UBS เพิ่มคาดการณ์กำไรหุ้นโลกเป็น 20% แม้ตลาดเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

UBS เพิ่มคาดการณ์กำไรหุ้นโลกเป็น 20% แม้ตลาดเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

โดย ADMIN

UBS เพิ่มคาดการณ์กำไรหุ้นโลกเป็น 20% แม้ตลาดเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในปี 2026 จากเดิม 12% เป็น 20% หลังฤดูกาลประกาศผลประกอบการออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด และเศรษฐกิจโลกยังแสดงสัญญาณยืดหยุ่น แม้ตลาดการเงินยังต้องรับมือกับความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงด้านพลังงานในตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นโลกยังทำจุดสูงสุดใหม่

ฝ่าย Chief Investment Office ของ UBS ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ MSCI All Country World Index โดยให้เรตติ้งในระดับ “attractive” พร้อมตั้งเป้าดัชนีไว้ที่ 1,410 จุดภายในเดือนธันวาคม 2026 และขยับขึ้นเป็น 1,470 จุดภายในเดือนมิถุนายน 2027 จากระดับราว 1,310 จุดในปัจจุบัน

แม้หุ้นทั่วโลกเคยปรับตัวลงในเดือนมีนาคม หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้น แต่ตลาดสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในเดือนเมษายน และเดินหน้าทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากผลประกอบการบริษัทที่แข็งแรง การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังดี และความเชื่อมั่นต่อกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI

AI และเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

UBS ระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรครั้งนี้มาจากกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Artificial Intelligence, Cloud Computing, Digital Advertising และโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้ง

ธนาคารมองว่าปัญหาขาดแคลนกำลังประมวลผล และคอขวดในตลาดหน่วยความจำ ช่วยหนุนอัตรากำไรของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ขณะเดียวกันรายได้จากธุรกิจหลัก เช่น คลาวด์และโฆษณาดิจิทัล ยังแข็งแกร่งพอที่จะรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ด้าน AI ได้

UBS คาดว่าเม็ดเงินลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจเติบโตเกือบ 70% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นอีกราว 20% ในปีหน้า สะท้อนว่ากระแส AI ยังไม่ได้เป็นเพียงธีมระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่

พลังงานได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันและก๊าซ

อีกประมาณหนึ่งในสี่ของการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรมาจากกลุ่มพลังงาน ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังเกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบดังกล่าวถือเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก ดังนั้นความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จึงทำให้นักลงทุนจับตาความเสี่ยงด้าน supply อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาพลังงานอาจยังอยู่ในระดับสูง และส่งผลต่อทั้งกำไรบริษัทพลังงาน เงินเฟ้อ และต้นทุนของภาคธุรกิจอื่น ๆ

UBS แนะกระจายการลงทุนหลายภูมิภาค

แม้ภาพรวมตลาดยังเป็นบวก แต่ UBS เตือนว่านักลงทุนไม่ควรไล่ซื้อแบบกระจุกตัวเกินไป ธนาคารแนะนำให้ถือพอร์ตแบบ diversified ครอบคลุมหลายภูมิภาคและหลาย sector โดยตลาดที่ UBS ชื่นชอบ ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ตลาดเกิดใหม่ และสวิตเซอร์แลนด์

สำหรับธีม AI นั้น UBS เริ่มมีมุมมองที่ selective มากขึ้น ไม่ได้เน้นเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังมองหาโอกาสในบริษัทเทคโนโลยีจีนที่ valuation อาจน่าสนใจกว่าในบางกรณี

กลุ่มที่น่าจับตานอกเหนือจาก AI

นอกจากเทคโนโลยี UBS ยังมองบวกต่อหุ้นวัฏจักร เช่น กลุ่ม consumer discretionary รวมถึงกลุ่มเติบโตเชิงโครงสร้างอย่าง industrials และ healthcare ส่วนในตลาดสหรัฐฯ ธนาคารให้ความสนใจกับ financials และ utilities ขณะที่ยุโรปมี real estate เป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าติดตาม

มุมมองนี้สะท้อนว่า UBS ไม่ได้มองการเติบโตของตลาดหุ้นโลกว่าขึ้นอยู่กับ AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังเห็นโอกาสจากหลายอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างกำไรได้ดีท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังประคองตัวได้

ความเสี่ยงหลักที่ตลาดต้องระวัง

UBS ชี้ว่าตลาดยังมีความเสี่ยงสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ระยะเวลาการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่ ความเสี่ยงเงินเฟ้อและ bond yields ที่อาจกดดัน valuation ของหุ้น และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในกลุ่มเทคโนโลยี

ธนาคารยังเตือนว่า การฟื้นตัวหลังความขัดแย้งยังค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะในตลาดที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูง เช่น สหรัฐฯ และตลาดเกิดใหม่บางแห่ง ส่งผลให้ concentration risk หรือความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาดอยู่ในระดับสูงมาก

กรณีเลวร้าย MSCI ACWI อาจร่วงแรง

ใน downside scenario UBS มองว่า MSCI ACWI อาจลดลงสู่ระดับ 935 จุดภายในเดือนธันวาคม หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามมากขึ้น การหยุดชะงักด้านพลังงานยืดเยื้อหลายเดือน หรือเงินเฟ้อเร่งตัวจนตลาดต้องกลับไปคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

โดยสรุป มุมมองล่าสุดของ UBS สะท้อนภาพตลาดหุ้นโลกที่ยังมีแรงหนุนจากกำไรบริษัท โดยเฉพาะ AI และพลังงาน แต่ในเวลาเดียวกัน นักลงทุนยังต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพราะปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และการกระจุกตัวของหุ้นขนาดใหญ่ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ตลาดผันผวนได้ทุกเมื่อ

#UBS #หุ้นโลก #AIStocks #ตลาดการเงิน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง