

ยอดนักท่องเที่ยวลดลง กระทบธุรกิจหลักโดยตรง

ธุรกิจหลักของ Vail Resorts พึ่งพารายได้จากการขายบัตรเล่นสกี (Lift Tickets) ค่าที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมสันทนาการภายในรีสอร์ต เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท

ในช่วงไตรมาสล่าสุด จำนวนผู้ใช้บริการสกีลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อ Season Pass ล่วงหน้า ทำให้รายได้จากการขายบัตรรายวันต่ำกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้

แม้ว่าระบบ Season Pass ของ Vail Resorts จะช่วยลดความผันผวนของรายได้ได้บางส่วน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการหายไปของนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ทั้งหมด

บริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีอีกครั้ง

จากสถานการณ์ดังกล่าว Vail Resorts ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2026 เป็นครั้งที่สองในปีนี้

บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิทั้งปีจะอยู่ในช่วง 128 ล้าน - 162 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 144 ล้าน - 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ บริษัทยังปรับลดประมาณการ EBITDA ลงเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายด้านรายได้และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวย

นักลงทุนตอบสนองเชิงลบ ราคาหุ้นร่วงทันที

หลังการประกาศผลประกอบการและการปรับลดคาดการณ์รายได้ ราคาหุ้นของ Vail Resorts ปรับตัวลดลงทันทีประมาณ 4-5% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด

นักลงทุนจำนวนมากกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อาจกลายเป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อธุรกิจสกีรีสอร์ต ซึ่งพึ่งพาปริมาณหิมะตามธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญ

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หุ้น MTN ปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 17% สะท้อนถึงความกังวลของตลาดต่อการเติบโตในอนาคตของบริษัท

ยอดขาย Season Pass ฤดูกาลใหม่เริ่มชะลอตัว

อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนจับตามองคือยอดขาย Season Pass สำหรับฤดูกาลสกี 2026-2027 ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

รายงานระบุว่ายอดขายบัตรผ่านฤดูกาลลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคบางส่วนอาจเริ่มกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศและความคุ้มค่าในการเดินทางมาท่องเที่ยวสกีรีสอร์ต

Vail Resorts ยังเดินหน้าลงทุนเพื่ออนาคต

แม้ผลประกอบการในระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดัน แต่ฝ่ายบริหารยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของบริษัท โดยมีแผนลงทุนในหลายด้าน ได้แก่

  • การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน
  • การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ
  • การพัฒนาโปรแกรมสมาชิกและ Season Pass ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
  • การยกระดับบริการภายในรีสอร์ตและโรงแรม

ผู้บริหารเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

มุมมองนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองว่า Vail Resorts เป็นผู้นำตลาดสกีรีสอร์ตระดับโลกที่มีแบรนด์แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม

ในระยะสั้น นักลงทุนอาจยังเห็นแรงกดดันต่อผลประกอบการต่อเนื่อง หากฤดูกาลหิมะในอนาคตยังคงมีความไม่แน่นอนเหมือนในปีที่ผ่านมา

สรุปสถานการณ์

ผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Vail Resorts สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่ธุรกิจสกีรีสอร์ตกำลังเผชิญจากปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รายได้และกำไรที่ออกมาต่ำกว่าคาด รวมถึงการปรับลดคาดการณ์ทั้งปี ได้สร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ด้วยเครือข่ายรีสอร์ตระดับโลก ระบบ Season Pass ที่แข็งแกร่ง และแผนการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทหวังว่าจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาท้าทายนี้และกลับมาสร้างการเติบโตได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้

#VailResorts #MTN #ผลประกอบการหุ้น #ข่าวหุ้นต่างประเทศ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

Vail Resorts เผชิญแรงกดดันหนัก! ผลประกอบการไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด หลังฤดูหิมะเลวร้ายกระทบยอดนักท่องเที่ยวและรายได้ | SlimScan