ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุด สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพและเงินเฟ้อ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุด สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพและเงินเฟ้อ

โดย ADMIN

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุด สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพและเงินเฟ้อ

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงอย่างหนักในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังผลสำรวจของ University of Michigan ระบุว่า Consumer Sentiment Index ลดลงมาอยู่ที่ 44.8 จาก 49.8 ในเดือนเมษายน คิดเป็นการลดลงราว 10% เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 14.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ความกังวลเรื่องค่าครองชีพกดดันความรู้สึกผู้บริโภค

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ sentiment ของผู้บริโภคอ่อนแอลง คือราคาสินค้าและค่าครองชีพที่ยังสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้หลายครัวเรือนรู้สึกว่ากำลังซื้อของตนลดลง แม้ตลาดแรงงานยังพอประคองเศรษฐกิจได้ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มกังวลว่ารายได้อาจไม่ทันกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ตัวเลขสำคัญจากผลสำรวจ University of Michigan

รายงานระบุว่า Current Economic Conditions Index ลดลงมาอยู่ที่ 45.8 จาก 52.5 ในเดือนก่อนหน้า ส่วน Consumer Expectations Index ลดลงมาอยู่ที่ 44.1 จาก 48.1 สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้กังวลเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตด้วย

เงินเฟ้อยังเป็นประเด็นใหญ่

อีกจุดที่ตลาดจับตาคือ inflation expectations หรือคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค โดย Reuters รายงานว่าคาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นเพิ่มขึ้นเป็น 4.8% จาก 4.7% ในเดือนเมษายน ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% จาก 3.5%

ตัวเลขนี้สำคัญต่อ Federal Reserve เพราะหากประชาชนเชื่อว่าเงินเฟ้อจะสูงต่อเนื่อง พวกเขาอาจเร่งซื้อสินค้า ขอขึ้นค่าแรง หรือปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันด้านราคายืดเยื้อนานขึ้น

ผู้บริโภคยังใช้จ่าย แต่ความมั่นใจลดลง

แม้ความรู้สึกของผู้บริโภคจะอ่อนแอมาก แต่การใช้จ่ายและยอดค้าปลีกยังไม่ได้ทรุดลงแรงเท่ากับตัวเลข sentiment นักเศรษฐศาสตร์จึงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแรงหนุนจากตลาดแรงงานและรายได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม หากราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคยังสูงต่อไป การใช้จ่ายในอนาคตอาจเริ่มชะลอลง

กลุ่มรายได้น้อยและรายได้ปานกลางได้รับผลกระทบหนัก

ครัวเรือนรายได้น้อยและรายได้ปานกลางเป็นกลุ่มที่รู้สึกถึงแรงกดดันมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหาร พลังงาน ค่าเช่า และการเดินทาง กินสัดส่วนรายได้สูงกว่ากลุ่มรายได้มาก เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ค่าเดินทางและต้นทุนสินค้าอื่น ๆ ก็มีโอกาสปรับขึ้นตาม ทำให้ household budget ตึงตัวขึ้น

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและนโยบายดอกเบี้ย

ตัวเลขความเชื่อมั่นที่ลดลงอาจทำให้ตลาดการเงินตีความได้สองทาง ด้านหนึ่ง เศรษฐกิจที่ชะลอลงอาจเพิ่มแรงกดดันให้ Fed ต้องระมัดระวังเรื่องดอกเบี้ย แต่อีกด้านหนึ่ง เงินเฟ้อคาดการณ์ที่สูงขึ้นอาจทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น เพราะต้องรักษาความน่าเชื่อถือในการควบคุมเงินเฟ้อ

ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเปราะบาง

โดยสรุป ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญความท้าทายจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความกังวลของผู้บริโภค แม้การจ้างงานยังช่วยพยุงเศรษฐกิจ แต่ sentiment ที่ตกต่ำอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าครัวเรือนเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงมากขึ้น

บทสรุป

การที่ Consumer Sentiment Index ลดลงสู่ระดับ 44.8 ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจทั่วไป แต่สะท้อนความรู้สึกจริงของผู้บริโภคที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงและความไม่แน่นอน หากแรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลาย ความเชื่อมั่นที่อ่อนแออาจส่งผลต่อการใช้จ่าย การลงทุน และทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงต่อไป

#เศรษฐกิจสหรัฐ #เงินเฟ้อ #ConsumerSentiment #UniversityOfMichigan #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง