เงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์เร่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าบริการที่ขยับขึ้น

เงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์เร่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าบริการที่ขยับขึ้น

โดย ADMIN

เงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์เร่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพที่ยังไม่หายไป

สวิตเซอร์แลนด์กำลังกลับมาเป็นที่จับตาของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง หลังตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี แม้จะยังถือว่าอยู่ในกรอบที่ธนาคารกลางสวิส หรือ Swiss National Bank (SNB) มองว่าเป็นระดับที่สอดคล้องกับเสถียรภาพด้านราคา แต่การขยับขึ้นครั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแรงกดดันด้านค่าครองชีพยังไม่หมดไปง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อหมวดพลังงาน การเดินทาง และบริการภายในประเทศยังมีความผันผวนอยู่พอสมควร

ภาพรวมตัวเลขล่าสุดของเงินเฟ้อสวิส

ข้อมูลจาก Federal Statistical Office (FSO) ของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ Consumer Price Index (CPI) ในเดือนเมษายน 2024 เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.4% เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.0% ในเดือนมีนาคม ถือเป็นการเร่งตัวแรงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งคาดไว้ ซึ่งเดิมประเมินกันไว้แถว 1.1% เท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนว่า แม้สวิตเซอร์แลนด์จะเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ควบคุมเงินเฟ้อได้ดีกว่าหลายประเทศ แต่แรงกดดันด้านราคายังไม่หายไป โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานโลกยังแกว่งตามสถานการณ์ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันราคาสินค้าและบริการบางประเภทในประเทศก็ยังขยับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมเงินเฟ้อกลับมาเด่นชัดขึ้นอีกครั้งหลังจากชะลอลงมาอยู่ระดับค่อนข้างต่ำก่อนหน้านี้

อะไรเป็นตัวผลักดันเงินเฟ้อรอบนี้

1) ราคาบริการและการเดินทางเป็นแรงหนุนสำคัญ

ข้อมูลทางการของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของ CPI ในเดือนเมษายนมีส่วนมาจากราคาทัวร์แพ็กเกจนานาชาติและค่าโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนต้นทุนด้านการเดินทางที่ยังทรงตัวในระดับสูง และยังบ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงมีอิทธิพลต่อภาพรวมเงินเฟ้อของประเทศ แม้แรงกดดันจากสินค้านำเข้าบางส่วนจะผ่อนคลายลงก็ตาม

2) หมวดที่อยู่อาศัยและค่าเช่ายังมีน้ำหนัก

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2024 FSO รายงานว่า CPI เพิ่มขึ้นอีก 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และเงินเฟ้อรายปีทรงตัวที่ 1.4% โดยแรงหนุนสำคัญมาจาก ค่าเช่าที่อยู่อาศัย และราคาทัวร์ต่างประเทศ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้ราคาน้ำมันทำความร้อนจะลดลงในเดือนเดียวกัน ภาพนี้สะท้อนว่าเงินเฟ้อสวิสไม่ได้มาจากพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมกันของต้นทุนด้านบริการในประเทศและต้นทุนนำเข้าที่แกว่งตามตลาดโลก

3) พลังงานยังเป็นความเสี่ยงพื้นฐาน

OECD เคยชี้ไว้ในรายงานเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ปี 2024 ว่า การชะลอลงของเงินเฟ้อในช่วงก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการที่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันนำเข้าลดลงเมื่อเทียบรายปี นั่นหมายความว่า หากราคาพลังงานกลับมาสูงขึ้นอีก ก็อาจกลายเป็นแรงผลักดันเงินเฟ้อได้อีกครั้ง ดังนั้น แม้ตัวเลขล่าสุดของสวิตเซอร์แลนด์จะยังไม่อยู่ในภาวะน่ากังวลเท่ายุโรปส่วนอื่น แต่ต้นทุนพลังงานยังเป็นตัวแปรที่ตลาดจับตาอย่างมาก

ทำไมตัวเลขนี้จึงสำคัญกว่าที่เห็น

ถ้ามองเผิน ๆ เงินเฟ้อระดับ 1.4% อาจดูไม่สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหลายประเทศในยุโรปที่เคยเผชิญเงินเฟ้อเกิน 5% หรือมากกว่านั้นในช่วงวิกฤตราคาอาหารและพลังงานที่ผ่านมา แต่สำหรับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งโดยปกติเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพด้านราคาค่อนข้างสูง การขยับขึ้นของเงินเฟ้อแม้เพียงเล็กน้อยก็ส่งสัญญาณเชิงนโยบายได้ไม่น้อย เพราะตลาดจะนำข้อมูลนี้ไปประเมินทิศทางดอกเบี้ย ค่าเงินฟรังก์สวิส และกำลังซื้อของผู้บริโภคทันที

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ เงินเฟ้อของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ในกรอบเป้าหมาย 0-2% ของ SNB ต่อเนื่องมาแล้วหลายเดือน Reuters ระบุว่า เดือนเมษายน 2024 เป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกันที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบดังกล่าว เพราะฉะนั้น แม้เงินเฟ้อจะเร่งขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นบังคับให้ธนาคารกลางต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดทันที

มุมมองของตลาดและนักเศรษฐศาสตร์

หลังข้อมูลเงินเฟ้อออกมา ตลาดการเงินตอบสนองค่อนข้างชัดเจน ค่าเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับทั้งยูโรและดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าตลาดมองว่าความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยอาจไม่ง่ายอย่างที่เคยคาด แต่ถึงอย่างนั้น นักเศรษฐศาสตร์หลายรายยังเชื่อว่า SNB มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้อยู่ หากเงินเฟ้อไม่ฝังลึกผ่านค่าจ้างหรืออุปสงค์ในประเทศที่ร้อนแรงเกินไป

นักวิเคราะห์ที่ Reuters อ้างถึงประเมินว่า สภาพแวดล้อมโดยรวมยังสนับสนุนให้ SNB ผ่อนคลายนโยบายได้ เพราะแรงกดดันด้านพลังงานมีแนวโน้มคลี่คลายได้อีก ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศไม่ได้ร้อนแรงมากนัก มุมมองนี้สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจสวิสที่เติบโตแบบระมัดระวัง ไม่ได้เร่งตัวแรงจนเกิดแรงกดดันด้านราคาในวงกว้างเหมือนบางประเทศ

ธนาคารกลางสวิสกำลังคิดอะไรอยู่

กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ SNB

SNB ใช้กรอบประเมินเสถียรภาพด้านราคาที่ค่อนข้างชัด คือให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วง 0% ถึง 2% ดังนั้น การที่เงินเฟ้อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2024 อยู่ที่ 1.4% จึงยังถือว่า “อยู่ในโซนปลอดภัย” สำหรับผู้กำหนดนโยบาย อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเลขออกมาสูงกว่าคาดก็ทำให้ SNB ไม่สามารถชะล่าใจได้ เพราะหากแรงกดดันจากพลังงาน ค่าเช่า หรือบริการบางหมวดลากยาว ก็อาจทำให้เงินเฟ้ออยู่ระดับสูงได้นานกว่าที่คิด

โอกาสลดดอกเบี้ยยังไม่ถูกปิด

Reuters รายงานว่า ณ เวลานั้น ตลาดยังให้น้ำหนักราว 60% ที่ SNB จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 1.25% ในการประชุมวันที่ 20 มิถุนายน 2024 แม้เงินเฟ้อจะเร่งขึ้นก็ตาม เหตุผลหลักคือเงินเฟ้อยังไม่หลุดกรอบเป้าหมาย และยังไม่มีสัญญาณชัดว่าราคาที่สูงขึ้นกำลังกระจายตัวเป็นวงกว้างแบบฝังลึกในระบบเศรษฐกิจ

ต่อมาผลสำรวจของ Reuters ก่อนการประชุมเดือนมิถุนายนยังสะท้อนว่าตลาดมองเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2024 ของสวิตเซอร์แลนด์ไว้ที่ราว 1.4% ก่อนจะชะลอลงสู่ 1.2% ในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับที่ยังสอดคล้องกับกรอบเสถียรภาพด้านราคาของ SNB ได้อยู่พอสมควร

ความหมายต่อเศรษฐกิจสวิสในวงกว้าง

การขยับขึ้นของเงินเฟ้อมีผลต่อเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์มากกว่าที่เห็นในตัวเลข CPI อย่างแรกคือเรื่อง กำลังซื้อของครัวเรือน แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะต่ำกว่าอีกหลายประเทศ แต่หากหมวดที่ขึ้นราคาคือค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง และบริการที่คนใช้จริงในชีวิตประจำวัน ประชาชนก็ยังรู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้นอยู่ดี โดยเฉพาะในประเทศที่มีค่าครองชีพพื้นฐานสูงอย่างสวิตเซอร์แลนด์อยู่แล้ว

อย่างที่สองคือผลต่อ ภาคธุรกิจ ต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนพลังงาน และต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นจะกดดันมาร์จิ้นของธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่อาจไม่มีอำนาจต่อรองสูงนัก หากบริษัทเลือกแบกรับต้นทุนเอง กำไรอาจถูกบีบ แต่ถ้าผลักภาระไปยังผู้บริโภค ก็อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้ออีกชั้นหนึ่ง

อย่างที่สามคือผลต่อ ภาคการเงินและตลาดเงิน เพราะทุกครั้งที่เงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ตลาดจะรีบตีความทันทีว่า SNB จะชะลอการลดดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งกระทบทั้งค่าเงินฟรังก์สวิส ผลตอบแทนพันธบัตร และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ต่าง ๆ ในตลาดการเงิน

สวิตเซอร์แลนด์ต่างจากยุโรปประเทศอื่นอย่างไร

หนึ่งในเหตุผลที่ข่าวเงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์ถูกจับตา คือประเทศนี้มักถูกมองว่าเป็น “กรณีพิเศษ” ของยุโรป เพราะควบคุมเงินเฟ้อได้ดีกว่าหลายประเทศในยูโรโซน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินฟรังก์สวิสที่แข็งแกร่ง ทำให้ต้นทุนนำเข้าบางประเภทไม่พุ่งแรงเท่าเศรษฐกิจอื่น นอกจากนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหารนโยบายการเงินของสวิสยังค่อนข้างระมัดระวัง ทำให้แรงกระแทกจากวิกฤตราคาพลังงานถูกดูดซับได้บางส่วน

แต่ความได้เปรียบนี้ไม่ได้หมายความว่าสวิตเซอร์แลนด์จะปลอดภัยเสมอไป เพราะรายงาน OECD ชี้ชัดว่าในช่วงที่เงินเฟ้อลดลงนั้น ปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันนำเข้าที่ลดลง หากเงื่อนไขนี้กลับทิศ เช่น น้ำมันโลกพุ่งขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หรือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในยุโรปเร่งตัวขึ้น สวิตเซอร์แลนด์ก็มีโอกาสเผชิญแรงกระเพื่อมด้านราคาได้เช่นกัน เพียงแต่อาจเกิดในระดับที่อ่อนกว่าประเทศอื่นบางแห่ง

แนวโน้มระยะถัดไป: ต้องจับตาอะไรบ้าง

ราคาพลังงานโลก

ปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือราคาน้ำมันและพลังงานโลก เพราะแม้ข้อมูลบางเดือนของสวิตเซอร์แลนด์จะสะท้อนแรงหนุนจากค่าเช่าและบริการ แต่ต้นทุนพลังงานยังคงเป็นตัวแปรตั้งต้นที่สามารถส่งผ่านไปยังการขนส่ง การผลิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้กว้างมาก หากน้ำมันกลับมาเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง เงินเฟ้อสวิสก็มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงได้นานขึ้น

ค่าเช่าบ้านและบริการในประเทศ

ปัจจัยที่สองคือหมวดที่อยู่อาศัยและบริการภายในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเหนียวกว่าราคาพลังงาน เพราะไม่ได้ปรับลงง่ายเหมือนสินค้าโภคภัณฑ์ FSO ระบุว่าในเดือนพฤษภาคม 2024 ดัชนีค่าเช่าเพิ่มขึ้น 1.0% จากไตรมาสก่อน และสูงขึ้น 3.4% จากปีก่อน นี่คือสัญญาณว่าต้นทุนชีวิตประจำวันของคนสวิสยังมีแรงกดดันในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การแกว่งชั่วคราวของราคาน้ำมันหรือค่าเดินทางเท่านั้น

การตัดสินใจของ SNB

ปัจจัยที่สามคือท่าทีของ SNB เพราะหากธนาคารกลางมองว่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือการแกว่งของพลังงาน ก็อาจยังเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายได้ แต่ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อฝังลึก เช่น กระจายไปยังค่าจ้างหรือราคาบริการหลายหมวดพร้อมกัน SNB ก็อาจต้องระมัดระวังมากขึ้นกับการลดดอกเบี้ยครั้งต่อไป

ผลสะเทือนต่อผู้บริโภคและนักลงทุน

สำหรับประชาชนทั่วไป ข่าวนี้หมายถึงค่าครองชีพที่ยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะค่าเช่าที่พัก การเดินทาง และสินค้าเกี่ยวกับพลังงาน ส่วนสำหรับนักลงทุน ข่าวนี้มีผลโดยตรงต่อการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน และตราสารหนี้ เพราะเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อการประชุมธนาคารกลางได้ทันที

ในอีกมุมหนึ่ง เงินเฟ้อที่ยังอยู่ต่ำกว่าหลายประเทศยุโรปอาจทำให้สวิตเซอร์แลนด์ยังถูกมองเป็นเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ نسبatively สูง และค่าเงินฟรังก์ยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน แต่หากแรงกดดันด้านราคาเริ่มสะสม ตลาดก็อาจกลับมาตีความใหม่ว่าพื้นที่ในการลดดอกเบี้ยของ SNB อาจแคบลงกว่าที่เคยคิดไว้

สรุปประเด็นข่าวแบบเข้าใจง่าย

สรุปก็คือ เงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนเมษายน 2024 เพิ่มขึ้นเป็น 1.4% จาก 1.0% ในเดือนมีนาคม และสูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ CPI รายเดือนเพิ่มขึ้น 0.3% โดยมีแรงหนุนจากราคาการเดินทางและบริการบางหมวด ต่อมาเดือนพฤษภาคม เงินเฟ้อยังอยู่ที่ 1.4% และมีแรงดันจากค่าเช่าที่อยู่อาศัย ทัวร์ต่างประเทศ และราคาน้ำมันเบนซิน แม้ราคาน้ำมันทำความร้อนจะลดลงก็ตาม

ดังนั้น ข่าวนี้ไม่ได้หมายความว่าสวิตเซอร์แลนด์กำลังเผชิญวิกฤตเงินเฟ้อรุนแรง แต่เป็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่หมด และปัจจัยพลังงานยังสามารถกลับมาเป็นตัวเร่งได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงกับต้นทุนบริการ ค่าเช่า และเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง SNB จึงน่าจะยังเดินเกมอย่างระมัดระวังมาก ระหว่างการสนับสนุนเศรษฐกิจกับการรักษาเสถียรภาพราคาให้สมดุลที่สุด

หมายเหตุด้านแหล่งข้อมูล

บทความนี้เป็นการเขียนข่าวใหม่เป็นภาษาไทยจากประเด็นเดียวกัน โดยอ้างอิงข้อมูลตัวเลขและบริบทจาก FSO, Reuters และ OECD เพื่อให้เนื้อหาเป็นธรรมชาติและอ่านง่าย โดยไม่ได้คัดลอกต้นฉบับจากบทความต้นทางแบบคำต่อคำ

#SwissInflation #สวิตเซอร์แลนด์ #เงินเฟ้อ #ราคาน้ำมัน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง