
Target โชว์งบ Q1 ปี 2026 ดีกว่าคาด ยอดขายโต 6.7% พร้อมเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี
Target โชว์งบไตรมาสแรกแข็งแกร่ง ยอดขายโตเกินคาดและส่งสัญญาณฟื้นตัว
Target Corporation รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2026 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยมียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 6.7% แตะระดับ 25.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมหรือ comparable sales เพิ่มขึ้น 5.6% จากแรงหนุนของจำนวนลูกค้าเข้าร้านที่สูงขึ้น และการเติบโตทั้งช่องทางหน้าร้านและดิจิทัล
ยอดขายเติบโตจากลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น
ผู้บริหารของ Target ระบุว่า ผลงานไตรมาสนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกในช่วงเริ่มต้นของแผนฟื้นฟูธุรกิจ โดย traffic หรือจำนวนลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น 4.4% ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันยอดขายรวมให้เติบโต
ยอดขายจากร้านค้าจริงเพิ่มขึ้นเกือบ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีสัดส่วนราวสองในสามของการเติบโตทั้งหมด ส่วนยอดขายดิจิทัลแบบ first-party เพิ่มขึ้นเกือบ 9% โดยบริการ same-day delivery เติบโตมากกว่า 27% ขณะที่ Target Plus ซึ่งเป็น marketplace บุคคลที่สามของบริษัท มีมูลค่าสินค้ารวมเพิ่มขึ้นเกือบ 60%
กลยุทธ์สินค้าใหม่เริ่มเห็นผล
Target ให้ความสำคัญกับหมวดสินค้าที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม beauty, health and wellness, food, baby and kids, women’s style, home, toys และ entertainment ซึ่งกลุ่มเหล่านี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายปัจจุบัน และคาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตส่วนใหญ่ในอนาคต
หมวดเด็ก สุขภาพ และอาหารเด่นเป็นพิเศษ
ในหมวด baby and kids บริษัทเห็นแนวโน้มยอดขายดีขึ้นชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส หลังเปิดตัวสินค้าและบริการใหม่ เช่น Baby Concierge ในบางสาขา ส่วนกลุ่ม wellness มีการเพิ่มสินค้าใหม่ราว 1,500 รายการ และเตรียมปรับ assortment ประมาณ 40% ภายในปีนี้
ด้านอาหาร Target เปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 3,000 รายการในไตรมาสนี้ และยอดขายของสินค้ากลุ่มใหม่เติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับ assortment เดิม นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมปรับสินค้า grocery โซน center-store เกือบครึ่งหนึ่งในไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
การดำเนินงานและประสบการณ์ลูกค้าดีขึ้น
Target ยังเดินหน้าปรับปรุงการทำงานในร้านค้าและ supply chain โดยเน้นเรื่องสินค้าพร้อมขาย การจัดการสต็อก การฝึกอบรมพนักงาน และการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ทีมหน้าร้านทำงานง่ายขึ้น บริษัทระบุว่าตัวชี้วัดด้านประสบการณ์ลูกค้าหลายรายการแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี รวมถึงความพึงพอใจเรื่องเวลารอ ความสะอาด และการช่วยเหลือจากพนักงาน
ในไตรมาสนี้ Target เปิดร้านใหม่ 7 แห่ง รวมถึงสาขาที่ 2,000 ของบริษัท และยังคงแผนเปิดร้านใหม่มากกว่า 30 แห่งตลอดปี ขณะเดียวกันมีโครงการ remodel มากกว่า 100 แห่ง โดยเน้นหมวดสินค้าที่ลูกค้าซื้อบ่อย เช่น อาหารและของใช้จำเป็น
กำไรขั้นต้นดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายยังต้องจับตา
อัตรากำไรขั้นต้นของ Target อยู่ที่ 29% เพิ่มขึ้นประมาณ 80 basis points จากปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเพิ่ม productivity, leverage ใน supply chain, รายได้จากธุรกิจที่มี margin สูงกว่า เช่น Roundel และ Target Plus รวมถึง markdown ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันบางส่วน
บริษัทมีกำไรต่อหุ้นแบบ GAAP และ adjusted EPS ที่ 1.71 ดอลลาร์ ลดลง 24% จาก EPS แบบ GAAP ปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับ EPS แบบ adjusted ของปีก่อน
Target ปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี
หลังทำผลงานไตรมาสแรกได้ดี Target ปรับเพิ่ม outlook ยอดขายสุทธิทั้งปี โดยคาดว่าจะเติบโตบริเวณ 4% สูงกว่าคาดการณ์เดิมราว 2 percentage points นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่า EPS ทั้งปีจะอยู่ใกล้กรอบบนของช่วง 7.50-8.50 ดอลลาร์
ถึงแม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น ผู้บริหารยังส่งสัญญาณระมัดระวัง เพราะไตรมาสแรกเป็นช่วงที่มีฐานเปรียบเทียบง่ายที่สุดของปี ขณะที่ไตรมาสต่อไปจะเผชิญฐานเปรียบเทียบที่ยากขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีก่อน
ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว
Michael Fiddelke ซีอีโอของ Target ย้ำว่า บริษัทไม่ได้มองความสำเร็จจากไตรมาสเดียว แต่ต้องการสร้างการเติบโตที่ต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว กลยุทธ์ของบริษัทจึงยังเน้นการวางแผนอย่างระมัดระวัง การบริหารสต็อกให้เหมาะสม และการลงทุนในหมวดสินค้าที่ลูกค้ามีความต้องการจริง
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการ Q1 ปี 2026 ของ Target ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นว่ายุทธศาสตร์ปรับสินค้า หน้าร้าน ดิจิทัล และ supply chain เริ่มเดินมาถูกทาง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามว่า momentum นี้จะต่อเนื่องได้หรือไม่ในช่วงที่เหลือของปี
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น