หุ้น  ร่วง 6.4% หลังรายงานผลประกอบการ Q4 ไม่เข้าเป้า ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

หุ้น ร่วง 6.4% หลังรายงานผลประกอบการ Q4 ไม่เข้าเป้า ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:TROW

หุ้น T. Rowe Price ร่วงแรงหลังงบ Q4 2025 ผิดคาด

ราคาหุ้นของ T. Rowe Price Group, Inc. (NASDAQ: TROW) ร่วงลงประมาณ 6.4% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ซึ่งผลลัพธ์หลายรายการไม่เป็นไปตามตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและเทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงการซื้อขายหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ผลประกอบการ Q4 2025 — รายได้และกำไรพลาดเป้า

บริษัทรายงานผลกำไรที่ปรับแล้ว (adjusted earnings) อยู่ที่ประมาณ $2.44 ต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และแม้กำไรจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ไม่สูงพอเมื่อเทียบกับ Consensus ของ Wall Street

รายได้รวม (net revenues) อยู่ที่ประมาณ $1.93 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่งมาจากค่าธรรมเนียม advisory fees ที่เพิ่มขึ้น แต่ผลลัพธ์โดยรวมยังไม่สามารถทำตามประมาณการตลาดได้ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงทันทีหลังมีการเปิดเผยตัวเลขดังกล่าว

ค่าใช้จ่าย (Expenses) ที่สูงขึ้นกระทบกำไร

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันในการรายงานผลไตรมาสนี้คือการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (operating expenses) เมื่อเทียบเป็นรายปี (year-over-year) ซึ่งทำให้ผลกำไรสุทธิลดลงอย่างสัมผัสได้ ส่งผลให้ตัวเลข EPS ของไตรมาสนี้ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ปัจจัยบวกบางประการ — AUM และ Advisory Fees

แม้จะมีตัวเลข earnings ที่ไม่เข้าเป้า แต่บริษัทยังมีจุดแข็งด้านสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (Assets Under Management – AUM) ที่เติบโตขึ้นเล็กน้อยกว่าเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ได้ประเมินไว้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ฝ่ายบริหารระบุว่ามีส่วนช่วยหนุนรายได้บางส่วนในไตรมาสนี้

ค่าธรรมเนียม advisory fees ที่เพิ่มขึ้นยังช่วยหนุนรายได้รวมและบรรเทาแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการขาดทุนในส่วน earnings ทั้งหมด ทำให้หุ้น TROW ปรับฐานลงแรงกว่า 6% ในวันเดียว

มุมมองนักลงทุนและตลาด

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าการปรับฐานของหุ้น T. Rowe Price ในวันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในช่วงที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนด้านบริหารและการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระยะยาวบางรายมองว่าการลดลงของราคาหุ้นอาจเปิดโอกาสให้ซื้อหุ้นของบริษัทจัดการการลงทุนที่มีประวัติผลการดำเนินงานค่อนข้างแข็งแกร่งในระยะยาว แต่ทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับผลประกอบการในไตรมาสถัดไปและแนวโน้มค่าใช้จ่ายของบริษัทในการดำเนินงานในปี 2026

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นในวงกว้าง

การรายงานผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามคาดของบริษัทขนาดใหญ่เช่น T. Rowe Price มักสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับคลาสสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม financial services และ asset management ด้วยกัน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนทบทวนกลยุทธ์การลงทุนของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนของตลาดเพิ่มสูงขึ้น

บทสรุป

สรุปได้ว่า หุ้นของ T. Rowe Price ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 6.4% หลังจากรายงานผลประกอบการ Q4 ปี 2025 ซึ่ง earnings และ revenue ยังไม่เป็นไปตามประมาณการนักวิเคราะห์ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ แม้จะมีรายได้จาก advisory fees และ AUM ที่เติบโต แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลขาดทุนด้าน earnings ทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นในตลาดอย่างต่อเนื่องในวันนั้น

#TRowePrice #EarningsMiss #StockMarket #FinancialNews #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

หุ้น ร่วง 6.4% หลังรายงานผลประกอบการ Q4 ไม่เข้าเป้า ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น | SlimScan