ศาลสูงสหรัฐฯ ปัดตกคำร้องบริษัทยา เดินหน้านโยบายต่อรองราคายา Medicare ยุคไบเดน

ศาลสูงสหรัฐฯ ปัดตกคำร้องบริษัทยา เดินหน้านโยบายต่อรองราคายา Medicare ยุคไบเดน

โดย ADMIN

ศาลสูงสหรัฐฯ ปัดตกคำร้องบริษัทยา เดินหน้านโยบายต่อรองราคายา Medicare ยุคไบเดน

ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำสั่งไม่รับพิจารณาคำอุทธรณ์จากบริษัทยารายใหญ่หลายแห่ง ที่พยายามท้าทายกฎหมายต่อรองราคายาของโครงการ Medicare ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อกดราคายาตามใบสั่งแพทย์ให้ถูกลงสำหรับผู้สูงอายุและผู้มีสิทธิ์ในระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

สาระสำคัญของคำตัดสิน

คำสั่งของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 หมายความว่า ศาลจะไม่เปิดพิจารณาคดีนี้เพิ่มเติม และส่งผลให้คำตัดสินของศาลล่างยังคงมีผลต่อไป โดยศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางก่อนหน้านี้ได้ยืนข้างรัฐบาลสหรัฐฯ และเห็นว่านโยบายต่อรองราคายาภายใต้กฎหมาย Inflation Reduction Act ปี 2022 สามารถเดินหน้าต่อได้

กลุ่มบริษัทยาที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้อง ได้แก่ Novo Nordisk, AstraZeneca, Janssen Pharmaceuticals, Bristol Myers Squibb, Novartis และ Boehringer Ingelheim โดยบริษัทเหล่านี้โต้แย้งว่ากฎหมายดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ หลายประเด็น เช่น สิทธิในทรัพย์สิน กระบวนการยุติธรรม เสรีภาพในการพูด และการมอบอำนาจให้ฝ่ายบริหารมากเกินไป

นโยบายต่อรองราคายา Medicare คืออะไร

นโยบายนี้เปิดทางให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ สามารถต่อรองราคายาบางรายการที่มีค่าใช้จ่ายสูงในโครงการ Medicare ได้โดยตรงกับบริษัทยา เป้าหมายคือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องใช้ยาประจำ และลดงบประมาณของรัฐที่ใช้กับยาราคาแพง

ภายใต้ระบบเดิม Medicare มีข้อจำกัดในการต่อรองราคายาโดยตรง ทำให้ราคายาหลายชนิดในสหรัฐฯ สูงกว่าหลายประเทศ นโยบายนี้จึงถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบสาธารณสุขอเมริกัน

เหตุผลที่บริษัทยาคัดค้าน

ฝ่ายบริษัทยาให้เหตุผลว่า การบังคับให้เข้าร่วมกระบวนการเจรจาราคา หรือเผชิญบทลงโทษทางการเงิน เป็นการกดดันที่ไม่เป็นธรรม พวกเขายังมองว่ารัฐบาลกำลังแทรกแซงกลไกตลาด และอาจกระทบต่อรายได้ที่ใช้ลงทุนวิจัยและพัฒนายาใหม่

อย่างไรก็ตาม ศาลล่างหลายแห่งไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งดังกล่าว และตัดสินว่านโยบายนี้อยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐบาลในการบริหารโครงการ Medicare

ผลกระทบต่อผู้ป่วยและระบบสาธารณสุข

สำหรับผู้ใช้สิทธิ์ Medicare การเดินหน้าของนโยบายนี้อาจช่วยให้ยาบางรายการมีราคาถูกลงในอนาคต โดยเฉพาะยาที่มีค่าใช้จ่ายสูงและมีผู้ใช้จำนวนมาก เช่น ยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด ยารักษาโรคหัวใจ และยากลุ่มใหม่บางชนิด

สำนักข่าว AP รายงานว่า ราคาที่ต่อรองแล้วของยาชุดแรกมีกำหนดเริ่มใช้ในปี 2026 และรัฐบาลได้ทำข้อตกลงราคายาแล้วหลายรายการ รวมถึงยากลุ่ม GLP-1 อย่าง Ozempic, Rybelsus และ Wegovy ในระยะต่อไป

ประเด็นทางการเมืองที่น่าจับตา

แม้นโยบายนี้เริ่มต้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่ปัจจุบันรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นฝ่ายปกป้องนโยบายต่อหน้าศาล โดยวางเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดราคายาในสหรัฐฯ

ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายหรือธุรกิจยาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเมือง เศรษฐกิจครัวเรือน และความสามารถของประชาชนในการเข้าถึงยาจำเป็น

ความหมายของคำสั่งศาลสูง

การที่ศาลสูงไม่รับคดี ไม่ได้แปลว่าศาลออกคำวินิจฉัยเชิงลึกว่ากฎหมายนี้ถูกต้องทุกประการ แต่ในทางปฏิบัติ ผลลัพธ์คือคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ยังคงอยู่ และรัฐบาลสามารถเดินหน้าโครงการต่อรองราคายาได้ต่อไป

นี่ถือเป็นชัยชนะสำคัญของฝ่ายสนับสนุนการลดราคายา และเป็นความพ่ายแพ้ของบริษัทยาที่พยายามหยุดนโยบายนี้ผ่านกระบวนการศาล

บทสรุป

คำสั่งล่าสุดของศาลสูงสหรัฐฯ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าโครงการต่อรองราคายา Medicare จะยังคงเดินหน้าต่อไป อย่างน้อยในตอนนี้ สำหรับประชาชนจำนวนมาก นี่อาจหมายถึงโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็นในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น ส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยา นี่คือแรงกดดันครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการตั้งราคายาในตลาดสหรัฐฯ ระยะยาว

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง