
การศึกษาระบุ “ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กระทบผู้บริโภคชาวอเมริกันมากที่สุด” ผลสำรวจใหม่เผย
ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ คือภาระที่ผู้บริโภคในประเทศต้องแบกรับจริง — งานวิจัยเยอรมันเผย
การศึกษาล่าสุดโดยสถาบัน Kiel Institute for the World Economy ของเยอรมนี ระบุว่าผลของมาตรการภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าแท้จริงแล้วตกอยู่กับ ผู้บริโภคและผู้นำเข้าในสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ผู้ส่งออกต่างชาติอย่างที่บางฝ่ายโฆษณาไว้ก่อนหน้านี้
ภาษีตกอยู่ที่ใคร? การศึกษาชี้ให้เห็นภาพที่ต่างออกไป
งานวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลการค้าเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูลปี 2024–2025) พบว่ามีเพียงราว 4% ของต้นทุนภาษีที่ถูก แบกรับโดยผู้ส่งออกต่างชาติ ในขณะที่เกือบทั้งหมดที่เหลือ — ประมาณ 96% — ถูกส่งผ่านให้แก่ ผู้นำเข้าและผู้บริโภคในสหรัฐฯ ซึ่งหมายความว่าการขึ้นภาษีนำเข้าทำให้ราคาสินค้าในตลาดภายในประเทศสูงขึ้นจริง ๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง มาตรการภาษีนี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นภาษีการบริโภค (consumption tax) ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกับราคาสินค้านำเข้าเท่านั้น แต่ยังส่งผ่านไปถึงสินค้าในประเทศที่ใช้วัตถุดิบหรือนำเข้าส่วนประกอบจากต่างประเทศด้วย
ข้อเท็จจริงจากรายงานวิจัย
- การวิเคราะห์ข้อมูลปี 2024–2025 แสดงให้เห็นว่าภาระภาษีถูกส่งผ่านไปที่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
- ผู้ส่งออกต่างชาติไม่ได้ลดราคาสินค้าลงเพื่อลดผลกระทบของภาษี
- แม้ว่าราคาภายในสหรัฐฯ จะยังรักษาอัตราเงินเฟ้อในระดับปานกลางได้อยู่ แต่ผลกระทบจากภาษีอาจเพิ่มขึ้นตามเวลา
- ปริมาณการค้าจากบางประเทศ เช่น อินเดีย ไปสหรัฐฯ ลดลง เนื่องจากภาษีที่สูงขึ้น
ทำไมการขึ้นภาษีกลับมาส่งผลต่อผู้บริโภค?
แนวคิดหนึ่งที่มักถูกอ้างถึงคือว่า “ประเทศคู่ค้าจะเป็นผู้จ่ายภาษี” แต่ผลการศึกษานี้ตอกย้ำความจริงว่า ผู้ประกอบการต่างชาติส่วนใหญ่เลือกที่จะ ไม่ลดราคา สินค้าลง แม้จะมีภาษีสูงขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้รับภาระราคาสินค้าที่สูงขึ้นเอง
ผลกระทบเหล่านี้อาจสะท้อนออกมาในหลายด้าน เช่น:
- ค่าครองชีพที่สูงขึ้น: ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากปรับตัวสูงขึ้น
- ต้นทุนธุรกิจ: ผู้ประกอบการต้องจ่ายมากขึ้นสำหรับต้นทุนวัตถุดิบหรือนำเข้า
- แรงกดดันเงินเฟ้อ: แม้จะยังไม่พุ่งสูงมาก แต่ทิศทางราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้นตามเวลาหากภาษียังอยู่ระดับสูง
เสียงตอบรับจากหลายฝ่ายในสหรัฐฯ และต่างประเทศ
นักวิเคราะห์และนักเศรษฐกิจชี้ว่าปัญหานี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้จำกัดเพียงภายในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากนโยบายการค้าแบบกีดกัน ซึ่งอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าทั่วโลกและนำไปสู่การตอบโต้ในรูปแบบของมาตรการภาษีอื่น ๆ ในอนาคต
ในบางกรณี นโยบายดังกล่าวยังนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองและการตอบโต้ทางเศรษฐกิจจากประเทศคู่ค้าด้วย เช่น ยุโรปอาจพิจารณามาตรการเพื่อตอบสนองต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งบางฝ่ายมองว่าเป็น “trade war” หรือสงครามการค้า
สรุปผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจสหรัฐฯ
จากการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่า :
- ผู้บริโภคชาวอเมริกันเป็นผู้แบกรับต้นทุนภาษีส่วนใหญ่ ของภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ เรียกเก็บในช่วงปี 2024–2025
- ภาษีที่เพิ่มสูงขึ้นมีแนวโน้มทำให้ราคาโดยรวมของสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
- แม้ว่าผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในภาพรวมยังไม่รุนแรงมาก แต่เป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองในระยะยาว
ประเด็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงด้านนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปทั้งจากด้านการเมือง การค้า และผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก.
#Tariffs #TradePolicy #USConsumers #เศรษฐกิจโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น