
ทรัมป์จัดงานเลี้ยงผู้ชนะประกวดคริปโตที่ Mar-a-Lago ขณะเหรียญ $TRUMP ร่วงหนักใกล้จุดต่ำสุด
ทรัมป์จัดงานเลี้ยงผู้ชนะประกวดคริปโตที่ Mar-a-Lago ท่ามกลางคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้ชนะจากแคมเปญประกวดผู้ถือเหรียญมีมคอยน์ $TRUMP ที่รีสอร์ต Mar-a-Lago รัฐฟลอริดา ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 แม้มูลค่าเหรียญดังกล่าวจะร่วงลงอย่างหนักจากจุดสูงสุด โดย Reuters รายงานว่าเหรียญลดลงถึงประมาณ 96% จากราคาพีคหลังเปิดตัวในปี 2025
งานกาลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ถือเหรียญรายใหญ่
งานครั้งนี้ถูกโปรโมตว่าเป็นหนึ่งในงาน crypto และ business conference ที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟสูง ผู้เข้าร่วมหลักคือผู้ถือเหรียญ $TRUMP รายใหญ่ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขัน โดย Reuters ระบุว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์ 297 ราย และกลุ่ม Top 29 จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม VIP reception พร้อมกิจกรรมพิเศษกับทรัมป์
นอกจากการถือเหรียญแล้ว อันดับการแข่งขันยังเกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าแบรนด์ Trump เช่น รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม และของสะสม ทำให้แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมของนักลงทุนคริปโต แต่ยังเชื่อมโยงกับธุรกิจสินค้าแบรนด์ส่วนตัวของทรัมป์ด้วย
ราคา $TRUMP ร่วงแรง หลังเคยพุ่งช่วงเปิดตัว
เหรียญ $TRUMP เคยพุ่งขึ้นอย่างมากหลังเปิดตัวในเดือนมกราคม 2025 โดย Reuters รายงานว่าราคาสูงสุดเคยแตะราว 75 ดอลลาร์ แต่เมื่อการแข่งขันปิดลงในเดือนเมษายน 2026 ราคาอยู่ที่ประมาณ 2.81 ดอลลาร์ สะท้อนแรงขายและความสนใจที่ลดลงอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์คริปโต Nansen ที่ Reuters อ้างถึง ระบุว่าผู้ชนะ 297 รายถือเหรียญรวมกันมูลค่าประมาณ 29 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่ามูลค่ารวมของกลุ่มผู้ชนะในการแข่งขันปีก่อนอย่างมาก ซึ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 148 ล้านดอลลาร์
มีมคอยน์คืออะไร และทำไมเสี่ยงสูง
มีมคอยน์ หรือ meme coin เป็นคริปโตประเภทหนึ่งที่มักเติบโตจากกระแสออนไลน์ ชื่อเสียงบุคคล วัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต หรือ community hype มากกว่าการมีประโยชน์ใช้งานจริง เหรียญประเภทนี้จึงมักมีราคาผันผวนแรงมาก ราคาสามารถพุ่งเร็วในช่วงแรก แต่ก็อาจร่วงแรงเมื่อกระแสซาลง
กรณีของ $TRUMP จึงกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงในตลาดคริปโตสายมีม เพราะแม้ชื่อของทรัมป์จะช่วยดึงความสนใจได้สูง แต่ความนิยมไม่ได้รับประกันว่าราคาจะยืนระยะได้ในระยะยาว
ครอบครัวทรัมป์กับธุรกิจคริปโตที่ถูกจับตา
Reuters รายงานว่า ครอบครัวทรัมป์มีรายได้จำนวนมากจากธุรกิจคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยประเมินว่ามีรายรับจาก crypto ventures มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงรายได้อย่างน้อย 336 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับการขายมีมคอยน์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025
ประเด็นนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมรัฐบาลตั้งคำถามว่า การที่ผู้นำประเทศมีบทบาทกำหนดนโยบายคริปโตของสหรัฐฯ พร้อมกับมีครอบครัวและธุรกิจเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล อาจสร้างภาพของผลประโยชน์ทับซ้อนได้หรือไม่
ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ด้านทำเนียบขาวยืนยันกับ Reuters ว่าทรัพย์สินของทรัมป์อยู่ในทรัสต์ที่บริหารโดยบุตรของเขา และทรัมป์ดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอเมริกัน พร้อมระบุว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจารณ์มองว่าภาพรวมยังคงอ่อนไหว เพราะงานดังกล่าวเกิดขึ้นในสถานที่ส่วนตัวของทรัมป์ และผู้เข้าร่วมเป็นผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวโยงกับชื่อ Trump โดยตรง
Justin Sun ติดอันดับผู้ถือเหรียญรายใหญ่
หนึ่งในกระเป๋าคริปโตที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มผู้ถือ $TRUMP รายใหญ่ เชื่อมโยงกับ Justin Sun มหาเศรษฐีคริปโต ซึ่ง Reuters รายงานว่าเขาได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันเป็นปีที่สองติดต่อกัน
นอกจากนี้ Sun ยังเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่เป็นที่รู้จักของ World Liberty Financial ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจคริปโตที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์ อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่า Sun ได้ยื่นฟ้องบริษัทดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าบริษัทระงับการถือครองของเขา ขณะที่ผู้บริหารของ World Liberty ปฏิเสธข้อกล่าวหาและมองว่าคดีไม่มีมูล
ตลาดคริปโตยังจับตาทิศทางนโยบายสหรัฐฯ
ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตทั่วโลกให้ความสนใจกับนโยบายของสหรัฐฯ อย่างมาก เพราะสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในโลก การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ ภาษี การกำกับดูแล stablecoin หรือแนวทางต่อ exchange ต่าง ๆ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
เมื่อผู้นำทางการเมืองมีความเกี่ยวพันกับธุรกิจคริปโต จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเส้นแบ่งระหว่างการเมือง ธุรกิจส่วนตัว และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลควรอยู่ตรงไหน
บทสรุป
งานเลี้ยงผู้ชนะเหรียญ $TRUMP ที่ Mar-a-Lago ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ของชุมชนคริปโต แต่เป็นประเด็นใหญ่ที่สะท้อนความซับซ้อนระหว่างอำนาจทางการเมือง ธุรกิจครอบครัว และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง
แม้ฝั่งทรัมป์จะยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ราคาของเหรียญที่ร่วงลงอย่างหนัก พร้อมคำถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรม ทำให้กรณีนี้ยังเป็นข่าวที่ต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางนโยบายคริปโตของสหรัฐฯ ในอนาคต
#TrumpCrypto #TRUMPcoin #MarALago #ข่าวคริปโต #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น