
เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญจุดเปลี่ยน: ตลาดแรงงานชะลอตัว หลังตำแหน่งงานว่างหายไปเกือบ 1 ล้านตำแหน่งในปีเดียว
สัญญาณเตือนจากตลาดแรงงานสหรัฐ เมื่อ Job Openings ลดลงแรงในรอบหลายปี
รายงานล่าสุดที่อ้างอิงจากการวิเคราะห์ของสื่อเศรษฐกิจชั้นนำอย่าง สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐ (U.S. Economy) กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยในช่วงปีที่ผ่านมา จำนวน ตำแหน่งงานว่าง (Job Openings) ในตลาดแรงงานสหรัฐลดลงเกือบ 1 ล้านตำแหน่งซึ่งถือเป็นการหดตัวที่มากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ช่วงหลังการฟื้นตัวจากโควิด-19
แม้ตัวเลขการจ้างงานโดยรวมยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยเต็มรูปแบบ แต่การลดลงของตำแหน่งงานว่างสะท้อนถึงแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กำลังกัดกินความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนายจ้างทั่วประเทศ
ตำแหน่งงานว่างคืออะไร และทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ
ตำแหน่งงานว่าง (Job Openings) หมายถึงจำนวนงานที่นายจ้างเปิดรับสมัคร แต่ยังไม่มีผู้ถูกจ้างอย่างเป็นทางการตัวเลขนี้ถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักของ ความร้อนแรงของตลาดแรงงานหากตำแหน่งงานว่างมีจำนวนมาก แปลว่านายจ้างต้องการแรงงานสูง เศรษฐกิจกำลังขยายตัว
ในทางกลับกัน เมื่อจำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงอย่างรวดเร็วย่อมสะท้อนว่า บริษัทเริ่มระมัดระวังการจ้างงานอาจชะลอการขยายกิจการ หรือเตรียมรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สาเหตุหลักที่ทำให้ Job Openings หายไปเกือบ 1 ล้านตำแหน่ง
1. นโยบายดอกเบี้ยสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของ Federal Reserve (Fed)เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจบริษัทจำนวนมากจึงเลือก ชะลอการจ้างงานใหม่และมุ่งรักษาสภาพคล่องแทนการขยายทีม
2. เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
แม้เงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงจากจุดสูงสุด แต่ราคาวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าดำเนินงานยังคงสูงทำให้นายจ้างต้องประเมินความคุ้มค่าในการเปิดรับพนักงานใหม่อย่างรอบคอบ
3. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงคราม การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกรวมถึงความเสี่ยงด้านการค้า ทำให้บริษัทข้ามชาติและธุรกิจขนาดใหญ่ลดความเสี่ยงด้วยการควบคุมต้นทุนแรงงาน
อุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบมากที่สุด
ภาคเทคโนโลยี (Technology Sector)
อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการจ้างงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นการลดตำแหน่งงานว่างอย่างชัดเจนบริษัท Tech หลายแห่งปรับโครงสร้างองค์กร ลดทีม และเน้นประสิทธิภาพมากกว่าการเติบโตแบบเร่งตัว
ภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
อัตราดอกเบี้ยที่สูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ยืมและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทำให้ความต้องการแรงงานในภาคนี้ลดลงตามไปด้วย
ภาคค้าปลีกและบริการ
ผู้บริโภคเริ่มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้นส่งผลให้ร้านค้าและธุรกิจบริการบางส่วนชะลอการเปิดรับพนักงานใหม่
ตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่งอยู่หรือไม่
แม้ตำแหน่งงานว่างจะลดลงอย่างมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤตอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และการเลิกจ้างจำนวนมากยังไม่เกิดขึ้นในวงกว้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียง การปรับสมดุล (Rebalancing)หลังจากตลาดแรงงานร้อนแรงเกินไปในช่วงหลังโควิด
ผลกระทบต่อแรงงานและผู้หางาน
สำหรับแรงงานทั่วไป การลดลงของตำแหน่งงานว่างหมายถึงการแข่งขันในการหางานที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในสายงานที่เคยขาดแคลนแรงงาน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้แรงงาน:
- เพิ่มทักษะใหม่ (Reskill / Upskill)
- เปิดรับงานข้ามสายมากขึ้น
- ติดตามเทรนด์อุตสาหกรรมที่ยังเติบโต
ผลต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐในปีถัดไป
การหดตัวของ Job Openings อาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะยาวเพราะค่าแรงมีแนวโน้มชะลอตัวลงซึ่งเป็นสิ่งที่ Fed ต้องการเห็น
อย่างไรก็ตาม หากการชะลอการจ้างงานรุนแรงเกินไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Recession
มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์
นักเศรษฐศาสตร์มองว่าช่วงเวลานี้เป็น จุดเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐ หากสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้การจ้างงานทรุดหนักเศรษฐกิจอาจลงจอดแบบ “Soft Landing”
แต่หากความเชื่อมั่นของธุรกิจลดลงต่อเนื่องการลดตำแหน่งงานว่างอาจลุกลามไปสู่การปลดพนักงานในอนาคต
สรุปภาพรวม
การที่เศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียตำแหน่งงานว่างเกือบ 1 ล้านตำแหน่งในปีเดียวไม่ใช่สัญญาณล่มสลายทันที แต่เป็น สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามสะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังเย็นลง และเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐาน
ทิศทางต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ Fedภาวะเงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเป็นสำคัญ
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น