วุฒิสมาชิกรีพับลิกันชี้ชัด “Powell ไม่ได้ก่ออาชญากรรม” แต่แรงกดดันต่อ Fed และนโยบายดอกเบี้ยยังร้อนแรง

วุฒิสมาชิกรีพับลิกันชี้ชัด “Powell ไม่ได้ก่ออาชญากรรม” แต่แรงกดดันต่อ Fed และนโยบายดอกเบี้ยยังร้อนแรง

โดย ADMIN

วุฒิสมาชิกรีพับลิกันระดับผู้นำระบุ ประธาน Fed “Jerome Powell” ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ด้านความโปร่งใสและนโยบายการเงิน

ประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เมื่อวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันระดับผู้นำออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ (Fed) ไม่ได้กระทำความผิดทางอาญา จากกรณีที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการดำเนินงานและการสื่อสารนโยบายในช่วงที่ผ่านมา แม้จะยอมรับว่ายังมีประเด็นด้านความเหมาะสม ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่ควรถูกตรวจสอบต่อไปก็ตาม

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความพยายาม “ลดอุณหภูมิทางการเมือง” ที่กำลังร้อนแรงจากทั้งฝั่งรีพับลิกันและเดโมแครต โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ตั้งแต่อัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ไปจนถึงความกังวลเรื่องเสถียรภาพของระบบการเงินโลก

ฉากหลังของประเด็น: จากคำวิจารณ์สู่การตั้งข้อสงสัยทางกฎหมาย

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Fed และ Jerome Powell ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักการเมืองบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่มองว่านโยบายการเงินแบบ “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer) กำลังสร้างภาระให้ภาคธุรกิจ ครัวเรือน และตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันก็มีเสียงตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจและการสื่อสารของ Fed ว่าเพียงพอและโปร่งใสหรือไม่

ประเด็นเหล่านี้นำไปสู่การตีความในเชิงการเมือง บางฝ่ายพยายามยกระดับจาก “ความไม่พอใจเชิงนโยบาย” ไปสู่ “ข้อกล่าวหาเชิงกฎหมาย” แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า Powell หรือ Fed ละเมิดกฎหมายใดๆ ก็ตาม

เสียงจากวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน: ชัดเจนว่าไม่ใช่อาชญากรรม

วุฒิสมาชิกรีพับลิกันรายสำคัญ ซึ่งมีบทบาทในคณะกรรมาธิการด้านการเงินของวุฒิสภา ออกมากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่พบมูลความผิดทางอาญา ที่ Jerome Powell จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำว่า การไม่เห็นด้วยกับนโยบายหรือการบริหารงาน ไม่ควรถูกนำไปปะปนกับข้อกล่าวหาทางอาชญากรรม

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า Fed ในฐานะสถาบันอิสระที่ทรงอิทธิพลสูง จำเป็นต้องเปิดรับการตรวจสอบ (oversight) จากฝ่ายนิติบัญญัติ และควรสื่อสารกับสาธารณชนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของตลาดและประชาชน

บทบาทของ Fed และความอ่อนไหวทางการเมือง

Fed ถูกออกแบบมาให้เป็นสถาบันอิสระ เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองในนโยบายการเงิน แต่ในความเป็นจริง เมื่อการตัดสินใจของ Fed ส่งผลโดยตรงต่อดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การจ้างงาน และค่าครองชีพ ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากนักการเมือง

Jerome Powell เองต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ด้านหนึ่งคือการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย อีกด้านคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยรุนแรง (hard landing) การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แม้จะช่วยชะลอเงินเฟ้อ แต่ก็สร้างความไม่พอใจในหลายภาคส่วน

ดอกเบี้ยสูง: ประเด็นหลักของความไม่พอใจ

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของธุรกิจและประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักการเมืองบางรายมองว่านโยบายนี้ “เข้มงวดเกินไป” และอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ดี Fed ยืนยันว่าการรักษาเสถียรภาพด้านราคา (price stability) เป็นภารกิจหลัก และการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไปอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมารุนแรงอีกครั้ง ซึ่งจะสร้างความเสียหายมากกว่าในระยะยาว

เส้นแบ่งระหว่าง “ความรับผิดชอบทางการเมือง” กับ “ความผิดทางกฎหมาย”

คำกล่าวของวุฒิสมาชิกรีพับลิกันครั้งนี้ มีนัยสำคัญในเชิงหลักการ เพราะช่วยย้ำเส้นแบ่งระหว่างการตรวจสอบเชิงนโยบายกับการกล่าวหาเชิงอาญา ในระบบประชาธิปไตย การวิจารณ์นโยบายเป็นเรื่องปกติ แต่การกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงกระทำผิดกฎหมาย จำเป็นต้องมีหลักฐานที่หนักแน่น

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การออกมาพูดอย่างชัดเจนว่า “Powell ไม่ได้ก่ออาชญากรรม” อาจช่วยลดความผันผวนในตลาดการเงิน ที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าประเด็นการเมืองอาจบานปลายจนกระทบความเป็นอิสระของ Fed

ผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน

ตลาดการเงินให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของ Fed อย่างยิ่ง หากมีสัญญาณว่าผู้นำ Fed อาจเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายหรือแรงกดดันทางการเมืองรุนแรง นักลงทุนอาจปรับพอร์ตการลงทุนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดผันผวน

คำยืนยันจากวุฒิสมาชิกรีพับลิกันจึงถูกมองว่าเป็น “สัญญาณบวกเชิงเสถียรภาพ” แม้จะไม่ได้หมายความว่าการวิจารณ์นโยบายของ Fed จะยุติลงก็ตาม

มุมมองจากฝั่งเดโมแครตและนักเศรษฐศาสตร์

ฝั่งเดโมแครตส่วนใหญ่สนับสนุนแนวคิดว่าการตรวจสอบ Fed ควรอยู่ในกรอบของนโยบายและธรรมาภิบาล มากกว่าการโจมตีเชิงกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากก็เห็นพ้องว่า การดึง Fed เข้าไปอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองมากเกินไป อาจบั่นทอนประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายการเงิน

บางรายชี้ว่า หากการเมืองเข้ามาครอบงำการตัดสินใจของธนาคารกลาง อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อหรือฟองสบู่ทางการเงินในอนาคต

ความท้าทายในระยะข้างหน้า

แม้ประเด็นทางกฎหมายจะดูผ่อนคลายลง แต่ความท้าทายของ Jerome Powell และ Fed ยังไม่จบ ทั้งในเรื่องจังหวะการปรับลดดอกเบี้ย การสื่อสารกับตลาด และการรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

สรุปภาพรวม: ไม่ผิดกฎหมาย แต่ยังต้องตอบคำถามสาธารณะ

โดยสรุป คำยืนยันจากวุฒิสมาชิกรีพับลิกันว่าประธาน Fed ไม่ได้กระทำความผิดทางอาญา ช่วยลดแรงกดดันในเชิงกฎหมายต่อ Jerome Powell อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าการถกเถียงเกี่ยวกับนโยบายการเงินจะสิ้นสุดลง

Fed ยังต้องเผชิญการตรวจสอบจากสภาคองเกรสและสาธารณชนต่อไป ในฐานะสถาบันที่มีอำนาจสูงและมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง ความโปร่งใส การสื่อสารที่ชัดเจน และการรักษาความเป็นอิสระ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นในระยะยาว

ในบริบทนี้ คำกล่าวที่ว่า “ไม่ใช่อาชญากรรม” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสนทนาที่ลึกซึ้งขึ้น ระหว่างการเมือง เศรษฐกิจ และบทบาทของธนาคารกลางในโลกที่ซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

วุฒิสมาชิกรีพับลิกันชี้ชัด “Powell ไม่ได้ก่ออาชญากรรม” แต่แรงกดดันต่อ Fed และนโยบายดอกเบี้ยยังร้อนแรง | SlimScan