ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาคดี “Trump v. Cook” หลังโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามปลดผู้ว่าการ Fed ลิซา คุก-ทดสอบความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาคดี “Trump v. Cook” หลังโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามปลดผู้ว่าการ Fed ลิซา คุก-ทดสอบความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ

โดย ADMIN

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สืบพยานคดีปลด “ลิซา คุก” ผู้ว่าการธนาคารกลาง หรือ Federal Reserve

วอชิงตัน — ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกามีกำหนดเปิดพิจารณาคดีสำคัญในวันพุธนี้เกี่ยวกับการพยายามของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปลด Lisa Cook (ลิซา คุก) ซึ่งเป็นผู้ว่าการคณะกรรมการธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ Federal Reserve (เฟด / Fed) — การกระทำที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สถาบันการเงินแห่งชาติของสหรัฐฯ และกำลังทดสอบว่าประธานาธิบดีจะมีอำนาจเพียงใดเหนือธนาคารกลางที่มีความเป็นอิสระทางกฎหมายสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เรื่องนี้ตีความว่าเป็นการท้าทายความเป็นอิสระของ Fed อย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

พื้นฐานคดี: อะไรคือ “Trump v. Cook”?

คดีที่ใช้ชื่อว่า Trump v. Cook เป็นคดีที่ Lisa Cook ยื่นฟ้องต่อโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อคณะกรรมการ Fed และ Jerome Powell ประธาน Fed โดยกล่าวว่าการที่ทรัมป์พยายามปลดเธอจากตำแหน่งนั้น “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” เนื่องจาก Fed มีสถานะเป็นหน่วยงานอิสระทางเศรษฐกิจตาม Federal Reserve Act และตำแหน่งผู้ว่าการนั้นสามารถถูกถอดถอนได้ เพียง “for cause” (ด้วยเหตุผลชัดเจนตามกฎหมาย) เท่านั้น ซึ่งกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีปลดโดยอ้างนโยบายหรือความคิดเห็นทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

ลิซา คุก ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในปี 2022 และเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยมีวาระดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2038 ซึ่งตำแหน่งผู้ว่าการ Fed มีวาระถึง 14 ปีตามกฎหมาย

อ้างข้อกล่าวหาที่เป็นชนวนคดี

สำนักงานบริหาร Federal Housing Finance Agency (FHFA) ของสหรัฐฯ อ้างว่าลิซา คุกทำ ผิดสัญญาเงินกู้บ้าน (mortgage fraud) โดยมีการกล่าวหาว่าเธออาจได้ยื่นข้อมูลผิดในเอกสารขอสินเชื่อ จึงกลายเป็นเหตุผลสำหรับทรัมป์ที่จะพยายามปลดเธอออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม คุก ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างเด็ดขาด และทนายของเธอกล่าวว่าข้อมูลที่ถูกอ้างถึงนั้น “คลุมเครือ ไม่ชัดเจนและถูกเลือกมานำเสนอเพียงบางส่วน” เท่านั้น

คดีนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปีที่ประธานาธิบดีพยายามปลดผู้ว่าการ Fed เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2025 ทรัมป์โพสต์จดหมายในบัญชีโซเชียลมีเดีย (Truth Social) ระบุว่ามีคำสั่งให้คุกพ้นตำแหน่งทันที โดยอ้างว่าการกระทำของเธอไม่เหมาะสม แต่ศาลชั้นต้นได้ออกคำสั่งห้ามปลดเธอไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงขั้นพิจารณาอย่างเต็มรูปแบบ

ศาลชั้นต้นตัดสินอย่างไร?

เมื่อเดือนกันยายน 2025 ศาลแขวง District Court ของ Washington D.C. ตัดสินว่า Trump น่าจะไม่มี “cause” หรือเหตุผลเพียงพอตามกฎหมายที่จะปลด Cook ออกจากตำแหน่ง และการพยายามกระทำดังกล่าวอาจละเมิดสิทธิ “due process” ตามมาตรา Fifth Amendment ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ โดยให้คุกยังคงอยู่ในตำแหน่งจนกว่าคดีจะได้รับการตัดสินข้อกฎหมายต่อไป

หลังจากนั้น ศาลอุทธรณ์ยังปฏิเสธคำขอของทรัมป์ที่จะระงับคำสั่งห้ามดังกล่าว และทรัมป์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ โดยขอให้ศาลสูงสุดยกคำสั่งห้ามไว้ระหว่างรอการพิจารณาเต็มคดี ซึ่งศาลสูงสุดได้พิจารณาและกำหนดวันพิจารณาคดีในวันที่ 21 มกราคม 2026 นี้

ทำไมคดีนี้ถึงสำคัญต่อ “ความเป็นอิสระของ Fed”?

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ถือเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระสูงสุดในการกำหนดนโยบายการเงินของประเทศ โดยเป้าหมายหลักคือควบคุมเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้นโยบายการเงินไม่ถูกครอบงำโดยการเมือง ซึ่งมักหมายถึงการกำหนดดอกเบี้ยอย่างเป็นกลางและยาวนาน

นักกฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์หลายคนระบุว่าการอนุญาตให้ประธานาธิบดีปลดผู้ว่าการ Fed โดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมายที่ชัดเจนอาจทำให้ธนาคารกลางสูญเสียความเชื่อมั่น และอาจทำให้ Fed กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และทั่วโลก

ประธาน Fed, Jerome Powell, มีบทบาทอย่างไร?

นอกเหนือจากคดีของ Cook แล้ว Fed ยังมีเรื่องที่สองที่เกี่ยวข้องกับประธาน Fed, Jerome Powell โดยกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ของสหรัฐฯ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของ Fed ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณอย่างรุนแรง และ Powell ระบุว่าการสอบสวนนี้ถูกใช้เพื่อกดดัน Fed ในด้านนโยบายการเงิน คล้ายกับคดีของ Cook ซึ่ง Powell ยังวางแผนจะเข้าร่วมการพิจารณาของศาลสูงสุดด้วยตัวเอง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากบางฝ่ายว่าการเข้าร่วมอาจถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

ฝ่ายใดคาดผลอย่างไร?

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระบุว่าคณะตุลาการศาลสูงสุด ที่ปัจจุบันมีเสียงข้างมากเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม อาจเลือกพิพากษาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เปิดช่องให้มีการปลดผู้ว่าการ Fed ตามอำเภอใจ แต่อาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือ “cause” ที่ชัดเจนเพื่อลดความไม่แน่นอนของกฎหมาย ในขณะที่บางเสียงเชื่อว่าศาลอาจคุ้มครองความเป็นอิสระของ Fed มากขึ้น โดยคำนึงถึงบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศและความเชื่อมั่นของตลาด

นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์และผู้นำธุรกิจว่าถ้าศาลตัดสินให้ปลด Cook ได้โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน อาจทำให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองต่อการกำหนดนโยบายดอกเบี้ย ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์และแรงกดดันต่อนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นทั่วโลก

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไปหลังคำตัดสิน

หากศาลสูงสุดตัดสินให้ฝ่าย Trump ชนะ พฤติกรรมของประธานาธิบดีในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจอาจได้รับพื้นที่มากขึ้นและสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมหน่วยงานอิสระอื่น ๆ ของรัฐบาล หากศาลคุ้มครอง Cook และยืนยันวาระอิสระของ Fed จะเป็นการตอกย้ำหลักการ Separation of Powers ที่มีความสำคัญต่อระบบการปกครองของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

คำตัดสินในคดีนี้อาจมีผลต่ออนาคตของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และยังอาจนำไปสู่การทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลหน่วยงานอิสระอื่น ๆ อีกด้วย

#TrumpvCook #SupremeCourt #FederalReserve #ศาลสูงสุดสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาคดี “Trump v. Cook” หลังโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามปลดผู้ว่าการ Fed ลิซา คุก-ทดสอบความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ | SlimScan