
Third Avenue Real Estate Value Fund รายงานไตรมาส Q4 2025: กิจกรรมพอร์ตโฟลิโอและผลการดำเนินงาน
รายงาน Third Avenue Real Estate Value Fund ไตรมาสที่ 4 ปี 2025
Third Avenue Real Estate Value Fund รายงานผลการดำเนินงานและกิจกรรมในพอร์ตโฟลิโอสำหรับไตรมาสที่ 4 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทีมผู้จัดการกองทุนได้ดำเนินการเชิงรุกในหลายด้านเพื่อเพิ่มศักยภาพผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน สำหรับปีปฏิทินล่าสุด กองทุนได้สร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง และใช้โอกาสต่างๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนแบบ value investing ในระยะยาวขององค์กร
ผลการดำเนินงานสำหรับปีปฏิทินล่าสุด
สำหรับปีปฏิทินล่าสุด Third Avenue Real Estate Value Fund สร้างผลตอบแทนรวม +11.61% หลังหักค่าธรรมเนียม ซึ่งมากกว่า MSCI ACWI IMI Core Real Estate Index ที่มีผลตอบแทนประมาณ +9.86% ก่อนหักค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาเดียวกัน นี่แสดงถึงประสิทธิภาพการลงทุนที่ดีกว่าดัชนีตลาดอสังหาริมทรัพย์หลักที่ใช้เป็นเกณฑ์วัดมาตรฐานของกองทุน
ในมุมมอง long-term return หรือผลตอบแทนระยะยาว Third Avenue Real Estate Value Fund มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีประมาณ +8.96% นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1998 ซึ่งถ้าลงทุน $100,000 ตั้งแต่เริ่มต้น โดยนำเงินปันผลคืนกลับไปลงทุนต่อเนื่อง มูลค่าการลงทุนจะเติบโตเกินกว่า $1,000,000 ซึ่งแสดงถึงศักยภาพการเติบโตระยะยาวเมื่อเทียบกับการลงทุนในกองทุนแบบ passive ที่ติดตามดัชนีอ้างอิงเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน
ไฮไลต์ของกิจกรรมพอร์ตโฟลิโอไตรมาสที่ 4
ระหว่างไตรมาสที่ 4 ทีมผู้จัดการกองทุนได้ดำเนินการปรับพอร์ตและใช้โอกาสที่เกิดขึ้นในหลายส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่คิดว่ามีมูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (undervalued) หรือมีโอกาสเติบโตเชิงกลยุทธ์:
1. National Storage REIT
หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของกองทุนคือการลงทุนใน National Storage REIT ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการพื้นที่จัดเก็บของในออสเตรเลีย โดยบริษัทนี้ตกลงที่จะถูกซื้อกิจการแบบ privatization ที่มีมูลค่าประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) กับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับ Brookfield Asset Management และ GIC ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่มีบทบาทในเชิงบวกต่อมูลค่าหุ้นของทรัพย์สินนี้ภายในพอร์ตโฟลิโอ
2. กลุ่ม REIT เชิงอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
ผลตอบแทนส่วนหนึ่งยังมาจากการลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นเชิงอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (industrial and logistics REITs) หลายแห่ง เช่น Prologis, First Industrial และ Segro plc ซึ่งได้รับประโยชน์จากแนวโน้มความต้องการพื้นที่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก
3. ต้นทุนและความเสี่ยงจาก Homebuilders
ขณะที่หลายการลงทุนเติบโตดี ยังมีบางส่วนที่เป็นปัจจัยลบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทสร้างบ้านในสหรัฐอเมริกา เช่น Lennar Corp., PulteGroup และ D.R. Horton ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่างๆ และมีผลต่อผลตอบแทนของกองทุนในช่วงไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์บางแห่งในสหราชอาณาจักร เช่น Berkeley Group และ Unite Group plc ซึ่งมีผลลบเช่นกันในช่วงเวลาเดียวกัน
4. การเพิ่มการลงทุนใหม่ (New Additions)
ทีมผู้จัดการกองทุนยังได้เพิ่มการลงทุนใหม่อย่าง FirstService Corp. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีบทบาทในธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยงและใช้โอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเติบโตเพิ่มเติมในอนาคต
องค์ประกอบพอร์ตโฟลิโอ: Residential Real Estate
ณ สิ้นไตรมาสที่ 4 กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 40.3% อยู่ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นธุรกิจที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสัดส่วนนี้สะท้อนการให้ความสำคัญกับภาคที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในแนวโน้มที่สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แนวคิดการลงทุนแบบ Value-Oriented
Third Avenue ใช้แนวคิดการลงทุนแบบ value investing ซึ่งมุ่งเน้นการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์งบดุลและพื้นฐานของธุรกิจที่เป็นหลัก พร้อมทั้งระมัดระวังในเรื่องการจัดสรรเงินทุนเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและโอกาสที่เหมาะสม แนวทางนี้สะท้อนถึงปรัชญาการลงทุนที่วางรากฐานมาตั้งแต่บริษัทก่อตั้งในปี 1986 โดยเน้นการเลือกหุ้นหรือทรัพย์สินที่ถูกประเมินว่ามีมูลค่าต่ำกว่า (undervalued) เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์หรือกิจการนั้นๆ
การประเมินผลตอบแทนระยะยาวและเปรียบเทียบดัชนี
เมื่อพิจารณาผลตอบแทนในช่วงหลายปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง กองทุน Third Avenue Real Estate Value Fund มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่สูงเมื่อเทียบกับการลงทุนแบบ passive ที่ติดตามดัชนีอ้างอิง ซึ่งช่วยเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบการบริหารจัดการพอร์ตในระยะยาว เห็นได้ชัดว่าแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์และการเลือกหุ้นที่มีมูลค่าลงทุนได้ถูกคัดสรรมาอย่างรอบคอบ มีการผสานความเสี่ยงและผลตอบแทนให้สมดุลเพื่อผลระยะยาว
สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม
ในบริบทของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม สถานการณ์ยังคงมีแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูง ปริมาณการทำธุรกรรมที่ลดลง และบางภาคส่วน เช่น ออฟฟิศ พบการลดลงของอัตราการเช่า ซึ่งทำให้สถาบันการลงทุนบางแห่งปรับลดการถือสินทรัพย์ในประเภทนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและหาโอกาสในกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตมากขึ้น เช่น data centers หรือ industrial real estate ในบางภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ซึ่งยังคงมีแนวโน้มความต้องการพื้นที่โลจิสติกส์และคลังสินค้าเพิ่มขึ้น
สรุปภาพรวมการดำเนินงานและกลยุทธ์
จากรายงานไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ของ Third Avenue Real Estate Value Fund เราจะเห็นว่ากองทุนดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแนวคิดการลงทุนแบบ value orientation โดยเน้นการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและศักยภาพเติบโตระยะยาว การใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด และการจัดสรรพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้าน residential, industrial และ self-storage ซึ่งช่วยให้ผลตอบแทนในภาพรวมของกองทุนในปีล่าสุดอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิงและตลาดโดยรวม
สิ่งที่นักลงทุนควรจับตา
ในปีต่อไป นักลงทุนควรติดตามประเด็นสำคัญหลายประการ เช่น
- แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์
- ความต้องการพื้นที่เชิงพาณิชย์/โลจิสติกส์ในภูมิภาคต่างๆ
- พัฒนาการของตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ
- โอกาสในสินทรัพย์ที่ยังถูกประเมินต่ำกว่ามูลค่าจริง (deep value opportunities)
การติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผู้ที่สนใจใน Third Avenue Real Estate Value Fund หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ สามารถวางแผนการลงทุนและจัดสรรพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
#ThirdAvenueRealEstateValueFund #RealEstateInvestment #ValueInvesting #Q42025Report #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น