2 หุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary ที่มีโอกาสทำกำไรเหนือคาด นักลงทุนไม่ควรมองข้ามในช่วง Earnings Season

2 หุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary ที่มีโอกาสทำกำไรเหนือคาด นักลงทุนไม่ควรมองข้ามในช่วง Earnings Season

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:PENN

2 หุ้น Consumer Discretionary ที่อาจสร้างเซอร์ไพรส์ด้านกำไรในไตรมาสนี้

ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ หรือ Earnings Season นักลงทุนจำนวนมากต่างจับตาหุ้นที่มีโอกาสรายงานกำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ล่าสุดทาง Zacks Investment Research ได้เปิดเผยรายชื่อหุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary จำนวน 2 บริษัทที่น่าสนใจและมีแนวโน้ม “Beat Earnings” หรือทำกำไรได้สูงกว่าคาด ซึ่งอาจกลายเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นเติบโตในระยะสั้นถึงระยะกลาง

ทำความรู้จักกับ Consumer Discretionary Sector

ก่อนจะไปดูว่าหุ้นตัวใดน่าสนใจ นักลงทุนควรเข้าใจก่อนว่า Consumer Discretionary คือกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการที่ผู้บริโภค “เลือกซื้อ” เมื่อมีกำลังซื้อเพียงพอ แตกต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เช่น อาหาร หรือยา

ตัวอย่างธุรกิจในกลุ่มนี้ ได้แก่

  • ร้านค้าปลีก
  • แบรนด์แฟชั่น
  • รถยนต์
  • โรงแรมและท่องเที่ยว
  • ร้านอาหาร
  • แพลตฟอร์ม E-commerce

หุ้นในกลุ่มนี้มักเคลื่อนไหวตามสภาพเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภค หากเศรษฐกิจแข็งแรง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อ หุ้นกลุ่มนี้ก็มักเติบโตได้ดี

ทำไมการ Beat Earnings ถึงสำคัญ?

การที่บริษัทสามารถรายงานผลกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ มักส่งผลเชิงบวกต่อราคาหุ้นทันที เพราะสะท้อนว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

นักลงทุนจำนวนมากใช้ข้อมูลจาก Earnings ESP และ Zacks Rank เพื่อช่วยคัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ด้านกำไร โดยเฉพาะในช่วงประกาศงบการเงิน

Earnings ESP คืออะไร?

Earnings ESP หรือ Expected Surprise Prediction เป็นโมเดลวิเคราะห์ของ Zacks ที่ใช้เปรียบเทียบประมาณการกำไรล่าสุดกับค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หากค่า ESP เป็นบวก แสดงว่ามีโอกาสที่กำไรจริงจะออกมาดีกว่าคาด

ยิ่งถ้าหุ้นตัวนั้นมี Zacks Rank #1, #2 หรือ #3 ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการ Beat Earnings ได้มากขึ้น

หุ้นตัวแรกที่น่าจับตา: Ralph Lauren Corporation (RL)

แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง

บริษัทแรกที่ถูกจับตามองคือ Ralph Lauren Corporation (NYSE: RL) เจ้าของแบรนด์แฟชั่นหรูชื่อดังระดับโลก ซึ่งยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจได้แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวน

จุดเด่นสำคัญของ Ralph Lauren คือการมีฐานลูกค้าระดับพรีเมียมทั่วโลก รวมถึงกลยุทธ์ด้าน Branding ที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถรักษา Margin หรืออัตรากำไรได้ดี

ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต

ปัจจัยที่ช่วยผลักดันผลประกอบการของ Ralph Lauren ได้แก่

  • ยอดขายออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง
  • การขยายตลาดในเอเชีย
  • กำลังซื้อของลูกค้าระดับ High-end ยังแข็งแรง
  • การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคค้าปลีกและการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายในหลายภูมิภาคทั่วโลก

แนวโน้มกำไรที่อาจดีกว่าคาด

ข้อมูลจาก Zacks ระบุว่า Ralph Lauren มีค่า Earnings ESP เป็นบวก พร้อม Zacks Rank ที่อยู่ในระดับน่าสนใจ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองว่าบริษัทมีโอกาสรายงานกำไรสูงกว่าคาดการณ์ของ Wall Street

หากผลประกอบการออกมาแข็งแกร่งจริง ราคาหุ้นอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมในระยะสั้น

หุ้นตัวที่สอง: Royal Caribbean Cruises (RCL)

ธุรกิจเรือสำราญที่กลับมาคึกคัก

อีกหนึ่งบริษัทที่ถูกจับตามองคือ Royal Caribbean Cruises Ltd. (NYSE: RCL) หนึ่งในผู้ให้บริการเรือสำราญรายใหญ่ของโลก

หลังจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วง COVID-19 ปัจจุบันธุรกิจ Cruise กำลังกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป

ดีมานด์ท่องเที่ยวพุ่งแรง

ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและประสบการณ์มากขึ้น ส่งผลให้ยอดจองเรือสำราญของ Royal Caribbean เติบโตโดดเด่น

บริษัทมีจุดแข็งหลายด้าน เช่น

  • ยอดจองล่วงหน้าที่สูง
  • ราคาตั๋วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น
  • การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
  • การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่

แนวโน้มผลประกอบการสดใส

นักวิเคราะห์มองว่า Royal Caribbean มีโอกาสประกาศกำไรดีกว่าคาด จากความต้องการท่องเที่ยวที่ยังแข็งแรงทั่วโลก

นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถปรับขึ้นราคาบริการได้ ยังช่วยผลักดันรายได้และ Margin ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐยังผันผวน

แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงนี้จะเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น

  • ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
  • เงินเฟ้อ
  • ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว
  • ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

แต่หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและสามารถสร้างผลกำไรได้ดีกว่าคาด ยังคงเป็นที่ต้องการของนักลงทุน

โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของผู้บริโภค หากเศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยเต็มรูปแบบ หุ้นกลุ่มนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

นักลงทุนควรจับตาอะไรต่อ?

1. ตัวเลขกำไรจริง

สิ่งสำคัญที่สุดคือผลประกอบการจริงที่บริษัทจะประกาศ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าธุรกิจยังเติบโตได้แข็งแรงหรือไม่

2. Guidance ของบริษัท

นอกจากกำไร นักลงทุนยังต้องดูแนวโน้มธุรกิจในอนาคต หรือ Guidance ที่ผู้บริหารให้ไว้ เพราะมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด

3. สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ

หากเศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตได้ดีและผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อ หุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary ก็อาจได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: ทำไมหุ้นกลุ่มนี้ยังน่าสนใจ?

แม้หลายคนกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว แต่พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันยังสะท้อนว่าการใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และท่องเที่ยวยังมีความแข็งแรง

โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน ที่ยังคงมีกำลังซื้อสูง ทำให้บริษัทอย่าง Ralph Lauren และ Royal Caribbean ยังสามารถสร้างรายได้เติบโตได้

อีกทั้งหลายบริษัทเริ่มใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics เพื่อบริหารต้นทุนและวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้แม่นยำขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไร

สรุปภาพรวมการลงทุน

หุ้น Ralph Lauren (RL) และ Royal Caribbean Cruises (RCL) ถือเป็น 2 หุ้นในกลุ่ม Consumer Discretionary ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์ หลังมีสัญญาณว่าอาจประกาศผลกำไรออกมาดีกว่าคาด

ทั้งสองบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค และยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการจริง รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด เพราะตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวนสูง

สำหรับผู้ที่มองหาหุ้นเติบโตในช่วง Earnings Season หุ้นทั้งสองตัวนี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจับตาในระยะสั้นและระยะยาว

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

อ่านข้อมูลต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่Zacks Investment Research

#หุ้นสหรัฐ #ConsumerDiscretionary #EarningsSeason #ลงทุนหุ้นต่างประเทศ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

2 หุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary ที่มีโอกาสทำกำไรเหนือคาด นักลงทุนไม่ควรมองข้ามในช่วง Earnings Season | SlimScan