
S&P500 และ Nasdaq 100: ภัยคุกคามจาก **Trump Tariffs** อาจลบล้างกำไรตลาดหุ้นสหรัฐทั้งปี 2026
ตลาดหุ้นสหรัฐสะเทือนหลัง Trump ขู่เก็บภาษีศุลกากรยุโรป
ตลาดหุ้นหลักของสหรัฐอย่าง S&P500 และ Nasdaq 100 กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศแผนที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มกับหลายประเทศในยุโรป ซึ่งอาจทำให้กำไรสะสมของปี 2026 ถูกลบล้างได้ทันทีเมื่อเปิดการซื้อขายในวันอังคารนี้ หลังจากตลาดปิดยาวช่วงวันหยุดวัน Martin Luther King Jr. Day ในสหรัฐฯ ซึ่งสัญญาณล่วงหน้าจาก futures แสดงทิศทางลบอย่างชัดเจนสำหรับดัชนีใหญ่ทั้งหมด
Trump เพิ่มแรงกดดันด้วยภาษีศุลกากรต่อยุโรป
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีศุลกากร 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากแปดประเทศยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้เดนมาร์กขาย เกาะกรีนแลนด์ (Greenland) ให้กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงของทรัมป์
สัญญาณลบจาก Futures และผลกระทบดัชนี
ข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สหลายตัวชี้ว่า ดัชนีหลักของ Wall Street จะเปิดต่ำในวันอังคารนี้ โดย E-mini S&P 500, E-mini Nasdaq 100 และ E-mini Dow Futures ต่างปรับตัวลงอย่างมากก่อนเปิดการซื้อขายจริง ซึ่งสะท้อนความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการตอบโต้จากยุโรปและผลกระทบของสงครามการค้าที่อาจเกิดขึ้น
ย้อนไปถึงเทรนด์ “Sell America” ในปีที่แล้ว
แรงขายที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ทำให้นักลงทุนหลายคนระลึกถึงเหตุการณ์ในเดือนเมษายน 2025 เมื่อการเก็บภาษีที่เรียกว่า “Liberation Day tariffs” ทำให้เกิดแนวคิด “Sell America” ผู้ลงทุนเทขายหุ้นสหรัฐ ตราสารหนี้ และสกุลเงินดอลลาร์อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหลักปรับตัวลงอย่างชัดเจนในช่วงเวลานั้น
มุมมองนักลงทุน: แค่ปฏิกิริยาแรกหรือจะยาวนาน?
มุมมองของนักวิเคราะห์แบ่งเป็นสองฝั่ง บางคนมองว่านี่อาจเป็นแค่ปฏิกิริยาทันที (knee-jerk reaction) ของตลาดต่อข่าวลบ และตลาดอาจฟื้นตัวได้หากมีสัญญาณบวกในเร็วๆ นี้ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเตือนว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป (EU) อาจยืดเยื้อและสร้างผลกระทบระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงที่ Davos
ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในงาน World Economic Forum ที่เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันพุธนี้ ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกจับตาดูว่าข้อความของเขาจะทำให้ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ หากคำพูดของทรัมป์ยืนยันแนวทางแข็งกร้าว ตลาดอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ขณะที่หากมีท่าทีประนีประนอม อาจช่วยลดความตึงเครียดได้
ดัชนีอาจลบกำไรสะสมปี 2026
ตามราคาฟิวเจอร์สในปัจจุบัน ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite อาจเปิดต่ำกว่าแนวที่เคยทำไว้ในปี 2026 ซึ่งหมายความว่ากำไรสะสมตั้งแต่ต้นปีอาจถูกลบหมดทันที ส่วน Dow Jones แม้ยังอยู่บวกเล็กน้อย แต่แนวโน้มบ่งชี้ว่าน่าจะเสียกำไรเช่นกันหากแรงขายยังต่อเนื่อง
ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์และนักลงทุน
นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันคือช่วงเวลาที่ตลาดต้องประเมินความเสี่ยงใหม่ โดยเฉพาะกับเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก หากข้อพิพาทภาษียืดเยื้อ ตลาดหุ้นก็อาจเห็นความผันผวนสูงขึ้นมากในช่วงที่เหลือของปี 2026 ขณะที่นักลงทุนบางกลุ่มยังมองว่านี่อาจเป็นโอกาสในการ “buy the dip” หรือการซื้อเมื่อราคาปรับลดลง หากพื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งอยู่
ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
แผนการเก็บภาษีที่ทรัมป์ประกาศไม่เพียงแต่จะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐ แต่ยังสร้างแรงเสียดทานในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรป ซึ่ง EU อาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางการค้าเช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศโดยรวม
นักลงทุนควรติดตามอะไรต่อ?
นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาดูปัจจัยสำคัญหลายด้าน รวมถึง
- ถ้อยแถลงของทรัมป์ที่ Davos
- การเคลื่อนไหวของ Futures ดัชนีหลัก
- ความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงิน
ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยประเมินได้ว่าตลาดจะฟื้นตัวหรือย่ำแย่ลงต่อไปในระยะสั้นถึงระยะกลางของปี 2026
สรุป
ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรงจากภัยคุกคามของ Trump Tariffs ที่อาจทำให้กำไรสะสมของปี 2026 ถูกลบล้าง นักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามการพัฒนาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลจากการประชุมที่ Davos และนโยบายตอบโต้ของ EU ซึ่งจะมีผลต่อแนวโน้มของตลาดในระยะต่อไป
#SP500 #Nasdaq100 #TrumpTariffs #ตลาดหุ้นสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น