สหรัฐเผชิญตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นจากพายุรุนแรง แต่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง

สหรัฐเผชิญตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นจากพายุรุนแรง แต่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง

โดย ADMIN

ภาพรวมสถานการณ์แรงงานสหรัฐล่าสุด

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับสัญญาณที่หลากหลายจากตลาดแรงงานในช่วงต้นปี 2026 เมื่อข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (jobless claims) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางผลกระทบจากพายุฤดูหนาวและสภาพอากาศที่รุนแรงในหลายรัฐ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ยังคงเห็นพ้องกันว่า labour market โดยรวมของสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง และยังไม่แสดงสัญญาณของการชะลอตัวอย่างรุนแรง

ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นเพราะอะไร

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (initial jobless claims) เพิ่มขึ้นในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพายุฤดูหนาว พายุหิมะ และสภาพอากาศเลวร้ายที่ถล่มหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในแถบ Midwest และ Northeast

พายุเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงงาน หรือธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้พนักงานบางส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และจำเป็นต้องยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานในระยะสั้น

สภาพอากาศกับผลกระทบต่อการจ้างงาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แรงงานมองว่า การเพิ่มขึ้นของ jobless claims ในลักษณะนี้เป็นผลกระทบระยะสั้น (temporary disruption) มากกว่าจะสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงาน พายุและภัยธรรมชาติมักทำให้ตัวเลขแรงงานผันผวนในระยะสั้น แต่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

ตลาดแรงงานยังคง “ถือว่าแข็งแรง”

แม้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลด้านอื่น ๆ ของตลาดแรงงานยังคงสะท้อนภาพเชิงบวก เช่น อัตราการว่างงาน (unemployment rate) ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การจ้างงานใหม่ (nonfarm payrolls) ที่ยังเติบโต และจำนวนตำแหน่งงานว่าง (job openings) ที่ยังอยู่ในระดับสูง

นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะ tight labour market หมายถึง นายจ้างยังคงต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดแรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการ สุขภาพ เทคโนโลยี และโลจิสติกส์

นายจ้างยังไม่รีบปลดคน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ นายจ้างส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการปลดพนักงานจำนวนมาก เนื่องจากประสบการณ์ในช่วงหลังโควิด-19 ที่การหาคนทำงานใหม่เป็นเรื่องยากและมีต้นทุนสูง ทำให้บริษัทจำนวนมากเลือกที่จะ “เก็บคนไว้” แม้เศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอน

มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์

นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการเพิ่มขึ้นของ jobless claims ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นสัญญาณเตือนของ recession ในทันที แต่เป็นเพียง noise จากปัจจัยภายนอกอย่างสภาพอากาศ นักวิเคราะห์จากหลายสำนักยังคงคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป (soft landing) มากกว่าการถดถอยรุนแรง

พวกเขายังชี้ว่า หากดูค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของ jobless claims ตัวเลขยังคงอยู่ในกรอบที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และยังต่ำกว่าระดับที่มักพบในช่วงเศรษฐกิจถดถอยอย่างมีนัยสำคัญ

Fed มองข้อมูลแรงงานอย่างไร

ข้อมูลตลาดแรงงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน การที่ตลาดแรงงานยังแข็งแรง ทำให้ Fed มีพื้นที่ในการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบการจ้างงานมากเกินไป

ความเชื่อมโยงกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งมักเชื่อมโยงกับแรงกดดันด้านค่าจ้าง (wage pressure) ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง ทำให้เกิดสมดุลที่น่าสนใจระหว่างการจ้างงานและเสถียรภาพราคา

นักลงทุนกำลังจับตาดูว่า ตัวเลขแรงงานที่ผันผวนจากปัจจัยชั่วคราว จะส่งผลต่อท่าทีของ Fed หรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

ข่าวการเพิ่มขึ้นของ jobless claims ส่งผลให้ตลาดการเงินมีความผันผวนเล็กน้อย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนค่าลงในระยะสั้น ขณะที่ตลาดหุ้นตอบสนองอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสัญญาณเศรษฐกิจชะลอ กับความแข็งแกร่งโดยรวมของตลาดแรงงาน

ในตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields) มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย สะท้อนความคาดหวังว่าการชะลอตัวบางส่วนอาจช่วยลดแรงกดดันต่อดอกเบี้ยในอนาคต

ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างไร

ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากพายุและสภาพอากาศรุนแรง ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร การขนส่ง และการก่อสร้าง ซึ่งต้องหยุดกิจกรรมชั่วคราว อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งมีแผนบริหารความเสี่ยง (risk management) และมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต

ในระยะยาว ผู้บริหารหลายรายยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการจ้างงาน โดยเฉพาะเมื่ออุปสงค์ภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง และผู้บริโภคยังคงใช้จ่าย แม้จะระมัดระวังมากขึ้น

แรงงานสหรัฐในมุมมองระยะยาว

หากมองในภาพใหญ่ ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง เช่น การขาดแคลนแรงงานฝีมือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร และการนำเทคโนโลยี AI และ automation เข้ามาใช้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในรูปของการว่างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับทำให้แรงงานบางกลุ่มมีอำนาจต่อรองสูงขึ้น และค่าจ้างปรับตัวดีขึ้นในหลายอุตสาหกรรม

บทเรียนจากความผันผวนระยะสั้น

การเพิ่มขึ้นของ jobless claims จากพายุในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของความผันผวนระยะสั้นที่ไม่ควรถูกตีความเกินจริง นักวิเคราะห์แนะนำให้ดูข้อมูลหลายตัวประกอบกัน ทั้งการจ้างงาน ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน และอัตราการลาออก (quit rate)

สรุปภาพรวมสถานการณ์

แม้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นในช่วงล่าสุด แต่สาเหตุหลักมาจากปัจจัยชั่วคราวอย่างสภาพอากาศที่รุนแรง มากกว่าการอ่อนแอของเศรษฐกิจโดยรวม ตลาดแรงงานยังคงแสดงความยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยพยุงเศรษฐกิจสหรัฐท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ

ในระยะต่อไป นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจ จะยังคงจับตาข้อมูลแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และนโยบายการเงินของสหรัฐอย่างรอบคอบ

#ตลาดแรงงานสหรัฐ #JoblessClaims #เศรษฐกิจสหรัฐ #FedPolicy #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

สหรัฐเผชิญตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นจากพายุรุนแรง แต่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง | SlimScan