
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จับตาน้ำมันพุ่ง หลังแผนเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ชัดเจน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จับตาน้ำมันพุ่ง หลังแผนเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ชัดเจน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันนี้ เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแผนเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ขณะเดียวกัน S&P 500 และ Nasdaq ยังมีแรงหนุนจากกระแสหุ้นเทคโนโลยี, ความคาดหวังด้าน AI และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด
ภาพรวมตลาด: S&P 500 และ Nasdaq ยังมีโมเมนตัมบวก
บรรยากาศการลงทุนในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2026 ยังคงผสมผสานระหว่าง “ความหวัง” และ “ความกังวล” โดยฝั่งบวกมาจากแรงซื้อในหุ้นเติบโตสูง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ส่วนฝั่งลบมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนของภาคธุรกิจ
รายงานจาก WSJ ระบุว่า S&P 500 ปิดบวกต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสถิติการปรับขึ้นรายสัปดาห์ที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 และในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดัชนีเพิ่มขึ้นราว 14% แรงหนุนสำคัญมาจากความหวังเรื่อง cease-fire, กระแส AI, ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดี และ earnings season ที่แข็งแกร่ง
น้ำมันพุ่ง เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นประเด็นใหญ่
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลังนักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าแผนการเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินไปได้ราบรื่นเพียงใด ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก ดังนั้นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในพื้นที่นี้จึงส่งผลโดยตรงต่อตลาดพลังงานและตลาดการเงินทั่วโลก
Barron’s รายงานว่า Brent crude ขยับขึ้นราว 0.8% สู่ระดับประมาณ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เพิ่มขึ้นราว 0.7% สู่ระดับประมาณ 102.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีการพูดถึงแผน escort เรือที่ติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
Dow Jones อ่อนตัว สวนทาง S&P 500 และ Nasdaq
แม้ภาพรวมของหุ้นเทคโนโลยียังสดใส แต่ Dow Jones futures กลับอ่อนตัวเล็กน้อย สะท้อนว่านักลงทุนยังเลือกซื้อหุ้นแบบ selective มากขึ้น ไม่ได้ไล่ซื้อทั้งตลาดเหมือนช่วง risk-on เต็มตัว
ข้อมูลจาก MarketWatch ระบุว่า Dow futures ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ S&P 500 futures และ Nasdaq-100 futures ยังปรับขึ้น โดย Nasdaq ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและความคาดหวังต่อรายงานผลประกอบการของบริษัทใหญ่
ผลประกอบการบริษัทช่วยพยุงตลาด
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ earnings season ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด MarketWatch รายงานโดยอ้างข้อมูล Goldman Sachs ว่า กำไรไตรมาสแรกของบริษัทใน S&P 500 เพิ่มขึ้นประมาณ 16% แบบ adjusted basis และอัตราบริษัทที่รายงาน EPS ต่ำกว่าคาดอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับรอบ 25 ปี
ตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนเชื่อว่าบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ยังรับมือกับต้นทุนสูง, ดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้ดี โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ software, cloud, semiconductors และ artificial intelligence
AI ยังเป็นธีมหลักของตลาดหุ้น
กระแส AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ นักลงทุนยังให้ premium กับบริษัทที่มีโอกาสเติบโตจาก data center, chip, cloud infrastructure และ enterprise software เพราะมองว่า AI ไม่ใช่แค่กระแสระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มมีความคาดหวังสูงมากต่อหุ้นกลุ่มนี้ หากผลประกอบการหรือ guidance ออกมาต่ำกว่าคาด หุ้นเทคโนโลยีอาจเผชิญแรงขายทำกำไรได้เช่นกัน
นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
นอกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันแล้ว นักลงทุนยังรอดูตัวเลข nonfarm payrolls ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพราะข้อมูลแรงงานจะมีผลต่อมุมมองเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของ Federal Reserve
หากตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่งเกินไป ตลาดอาจกังวลว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น แต่หากตัวเลขชะลอลงแบบพอดี อาจช่วยหนุนความหวังว่าเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ลดลงโดยเศรษฐกิจไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย
สรุปแนวโน้มตลาด
โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแรงส่งเชิงบวกจากกำไรบริษัท, หุ้นเทคโนโลยี และกระแส AI แต่ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์พลังงานตึงเครียดมากขึ้น อาจกดดันเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในระยะสั้น
มุมมองสำคัญ: ตลาดยังไม่ได้เสียโมเมนตัมหลัก แต่การขึ้นแรงหลายสัปดาห์ติดต่อกันทำให้โอกาสพักฐานมีมากขึ้น นักลงทุนจึงควรจับตาทั้ง earnings, ราคาน้ำมัน, ค่าเงินดอลลาร์, bond yield และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น