หุ้น **Tapestry** ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังยอดขาย **Coach** พุ่งแรง

หุ้น **Tapestry** ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังยอดขาย **Coach** พุ่งแรง

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:TPR

หุ้น **Tapestry Inc. (TPR)** พุ่งแตะระดับสูงสุด

หุ้นของบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ **Tapestry Inc.** ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ดังอย่าง Coach ได้ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 3.7% และก่อนหน้านั้นราคาหุ้นสูงสุดถึง $142.22 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท นับเป็นผลตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2026 ที่ประกาศออกมาโดดเด่นเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ตลาดทุน

ผลประกอบการไตรมาสที่สองแข็งแกร่ง

ในรายงานผลประกอบการล่าสุด Tapestry รายงานว่ายอดขายและผลกำไรในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณนั้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยเฉพาะแบรนด์ Coach ที่เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัท มีรายได้จากยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผลประกอบการรวมของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแรงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

Coach กลายเป็นขุมพลังหลักของ Tapestry

แบรนด์ Coach โดยเฉพาะกระเป๋ารุ่น Tabby ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen-Z ลูกค้ารุ่นใหม่ที่เป็นแฟนแฟชั่น ถูกยกมาเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความนิยมในผลิตภัณฑ์ของ Coach ในหลายตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียและอเมริกาเหนือ ช่วยสร้างรายได้ทั้งในเชิงปริมาณและตัวเลขกำไรให้กับ Tapestry อย่างมีนัยสำคัญ

แรงหนุนจากตลาดหุ้นและปัจจัยเทคนิค

นอกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งแล้ว ยังมีปัจจัยทางเทคนิคที่ช่วยหนุนราคาหุ้นของ Tapestry เช่น การมีแรงสนับสนุนจากระดับราคาหุ้นใกล้บริเวณ $125 และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ทำให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรในตลาดหุ้นเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีปริมาณสัญญาออปชั่นคอลที่ถูกซื้อเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากค่าเฉลี่ยในรอบวัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้แรงซื้อที่แข็งแกร่งในระยะสั้น

ภาพรวมผลประกอบการของ Tapestry

ภาพรวมผลประกอบการของ Tapestry มักได้รับแรงขับเคลื่อนจากแบรนด์ Coach เป็นหลัก แม้แบรนด์อื่นอย่าง Kate Spade หรือ Stuart Weitzman จะมีผลงานที่ไม่เทียบเท่าก็ตาม อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของบริษัทในการให้ความสำคัญกับแบรนด์หลัก การปรับกลยุทธ์ทางการตลาด และการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง

การตอบรับจากนักลงทุน

ราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจนแตะระดับสูงสุดใหม่ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น โดยปริมาณหุ้นที่เทขายชอร์ต (short interest) ซึ่งเคยอยู่ในระดับสูงก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นแรงซื้อตอบโต้ (short covering) เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

มุมมองต่ออนาคตของ Tapestry

แม้ว่าผลประกอบการล่าสุดจะเป็นบวกและราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงสุด แต่ทั้งนักวิเคราะห์และนักลงทุนยังคงจับตามองความสามารถของ Tapestry ในการรักษาโมเมนตัมการเติบโต โดยเฉพาะในแบรนด์ Coach ที่เป็นแกนหลักของกลุ่ม นอกจากนี้ การขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาวของบริษัท

ความเสี่ยงที่ควรจับตา

ถึงแม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสนี้แข็งแกร่ง แต่ตลาดและนักวิเคราะห์ยังเตือนว่าอาจมีความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับไฮเอนด์ ความเปลี่ยนแปลงของรสนิยมผู้บริโภค และแรงกดดันทางเศรษฐกิจหรืออัตราเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในอนาคต

บทสรุป

ผลประกอบการล่าสุดของ Tapestry Inc. ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเชิงบวกของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อยอดขายของแบรนด์ Coach ขยายตัวอย่างมากและนำไปสู่ราคาหุ้นที่พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนและผู้ติดตามอย่างใกล้ชิดยังคงจับตาดูว่า Tapestry จะสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตนี้ไว้ได้อย่างมั่นคงหรือไม่ในระยะยาว

#Tapestry #Coach #หุ้นแฟชั่น #ตลาดหุ้นสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

หุ้น **Tapestry** ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังยอดขาย **Coach** พุ่งแรง | SlimScan