
THG พุ่งเด่นเหนือกลุ่มประกันภัย ซื้อได้หรือยังเมื่อหุ้นเทรดพรีเมียม?
THG พุ่งเด่นเหนือกลุ่มประกันภัย ซื้อได้หรือยังเมื่อหุ้นเทรดพรีเมียม?
The Hanover Insurance Group หรือ THG กลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้ง หลังราคาหุ้นทำผลงานโดดเด่นกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมประกันภัยทรัพย์สินและวินาศภัย ขณะที่ Valuation เริ่มอยู่ในระดับพรีเมียม จึงเกิดคำถามสำคัญว่า “ยังน่าซื้ออยู่หรือไม่”
จากข้อมูลล่าสุด หุ้น THG ซื้อขายบริเวณ 192.56 ดอลลาร์สหรัฐ มีมูลค่าตลาดราว 6.91 พันล้านดอลลาร์ และมีค่า P/E ประมาณ 9.70 เท่า ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2026
ผลประกอบการไตรมาสแรกแข็งแกร่งกว่าคาด
แรงหนุนหลักของ THG มาจากผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 186.8 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.20 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 128.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ส่วน Operating Income อยู่ที่ 188.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า THG ไม่ได้เติบโตจากราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจหลักยังมีคุณภาพดีขึ้น โดยเฉพาะด้าน underwriting หรือความสามารถในการรับประกันภัยอย่างมีกำไร
Combined Ratio ดีขึ้น สะท้อนคุณภาพธุรกิจประกัน
หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของบริษัทประกันคือ combined ratio หากต่ำกว่า 100% แปลว่าบริษัทรับเบี้ยประกันได้มากกว่าค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ในไตรมาสแรก THG รายงาน combined ratio รวมที่ 91.7% และ ex-catastrophe combined ratio ที่ 85.4% ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแรงมากสำหรับธุรกิจประกันภัย
การลดลงของ combined ratio ชี้ให้เห็นว่าบริษัทควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น คัดเลือกกรมธรรม์ได้เหมาะสมขึ้น และได้รับประโยชน์จากการปรับราคาเบี้ยประกันในช่วงก่อนหน้า
รายได้ลงทุนเพิ่ม ช่วยหนุนกำไร
อีกปัจจัยสำคัญคือรายได้จากการลงทุน โดย net investment income เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับ 126.9 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากการนำเงินไปลงทุนใหม่สูงขึ้น และฐานสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเติบโตขึ้น
สำหรับบริษัทประกันภัย รายได้ลงทุนถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญ เพราะบริษัทได้รับเบี้ยประกันมาก่อน แล้วนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนระหว่างรอจ่ายค่าสินไหม เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ดี บริษัทจึงมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากพอร์ตลงทุน
ธุรกิจ Specialty และ Personal Lines ยังเป็นแรงขับเคลื่อน
กลุ่ม Specialty ของ THG ทำผลงานเด่น โดย operating income ก่อนภาษีเพิ่มเป็น 84.0 ล้านดอลลาร์ จาก 64.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ขณะที่ combined ratio อยู่ที่ 84.2% ดีขึ้นจาก 87.7%
ด้าน Personal Lines แม้ได้รับผลกระทบจาก catastrophe losses มากขึ้น แต่ธุรกิจยังมีพื้นฐานดี โดย net premiums written เพิ่มขึ้น 2.7% และบริษัทสามารถปรับราคา renewal ได้เฉลี่ย 8.4% ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนเคลมและเงินเฟ้อในธุรกิจประกันภัย
หุ้น THG แพงไปหรือยัง?
แม้ราคาหุ้น THG ปรับตัวขึ้นและเทรดในระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับบางคู่แข่ง แต่ค่า P/E ล่าสุดราว 9.70 เท่ายังไม่ได้ดูสูงเกินไป หากเทียบกับกำไรที่เติบโตดีและคุณภาพ underwriting ที่ปรับตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังว่า Valuation ที่สูงขึ้นหมายถึงตลาดคาดหวังผลงานที่ดีต่อเนื่อง หากไตรมาสถัดไปกำไรชะลอ ค่าสินไหมจากภัยธรรมชาติสูงขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ ราคาหุ้นอาจผันผวนได้
เปรียบเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกัน
เมื่อเทียบกับ American Financial Group หรือ AFG ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหุ้นในกลุ่มประกันภัย AFG ซื้อขายที่ประมาณ 132.42 ดอลลาร์ มีค่า P/E ราว 12.58 เท่า และมูลค่าตลาดประมาณ 11.03 พันล้านดอลลาร์
ภาพนี้ทำให้ THG ยังดูน่าสนใจในเชิงกำไรต่อราคา แม้คำว่า “พรีเมียม” จะสะท้อนว่าหุ้นไม่ได้ถูกแบบชัดเจนอีกต่อไป แต่ถ้าบริษัทยังรักษา ROE, combined ratio และรายได้ลงทุนได้ดี หุ้นก็ยังมีเหตุผลรองรับระดับราคาปัจจุบัน
ปัจจัยบวกที่นักลงทุนควรจับตา
1. กำไรต่อหุ้นแข็งแกร่ง
EPS ไตรมาสแรกที่ 5.25 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดในหลายแหล่งข้อมูล โดย MarketBeat ระบุว่า THG รายงาน EPS สูงกว่าคาด 1.11 ดอลลาร์ และรายได้ไตรมาสเพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 1.70 พันล้านดอลลาร์
2. Underwriting Discipline ดีขึ้น
THG แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้ไล่เติบโตแบบเสี่ยงเกินไป แต่เน้นคุณภาพกรมธรรม์ การปรับราคา และการลด exposure ในพื้นที่เสี่ยง
3. Buyback ช่วยเพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น
ในไตรมาสแรก บริษัทซื้อหุ้นคืนรวม 87 ล้านดอลลาร์ และมีการซื้อเพิ่มอีก 14 ล้านดอลลาร์ถึงวันที่ 28 เมษายน 2026 ซึ่งสะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารต่อมูลค่าหุ้นและฐานะการเงินของบริษัท
ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่ THG ยังเผชิญความเสี่ยงตามธรรมชาติของธุรกิจประกันภัย เช่น ภัยพิบัติ สภาพอากาศรุนแรง ค่าสินไหมที่สูงกว่าคาด เงินเฟ้อด้านค่าซ่อมแซม และการแข่งขันด้านราคา
นอกจากนี้ การที่หุ้นเทรดพรีเมียมอาจทำให้ upside จำกัดลง หากนักลงทุนเข้าซื้อในช่วงที่ตลาดรับรู้ข่าวดีไปมากแล้ว จึงควรพิจารณาจังหวะราคาและกรอบความเสี่ยงให้รอบคอบ
สรุป: THG ยังน่าสนใจ แต่ไม่ใช่หุ้นราคาถูกแบบไร้ความเสี่ยง
THG เป็นหุ้นประกันภัยที่มีพื้นฐานดี ผลประกอบการล่าสุดแข็งแกร่ง combined ratio ดีขึ้น รายได้ลงทุนเติบโต และบริษัทมีนโยบายคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นผ่าน buyback อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น อาจไม่จำเป็นต้องไล่ราคาทันที เพราะหุ้นปรับขึ้นมารับข่าวดีพอสมควรแล้ว กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือรอจังหวะย่อตัว หรือทยอยสะสมสำหรับผู้ที่รับความผันผวนได้ ส่วนผู้ถือหุ้นเดิมยังมีเหตุผลให้ถือ หากผลประกอบการยังรักษาคุณภาพได้ต่อเนื่อง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
#THG #HanoverInsurance #หุ้นประกันภัย #วิเคราะห์หุ้น #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น