
ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังสต็อกพุ่งเกินคาดและตลาดกังวลการซ่อมบำรุง Freeport LNG
ราคาก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ร่วงต่อเนื่อง นักลงทุนเพิ่มแรงขาย หลังอุปทานสูงกว่าคาด
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Natural Gas Futures) ของสหรัฐอเมริกา ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสัญญาส่งมอบเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลังนักลงทุนตอบสนองต่อข้อมูลปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลัง (Storage Inventory) ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ประกอบกับข่าวการเตรียมปิดซ่อมบำรุงของ Freeport LNG ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) ที่สำคัญของสหรัฐฯ ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายยังคงอยู่ในเชิงลบอย่างชัดเจน
สต็อกก๊าซธรรมชาติสูงกว่าคาด กดดันราคาตลาด
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติอ่อนตัว คือการประกาศตัวเลขปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณอุปทานในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความต้องการใช้ยังไม่สามารถดูดซับอุปทานที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
ข้อมูลล่าสุดยังระบุว่า ระดับก๊าซธรรมชาติในคลังเก็บของสหรัฐฯ อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีประมาณ 6.6% ทำให้ตลาดมองว่าสถานการณ์อุปทานยังอยู่ในภาวะเพียงพอ และลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการขาดแคลนในระยะสั้น
Freeport LNG เตรียมซ่อมบำรุง กระทบความต้องการใช้ก๊าซ
อีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาด คือการประกาศแผนซ่อมบำรุงของ Freeport LNG ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ของประเทศ
เมื่อต้องมีการหยุดดำเนินงานบางส่วนในช่วงซ่อมบำรุง ความต้องการนำก๊าซธรรมชาติไปแปรรูปเพื่อการส่งออกจะลดลงชั่วคราว ส่งผลให้มีก๊าซธรรมชาติเหลืออยู่ในตลาดภายในประเทศมากขึ้น และยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานให้กับราคาซื้อขายล่วงหน้า
นักวิเคราะห์ชี้โครงสร้างราคากลายเป็นขาลง
เดนนิส คิสส์เลอร์ (Dennis Kissler) นักวิเคราะห์จาก BOK Financial ระบุว่า ในเชิงเทคนิค ราคาสัญญาก๊าซธรรมชาติส่งมอบเดือนสิงหาคมได้ปรับตัวลงทำระดับต่ำสุดใหม่ของสัญญา (New Contract Low) ส่งสัญญาณว่าแนวโน้มของตลาดได้เปลี่ยนเข้าสู่โครงสร้างขาลง (Bearish Structure) อย่างชัดเจน
มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนจำนวนมากยังเลือกใช้กลยุทธ์ "Sell the Rallies" หรือการขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้น มากกว่าการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรจากการฟื้นตัวของราคา
แม้อากาศยังร้อนกว่าปกติ แต่ไม่เพียงพอหนุนราคา
โดยปกติแล้ว สภาพอากาศที่ร้อนกว่าค่าเฉลี่ยจะช่วยกระตุ้นการใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แบบจำลองสภาพอากาศล่าสุดแสดงให้เห็นว่า แม้อุณหภูมิยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่เริ่มมีแนวโน้มเย็นลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้า
เมื่อประกอบกับระดับก๊าซธรรมชาติในคลังที่ยังอยู่ในระดับสูง นักลงทุนจึงมองว่าปัจจัยด้านสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถพลิกทิศทางตลาดให้กลับมาเป็นบวกได้
ราคาสัญญาเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงกว่า 2%
ในการซื้อขายล่าสุด ราคาสัญญาก๊าซธรรมชาติส่งมอบเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงประมาณ 2.4% มาอยู่ที่ 2.939 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งล้านบีทียู (MMBtu) สะท้อนแรงขายที่ยังคงครอบงำตลาดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกินและแนวโน้มความต้องการใช้ที่ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ
นักลงทุนจับตาปัจจัยสำคัญในระยะต่อไป
ผู้เข้าร่วมตลาดยังคงติดตามข้อมูลหลายด้านอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นรายงานปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังในแต่ละสัปดาห์ ความคืบหน้าการซ่อมบำรุงของ Freeport LNG การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ รวมถึงความต้องการใช้พลังงานทั้งในประเทศและภาคการส่งออก
หากปริมาณก๊าซในคลังยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือความต้องการส่งออก LNG ชะลอตัวกว่าที่คาด ราคาก๊าซธรรมชาติอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากเกิดคลื่นความร้อนรุนแรงหรือความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจช่วยพยุงราคาและลดแรงขายในตลาดได้ในอนาคต
#NaturalGas #LNG #CommodityMarket #พลังงานโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น