
Take-Two รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ผิดคาด แต่ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปี FY26
Take-Two เผยรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 — รายได้เติบโตแต่กำไรยังไม่เป็นไปตามคาด
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ Take-Two Interactive Software, Inc. ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเกมชื่อดังหลายรายการ เช่น Grand Theft Auto, NBA 2K และเกมแฟรนไชส์อื่นๆ ประกาศผลประกอบการของไตรมาสที่สามในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งได้รับการจับตาจากนักลงทุนทั่วโลกเนื่องจากเป็นหนึ่งในบริษัทเกมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดวิดีโอเกมโลก
ในการรายงาน นี้ Take-Two สามารถทำยอดขายและตัวเลขบางส่วนเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิตามมาตรฐานบัญชี GAAP กลับไม่สามารถทำได้ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลงเล็กน้อยหลังประกาศผลดังกล่าว แม้ว่าแนวโน้มภาพรวมของธุรกิจจะยังมีปัจจัยบวกอย่างชัดเจนก็ตาม
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026: รายได้และการเติบโต
สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่สามในปีงบประมาณ 2026 นั้น Take-Two รายงานว่า:
- รายได้รวม (GAAP net revenues) อยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 24.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์ของ Zacks คาดการณ์เพียงประมาณ $1.58 B เท่านั้น
- Net Bookings หรือยอดจองสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 27.9% เป็นประมาณ $1.76 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงการขายเกมและการบริการดิจิทัลที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
- รายได้จากตลาดสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ประมาณ $1.01 พันล้าน เพิ่มขึ้นประมาณ 22.6% จากปีก่อน ในขณะที่รายได้จากต่างประเทศเติบโตราว 28.6% เป็น $686.8 ล้านดอลลาร์
- Recurrent Consumer Spending หรือรายได้จากการใช้จ่ายซ้ำของผู้บริโภคเติบโตสูงถึง 23%, คิดเป็นประมาณ 76% ของยอดจองสุทธิทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้เล่นเกมยังคงใช้จ่ายในผลิตภัณฑ์ของ Take-Two อย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขด้านการเติบโตนี้ชี้ให้เห็นว่า Take-Two ยังคงมีฐานการสร้างรายได้ที่แข็งแรง ทั้งจากเกมคอนโซล เกมบนมือถือ และส่วนอื่นๆ ของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟรนไชส์หลักอย่าง NBA 2K, Grand Theft Auto Online และเกมอื่นๆ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เล่นทั่วโลก
กำไรสุทธิและผลขาดทุน (GAAP Net Loss)
แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างชัดเจน แต่ตัวเลขผลกำไรสุทธิตามมาตรฐานบัญชีหรือ GAAP Net Loss กลับเป็นจุดที่น่ากังวลสำหรับบางนักลงทุน โดยบริษัทรายงาน:
- EPS (Earnings Per Share) หรือกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐานบัญชี GAAP อยู่ที่ประมาณ -0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ -$0.39 ต่อหุ้น
- ผลขาดทุนแม้จะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ รายงานขาดทุนถึง -$0.71 ต่อหุ้น แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างกำไรสุทธิได้ตามเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ตั้งไว้
ผลกระทบตรงนี้เป็นสาเหตุหลักที่นักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวล ซึ่งสะท้อนออกมาในราคาหุ้นของ Take-Two ที่ปรับตัวลงเล็กน้อยหลังประกาศผลประกอบการ แม้ว่าตัวเลขรายได้และ Net Bookings จะอยู่ในระดับที่เหนือกว่าการคาดการณ์ของตลาดก็ตาม
รายได้ตามช่องทางและแพลตฟอร์ม
จากการวิเคราะห์เชิงลึกของผลประกอบการ Take-Two พบว่ารายได้ของบริษัทไม่ได้มาจากช่องทางเดียว แต่มีการกระจายตัวออกเป็นหลายส่วน ได้แก่:
- Digital Online Revenue ซึ่งรวมทั้งการขายผ่านช่องทางดิจิทัลออนไลน์ มีสัดส่วนสูงถึง 97.4% ของรายได้ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากสื่อกายภาพไปสู่ดิจิทัลอย่างชัดเจน
- Mobile Revenues มีการเติบโตมากกว่า 18% จากปีก่อน เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้รายได้รวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- Console Revenues เติบโตประมาณ 28.4%, ซึ่งเป็นผลจากการขายเกมบนระบบคอนโซลที่ได้รับความนิยมในหลายภูมิภาค
- PC & Other เติบโตสูงสุดในกลุ่มแพลตฟอร์มที่ราว 50.5% แต่ยังมีสัดส่วนรวมไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ
แนวโน้มนี้สะท้อนว่าโมเดลธุรกิจของ Take-Two ยังคงพึ่งพารายได้ดิจิทัล และการใช้บริการออนไลน์ของผู้เล่นเป็นหลัก ซึ่งทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน แม้ผลประกอบการในบางไตรมาสจะมีความผันผวนด้านกำไรสุทธิ
การปรับคาดการณ์สำหรับปีงบประมาณ 2026 (FY26)
หนึ่งในจุดเด่นของการประกาศผลประกอบการครั้งนี้คือ Take-Two ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายคาดการณ์สำหรับทั้งปีงบประมาณ 2026 อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- Net Revenues ทั้งปี คาดว่าจะอยู่ในช่วงประมาณ $6.55 B ถึง $6.60 B ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณการก่อนหน้านี้ที่อยู่ในช่วง $6.38 B ถึง $6.48 B
- Net Bookings หรือยอดจองสุทธิทั้งปีที่คาดว่าจะอยู่ในช่วง $6.65 B ถึง $6.70 B ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากช่วงก่อนหน้านี้ $6.40 B ถึง $6.50 B
- Operating Cash Flow คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ $450 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้อย่างมีนัยยะ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารในการสร้างเงินสดจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
การปรับเป้าหมายดังกล่าวทำให้ Take-Two แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตทั้งในด้านยอดขายและประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันในด้านกำไรสุทธิในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต: แฟรนไชส์และเกมใหม่
เบื้องหลังการเติบโตของรายได้และ Net Bookings ของ Take-Two ก็ต้องยอมรับว่าแฟรนไชส์เกมและการเปิดตัวเกมใหม่มีบทบาทสำคัญ โดยเกมในเครือของบริษัทที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการนี้ได้แก่:
- NBA 2K Series ซึ่งมีการเติบโตของการใช้จ่ายซ้ำของผู้บริโภคสูงขึ้น ประกอบกับฐานผู้เล่นที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
- Grand Theft Auto Online ซึ่งยังคงได้รับความนิยมสูงและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
- เกมอื่นๆ ในพอร์ตโฟลิโอ เช่น Toon Blast, Match Factory!, Empires & Puzzles และเกมอื่น ๆ ซึ่งทุกเกมมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการซื้อภายในเกม
นอกเหนือจากนี้ Take-Two ยังมีแผนการเปิดตัวเกมใหม่และขยายแฟรนไชส์สำคัญต่างๆ ในปีและปีถัดไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาวและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัทต่อไปในอนาคต
ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์และนักลงทุน
ภาพรวมของผลประกอบการที่ออกมาครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าตัวเลขรายได้และ Net Bookings ของ Take-Two เติบโตเหนือกว่าเป้าหมายที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับความแข็งแกร่งของธุรกิจเกมดิจิทัล อย่างไรก็ดี การที่บริษัทยังไม่สามารถแสดงผลกำไรสุทธิที่เป็นบวกตามมาตรฐานบัญชี GAAP ได้ ทำให้บางนักลงทุนแสดงความกังวล โดยเฉพาะเรื่องของต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในด้านพัฒนาเกมและตลาดที่ยังคงสูงอยู่
ในขณะที่นักวิเคราะห์บางคนมองว่านี่เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากการที่รายได้เติบโตต่อเนื่อง และบริษัทมีแผนเปิดตัวเกมใหม่หลายเกมในปีหน้า อาจส่งผลให้ Take-Two สามารถกลับมาทำกำไรสุทธิที่เป็นบวกได้ในอนาคตหากสามารถควบคุมต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
ถึงแม้ราคาหุ้นจะมีการปรับตัวลดลงในช่วงสั้นหลังประกาศ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนบางส่วนพิจารณาเข้าซื้อหุ้นในราคาที่ถูกลง โดยมองถึงศักยภาพในระยะยาวของบริษัทซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมเกมระดับโลก
แนวโน้มและสิ่งที่คาดหวังในอนาคต
สำหรับผลประกอบการในไตรมาสถัดไปและทั้งปีงบประมาณ 2026 นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่า:
- Take-Two จะยังคงรักษาการเติบโตของยอดจองสุทธิและรายได้อย่างต่อเนื่องจากแฟรนไชส์เกมหลักและบริการออนไลน์ของเกม
- การเปิดตัวเกมใหม่ โดยเฉพาะแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียง จะช่วยดึงดูดผู้เล่นใหม่และเพิ่มรายได้จากผู้เล่นเดิม
- บริษัทอาจมีการปรับกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงอัตรากำไรสุทธิให้ดีขึ้น และควบคุมต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
โดยรวมแล้ว แม้ว่าการประกาศผลประกอบการ Q3 จะมีบางด้านที่ไม่เป็นไปตามคาด แต่ภาพรวมของธุรกิจและการเติบโตของ Take-Two ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งและแนวโน้มเติบโตในอนาคต
#TakeTwo #TTWO #ผลประกอบการ #เกมอุตสาหกรรม #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น