
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ พิจารณาคดี ทรัมป์ พยายามปลด Lisa Cook จากตำแหน่งกรรมการ Federal Reserve
คดีสำคัญที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ: ทรัมป์ vs Lisa Cook และอนาคต Fed
วันที่ 21 มกราคม 2026 — ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา (U.S. Supreme Court) กำลังพิจารณาคดีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างอำนาจในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามยื่นคำขอให้ปลด Lisa Cook หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหารของ Federal Reserve (Fed) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่ง — เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และอาจมีผลต่อ “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” อย่างมาก
ใครคือ Lisa Cook?
Lisa D. Cook เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งกรรมการของ Fed โดยอดีตประธานาธิบดี Joe Biden ในปี 2022 และเป็น “ผู้หญิงผิวสีคนแรก” ที่อยู่ในคณะกรรมการนี้ ซึ่งถูกกำหนดให้ทำงานในระยะยาวจนถึงปี 2038 ตามบทบัญญัติของ Federal Reserve Act ที่กำหนดให้คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปี
เหตุผลที่ทรัมป์ต้องการปลด Cook
รัฐบาลของทรัมป์กล่าวหา Cook ว่ากระทำ “การฉ้อโกงจำนอง” โดยอ้างว่าเธอระบุข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยสองแห่งเป็น “ที่อยู่หลัก” เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า ซึ่งทรัมป์อ้างว่าพฤติกรรมนี้เป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการปลดเธอออกจากตำแหน่ง แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังไม่มีการฟ้องร้องคดีอาญาหรือการพิสูจน์ว่าผิดจริง
ฝ่ายกฎหมายของ Cook และนักกฎหมายอิสระชี้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีมูลและเป็นเหตุผลที่ถูก “คัดเลือกมาอย่างไม่เป็นธรรม” เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการแทรกแซงธนาคารกลางทางการเมือง โดยเห็นว่าสาเหตุที่แท้จริงคือความไม่เห็นด้วยของทรัมป์ต่อการตัดสินนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed มากกว่า
กฎหมายกำหนดอย่างไรเกี่ยวกับการปลด Fed Governors?
The Federal Reserve Act (กฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจธนาคารกลาง) ระบุว่ากรรมการของ Fed สามารถถูกปลดได้ “for cause” หรือมีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจนอย่างละเอียดในตัวบท และเป็นหัวใจของคำถามที่ศาลสูงสุดจะต้องตัดสินว่าการกระทำของทรัมป์เข้าข่าย “for cause” หรือไม่
คำสั่งศาลชั้นต้นและการอุทธรณ์
เมื่อปี 2025 ศาลระดับล่างได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ Cook ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ระหว่างคดีดำเนินอยู่ โดยระบุว่าการปลดเธอนั้นมีแนวโน้มละเมิดสิทธิ์ของเธอภายใต้กฎหมายและสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ — ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดด้านกระบวนการยุติธรรม (due process) ที่จะต้องได้รับโอกาสในการชี้แจงเหตุผลและป้องกันตัวเองก่อนถูกปลดจริง
จากนั้น คำสั่งนี้ถูกยืนยันโดยศาลอุทธรณ์ และฝ่ายทรัมป์จึงยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลสูงสุดสหรัฐฯ เพื่อให้ตัดสินว่าพวกเขามีอำนาจในการปลด Cook หรือไม่
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักกฎหมาย
นักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจต่างมองว่าคดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งงานของ Cook เท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบ “ขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี” ต่อหน่วยงานอิสระของรัฐบาล และอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงินด้วย
นักวิชาการกฎหมายบางท่านระบุว่าศาลอาจให้เหตุผลว่าการปลดกรรมการ Fed เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการตีความเงื่อนไข “for cause” อย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจนโยบายการเงินไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของการเมืองช่วงสั้น ๆ
ผลกระทบต่อ Jerome Powell และ Fed
คดีนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับตัว Cook เท่านั้น Jerome Powell — ประธาน Fed ซึ่งแต่งตั้งโดย Trump แต่ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลาง — ก็อยู่ภายใต้การสอบสวนทางอาญาโดยกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของ Fed ซึ่ง Powell ปฏิเสธว่าเป็นความพยายามทางการเมืองเพื่อกดดันนโยบายของ Fed
หากศาลสูงสุดตัดสินให้ทรัมป์มีอำนาจในการปลดกรรมการ Fed โดยไม่ต้องยึดตามมาตรฐาน “for cause” อย่างเข้มงวด อาจเปิดทางให้ประธานาธิบดีพยายามเปลี่ยนผู้นำและสมาชิกของ Fed Board เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งเสี่ยงต่อการนำธนาคารกลางออกจากความเป็นอิสระและให้รัฐบาลกลางมีอิทธิพลมากขึ้นต่อการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยและการจัดการเงินเฟ้ออีกด้วย
ความสำคัญของการตัดสินใจ
ผลของคดีนี้อาจมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และระบบการเงินทั่วโลก “ความเป็นอิสระของ Fed” ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เพราะธนาคารกลางสามารถตัดสินใจตามสภาพเศรษฐกิจโดยไม่ต้องคำนึงถึงแรงกดดันทางการเมืองระยะสั้น ๆ
นักวิเคราะห์บางคนมองว่าหากศาลสนับสนุนอำนาจของทรัมป์ นั่นอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดการเงินและสร้างแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินเฟ้ออย่างเร็วเกินไป ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเศรษฐกิจ
วัตถุประสงค์หลักของการพิจารณาคดี
- ตรวจสอบว่า “for cause” ตาม Federal Reserve Act หมายถึงอะไร และประธานาธิบดีมีอำนาจใช้คำตัดสินเองหรือไม่
- พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่ทรัมป์ยกขึ้นเพียงพอหรือไม่สำหรับการปลดกรรมการ Fed
- กำหนดขอบเขตของอำนาจบริหารต่อหน่วยงานอิสระของรัฐเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของสาธารณะต่อระบบเงินตรา
คาดว่าศาลสูงสุดจะออกคำตัดสินในคดีนี้ภายในช่วงกลางปี 2026 และคำตัดสินนั้นจะมีผลยาวนานต่อวิธีที่รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถใช้อำนาจกับหน่วยงานอิสระต่าง ๆ รวมถึง Fed ซึ่งอยู่ในหัวใจของระบบเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ
#SupremeCourt #FederalReserve #LisaCook #TrumpFedCase #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น