
ทรัมป์โจมตี “พาวเวลล์” เรียกเป็น “moron” หลัง Fed คงอัตราดอกเบี้ยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทรัมป์โจมตีประธาน Fed อย่างรุนแรง หลังธนาคารกลางตัดสินใจคงดอกเบี้ย
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ตัดสินใจ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% ซึ่งเป็นระดับเดิมที่กำหนดไว้ก่อนหน้า โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่เหนือเป้าหมายของธนาคารกลาง แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแรงก็ตาม
หลังจากการประชุมครั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย Truth Social ตำหนิและโจมตี ประธานธนาคารกลาง Jerome Powell อย่างรุนแรง โดยเรียกเขาว่า “moron” ซึ่งแปลว่า “คนโง่” หรือ “คนไร้เหตุผล” เพราะไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ทรัมป์ต้องการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทรัมป์กล่าวหา Powell ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ในโพสต์ของเขา ทรัมป์กล่าวว่า พาวเวลล์กำลังทำให้สหรัฐฯ ต้องจ่าย “Hundreds of Billions” หรือนับร้อยๆ พันล้านดอลลาร์ต่อปีจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ไม่จำเป็น ซึ่งนโยบายดอกเบี้ยที่สูงนี้เป็นผลเสียต่อทั้งผู้บริโภคและธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทรัมป์เชื่อว่าเงินเฟ้อไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้ว
ทรัมป์ระบุว่าเนื่องจากเงินเข้าประเทศสหรัฐอเมริกามากขึ้นจากรายได้ภาษีศุลกากร (tariffs) ทำให้อเมริกาควรมีอัตราดอกเบี้ยที่ ต่ำที่สุดในโลก ซึ่งเขามองว่านโยบายของพาวเวลล์ขัดกับเป้าหมายนี้ และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า Powell กำลังสร้าง “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ” ของสหรัฐด้วยคำพูดของเขาเอง
ความตึงเครียดระหว่างทำเนียบขาวและ Fed ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
การโจมตีของทรัมป์ต่อ Fed ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในช่วงที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยทรัมป์ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อพาวเวลล์ เช่น เรียกเขาว่า “jerk” (คนที่น่ารำคาญ) ในบริบทของการเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้มีรายงานด้วยว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดการสอบสวนในเรื่องคำให้การของพาวเวลล์ต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของ Fed ซึ่ง Powell เองก็กล่าวว่านี่เป็น “การโจมตีอย่างไม่เคยมีมาก่อน” และเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันทางการเมืองที่ทำให้ Fed ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา
Fed ยืนยันวัตถุประสงค์ตามข้อมูลเศรษฐกิจ
แม้จะมีแรงกดดันจากฝ่ายบริหารสูง แต่ Powell และคณะกรรมการนโยบายการเงินยังคงยืนยันว่าการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนั้นมาจากการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายประมาณ 2% ของ Fed และภาพรวมตลาดแรงงานที่ยังไม่แน่นอนเต็มที่
ในหลายการแถลงการณ์ Powell ได้กล่าวว่า Fed ต้องยืนหยัดต่อความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการเงิน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ถูกชี้นำโดยแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐมาตั้งแต่ก่อตั้ง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
การที่ Fed ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้และการวิพากษ์วิจารณ์จากทรัมป์อาจสร้างความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน โดยเฉพาะในเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ ฯ ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรตอบรับการประชุมของ Fed ด้วยท่าทีค่อนข้างนิ่ง ซึ่งแสดงว่าตลาดยังคงจับตาการเคลื่อนไหวในอนาคต
ในขณะเดียวกัน อัตราเงินดอลลาร์สหรัฐมีการเคลื่อนไหวผันผวนในช่วงนี้ ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์เสี่ยงบางประเภทปรับตัวขึ้น–ลงตามความคาดหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยในระยะยาว
ประเด็นด้านกฎหมายและการเมือง
ความขัดแย้งระหว่างทรัมป์และ Powell ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านกฎหมายด้วย โดยมีรายงานว่ามีการสอบสวน Powell ในเรื่องคำให้การต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของ Fed ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้สอบสวน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้หมายความว่าทรัมป์สั่งให้มีการสอบสวนโดยตรง แต่การกล่าวอ้างและคำวิจารณ์ที่รุนแรงอาจถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อธนาคารกลาง ซึ่งตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระของ Fed ในระยะยาว
ภาพรวมของสถานการณ์และแนวโน้มในอนาคต
โดยรวมแล้ว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างฝ่ายบริหารของรัฐบาลและธนาคารกลางสหรัฐฯ การเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและแรงกดดันต่อ Powell มีผลให้เกิดการถกเถียงทั้งในระดับการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน
แนวโน้มต่อไปคือการจับตาผลการประชุม Fed ครั้งต่อไปว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และการวิจารณ์ของฝ่ายบริหารต่อธนาคารกลางจะส่งผลอย่างไรต่อเสถียรภาพของนโยบายการเงินในระยะยาว ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังคงมองว่าการตัดสินใจของ Fed ยังคงยึดตามข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่อาจต้องระวังแรงกดดันทางการเมืองที่มีเพิ่มขึ้น
#Trump #JeromePowell #FederalReserve #InterestRates #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น