
สหรัฐสูญเสียงานกว่า 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ สัญญาณเตือนเศรษฐกิจชะลอตัว amid วิกฤตพลังงานและความตึงเครียดตะวันออกกลาง
รายงาน Jobs Report เดือนกุมภาพันธ์: เศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียงาน 92,000 ตำแหน่ง
รายงานตลาดแรงงานของสหรัฐ (US Jobs Report) ที่เผยแพร่ล่าสุดสร้างความประหลาดใจให้กับนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก หลังข้อมูลระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียตำแหน่งงานถึง 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ก่อนหน้าที่คาดว่าจะมีการเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ประมาณ 50,000 ตำแหน่ง การลดลงครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญว่าตลาดแรงงานของสหรัฐกำลังเริ่มเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) เพิ่มขึ้นเป็น 4.4% จากระดับ 4.3% ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการจ้างงานที่อ่อนแอลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ตัวเลขตลาดแรงงานที่น่ากังวล
ข้อมูลจากรายงาน Nonfarm Payrolls ระบุว่าการสูญเสียตำแหน่งงานในเดือนกุมภาพันธ์เกิดขึ้นในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การขนส่ง เทคโนโลยี และภาครัฐบาลกลาง ซึ่งสะท้อนว่าการชะลอตัวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม เศรษฐกิจสหรัฐยังคงสามารถเพิ่มตำแหน่งงานได้ประมาณ 126,000 ตำแหน่ง ทำให้ตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์ที่ติดลบอย่างหนักกลายเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ของตลาด
นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่าการลดลงครั้งนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณแรกๆ ที่บ่งบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอตัว หลังจากที่ปี 2025 มีการเติบโตของการจ้างงานค่อนข้างอ่อนแออยู่แล้ว โดยตลอดทั้งปีมีการสร้างงานเพียง ประมาณ 181,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าปี 2024 อย่างมากที่มีการเพิ่มงานกว่า 2 ล้านตำแหน่ง
ภาค Healthcare ได้รับผลกระทบหนักจากการประท้วง
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขการจ้างงานลดลงคือการประท้วงของพนักงานในภาคสาธารณสุข (Healthcare sector) โดยเฉพาะในรัฐ California และ Hawaii ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานมากกว่า 100,000 ตำแหน่ง
การหยุดงานของบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลส่งผลให้โรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพหลายแห่งต้องลดจำนวนพนักงานชั่วคราว รวมถึงชะลอการจ้างงานใหม่
นักวิเคราะห์บางคนมองว่าหากไม่มีการประท้วงในภาคนี้ ตัวเลขการจ้างงานอาจไม่ได้ติดลบมากนัก แต่ก็ยังคงสะท้อนแนวโน้มการชะลอตัวของตลาดแรงงานโดยรวม
การลดขนาดรัฐบาลกลาง (Federal Workforce Cuts)
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตำแหน่งงานลดลงคือการลดขนาดของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Government Workforce)
ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 เป็นต้นมา จำนวนพนักงานรัฐบาลกลางลดลงรวมแล้วประมาณ 330,000 ตำแหน่ง เนื่องจากนโยบายปรับโครงสร้างองค์กรและการลดงบประมาณของรัฐบาล
การลดขนาดหน่วยงานรัฐถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูประบบราชการที่มีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล แต่ในระยะสั้นก็ส่งผลให้ตัวเลขการจ้างงานโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ความเหลื่อมล้ำในอัตราการว่างงาน
ข้อมูลยังเผยให้เห็นถึงความแตกต่างของอัตราการว่างงานระหว่างกลุ่มประชากรในสหรัฐ
- อัตราการว่างงานของชาวแอฟริกันอเมริกัน: 7.7%
- อัตราการว่างงานของชาวอเมริกันผิวขาว: 3.7%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงานที่ยังคงดำรงอยู่ แม้ว่าตลาดแรงงานจะเคยฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังการระบาดของโควิด-19
ตลาดหุ้นและนักลงทุนตอบสนองทันที
หลังการประกาศตัวเลข Jobs Report ตลาดการเงินตอบสนองทันที โดยดัชนีหุ้นสำคัญของสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
ดัชนี Dow Jones ร่วงลงมากกว่า 900 จุด ในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงราว 1.7%
นักลงทุนกังวลว่าการอ่อนแอของตลาดแรงงานอาจส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ในเวลาเดียวกัน ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบ Brent crude พุ่งขึ้นเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี
การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานส่งผลให้ต้นทุนของธุรกิจและผู้บริโภคสูงขึ้น และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ (Inflation)
ความเสี่ยงของภาวะ Stagflation
นักเศรษฐศาสตร์บางคนเริ่มเตือนถึงความเสี่ยงของภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เศรษฐกิจเติบโตช้า แต่เงินเฟ้อกลับเพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่อาจนำไปสู่ Stagflation ได้แก่
- ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
- การจ้างงานที่ลดลง
- ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะเป็นความท้าทายอย่างมากต่อผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐ
ผลกระทบต่อการตัดสินใจของ Federal Reserve
ข้อมูลการจ้างงานล่าสุดอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ Federal Reserve (Fed) เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
ปัจจุบัน Fed กำลังพิจารณาว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ประมาณ 3.50% – 3.75% หรือปรับลดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การลดดอกเบี้ยอาจทำได้ยาก เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่จากราคาพลังงานและต้นทุนสินค้า
แนวโน้มตลาดแรงงานในปี 2026
แม้ว่าตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์จะออกมาอ่อนแอ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังคงมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐอาจฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี
ปัจจัยที่อาจช่วยกระตุ้นการจ้างงาน ได้แก่
- การลงทุนในเทคโนโลยีและ AI
- การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงแข็งแกร่ง
- โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มการจ้างงานในอนาคต
บทสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจ
รายงานการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ การสูญเสียงาน 92,000 ตำแหน่งสะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน ขณะที่ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาพลังงานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยิ่งทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ในช่วงเดือนต่อๆ ไป นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบายจะจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการชะลอตัวครั้งนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสามารถอ่านได้จากแหล่งข่าวต้นฉบับ เช่น The Guardian
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น