เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมทรงตัว แต่ราคาพลังงานพุ่งจากผลกระทบสงครามอิหร่าน กดดัน Fed ให้คงท่าทีระมัดระวัง

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมทรงตัว แต่ราคาพลังงานพุ่งจากผลกระทบสงครามอิหร่าน กดดัน Fed ให้คงท่าทีระมัดระวัง

โดย ADMIN

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมทรงตัว แต่ราคาพลังงานพุ่งจากผลกระทบสงครามอิหร่าน

ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ หรือ CPI เดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน และทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังสถานการณ์สงครามอิหร่านส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก

ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งแรง ดันหมวดพลังงานขึ้นทั่วกระดาน

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% ในเดือนพฤษภาคมแบบปรับตามฤดูกาล และสูงขึ้นถึง 40.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้หมวดพลังงานโดยรวมเพิ่มขึ้น 3.9% รายเดือน และ 23.5% รายปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกดดันจากพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงได้ยาก แม้ราคาสินค้าบางกลุ่มเริ่มอ่อนตัวลงแล้วก็ตาม

Core CPI ยังขยับขึ้น แต่ภาพรวมไม่ร้อนแรงเท่าหมวดพลังงาน

หากตัดราคาอาหารและพลังงานออก Core CPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม และอยู่ที่ประมาณ 2.9% เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขนี้ถือว่าใกล้เคียงกับที่ Wall Street คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังมองว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ลดลงชัดพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve เปลี่ยนท่าทีด้านนโยบายการเงินในทันที

Bank of America ชี้ราคาสินค้าบางกลุ่มเริ่มอ่อนตัว

Bank of America ระบุว่า ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานออกมาเกือบตรงกับที่คาดไว้ แต่มีความแตกต่างชัดเจนระหว่างหมวดสินค้าและบริการ โดยราคาสินค้าพื้นฐานลดลง 0.1% ในเดือนดังกล่าว จากแรงกดดันที่ลดลงในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน รถยนต์ใหม่ และสินค้าทางการแพทย์ สัญญาณนี้อาจสะท้อนว่าแรงกดดันจากภาษีนำเข้าเริ่มเบาลงในข้อมูลรายเดือน

ภาคบริการยังเป็นจุดที่ Fed ต้องจับตา

แม้ราคาสินค้าบางหมวดลดลง แต่ภาคบริการยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดย Core Services เพิ่มขึ้น 0.29% รายเดือน สูงกว่าที่ Bank of America คาดไว้ที่ 0.23% ปัจจัยสำคัญมาจากค่าเช่า ค่าเทียบเท่าค่าเช่าของเจ้าของบ้าน และราคาตั๋วเครื่องบินที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้นจากสถานการณ์อิหร่าน

Core PCE มีแนวโน้มสูงขึ้น กดดันมุมมองนโยบายการเงิน

Bank of America ประเมินว่า Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ อาจอยู่ที่ 0.27% รายเดือน หรือ 3.3% รายปี หลังจากปรับเพิ่มจากประมาณการเดิมที่ 0.17% ตัวเลขนี้ทำให้ตลาดมองว่า Fed อาจยังไม่มีเหตุผลเพียงพอในการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ เพราะเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ

นักเศรษฐศาสตร์มองธุรกิจบางส่วนยอมรับต้นทุนเอง

Bill Adams หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของ Fifth Third Commercial Bank กล่าวว่า ความอ่อนตัวของราคาสินค้าพื้นฐานอาจเป็นสัญญาณว่าธุรกิจบางแห่งเลือกดูดซับต้นทุนไว้ในกำไร แทนที่จะส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ภาคบริการที่ใช้แรงงานเข้มข้นยังคงสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะบริการดูแลบ้าน บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน และบริการดูแลผู้สูงอายุ

Supercore CPI เร่งตัวแตะระดับสูงสุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2025

อีกหนึ่งตัวเลขที่ตลาดให้ความสนใจคือ Supercore CPI ซึ่งวัดราคาบริการโดยไม่รวมอาหาร พลังงาน และที่อยู่อาศัย โดยเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพฤษภาคม และเร่งตัวเป็น 3.7% รายปี ถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเงินเฟ้อในภาคบริการยังมีแรงหนุนอยู่ และอาจทำให้ Fed ต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดบางส่วนคาดไว้

ผลต่อ Fed: โอกาสคงดอกเบี้ยยังสูง

นักวิเคราะห์ทั้งจาก Bank of America และ Fifth Third Commercial Bank เห็นตรงกันว่า รายงานเงินเฟ้อรอบนี้สนับสนุนให้ Fed คงท่าทีแบบ wait-and-see ต่อไป แม้เงินเฟ้อบางส่วนเกิดจาก shock ภายนอก เช่น สงครามอิหร่านและภาษีนำเข้า แต่ Fed ยังต้องระวัง เพราะเงินเฟ้ออยู่เหนือเป้าหมายมานาน และราคาบริการที่เกี่ยวข้องกับแรงงานยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ภาพรวมตลาด: นักลงทุนยังต้องจับตาพลังงานและดอกเบี้ย

สำหรับนักลงทุน รายงาน CPI เดือนพฤษภาคมสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังซับซ้อน ด้านหนึ่ง ราคาสินค้าบางหมวดเริ่มลดแรงกดดัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาพลังงานและบริการยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ หรือทำให้ supply chain พลังงานตึงตัวมากขึ้น เงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ดังนั้น ตลาดการเงินอาจยังผันผวน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อผู้บริโภค ขณะที่หุ้นพลังงานอาจได้รับความสนใจมากขึ้น หากราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงยังทรงตัวในระดับสูง

สรุปข่าว

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมยังไม่ส่งสัญญาณเย็นลงชัดเจน แม้ Core CPI อยู่ในระดับที่ตลาดคาดการณ์ แต่แรงกดดันจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน ยังคงผลักดันเงินเฟ้อทั่วไปให้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคบริการยังเป็นปัจจัยที่ Fed ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ในระยะต่อไป นักลงทุนควรติดตามราคาน้ำมัน สถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลข Core PCE และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed เพราะปัจจัยเหล่านี้จะมีผลต่อทิศทางดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ ตลาดหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

#เงินเฟ้อสหรัฐ #CPI #FederalReserve #เศรษฐกิจโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง