
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด เขย่าตลาดและลดโอกาส Fed รีบลดดอกเบี้ย
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด เขย่าตลาดและลดโอกาส Fed รีบลดดอกเบี้ย
ตลาดการเงินสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันทันที หลังรายงานตลาดแรงงานเดือนพฤษภาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้มาก โดยตัวเลข Nonfarm Payrolls เพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 88,000 ตำแหน่งเกือบสองเท่า ขณะที่การจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 120,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังมีแรงส่ง แม้เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน
ตลาดกังวล Fed อาจยังไม่รีบลดดอกเบี้ย
แม้ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดความกลัวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอตัวแรง แต่กลับทำให้นักลงทุนกังวลว่า Federal Reserve หรือ Fed อาจยังไม่มีเหตุผลมากพอที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ รายงานระบุว่าอัตราว่างงานยังทรงตัวที่ 4.3% ส่วนค่าจ้างเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน และ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้
ปฏิกิริยาของตลาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีปรับขึ้นเกือบ 10 basis points ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในกลุ่ม G10 ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ถูกกดดันจากแรงขาย เนื่องจากหุ้นเติบโตสูงมักอ่อนไหวต่อแนวโน้มดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงนานขึ้น
ข้อมูลแรงงานลดน้ำหนักการคาดการณ์ลดดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์มองว่า ตัวเลขจ้างงานล่าสุดทำให้กรณีที่ Fed จะลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้อ่อนแรงลง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นทำให้ตลาดเชื่อว่า Fed จะกลับไปขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปียังต่ำกว่า 40% ขณะเดียวกัน การเติบโตของค่าจ้างที่ยังอยู่ในกรอบคาดการณ์ ช่วยลดความกังวลว่าการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะเร่งแรงกดดันเงินเฟ้อในวงกว้างทันที
AI ยังไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้การจ้างงานหายไป
อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือผลกระทบของ Artificial Intelligence ต่อแรงงาน โดยรายงานชี้ว่าการจ้างงานในภาคการเงินลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 และการจ้างงานในธุรกิจ IT services ลดลง 15,000 ตำแหน่งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Jamie Cox จาก Harris Financial Group ระบุว่า AI อาจส่งผลต่อการจ้างงานในอนาคต แต่ในตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ AI ทำให้ตำแหน่งงานหายไปอย่างมีนัยสำคัญ
เศรษฐกิจยังมีแรงหนุน แต่ความเสี่ยงยังไม่หาย
Bill Adams หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของ Fifth Third Commercial Bank ระบุว่า การจ้างงานเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ราว 114,000 ตำแหน่งต่อเดือน ซึ่งดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับภาวะเกือบหยุดนิ่งในปีก่อนหน้า เขามองว่าแรงหนุนจากนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน กระแส AI boom และตลาดหุ้นที่ยังคึกคัก กำลังช่วยพยุงเศรษฐกิจ แม้ยังมีแรงกดดันจากสงครามอิหร่านและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบต้นทุนพลังงาน ค่าครองชีพ และความต้องการจ้างงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนที่สูงขึ้นอาจบั่นทอนกำลังซื้อของครัวเรือน และสร้างแรงกดดันต่อบริษัทที่ต้องบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง
เงินไหลออกจากหุ้นเทคฯ เข้าหากลุ่ม Value
ก่อนหน้ารายงานจ้างงาน ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณ rotation หรือการโยกเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีบางส่วน ไปยังหุ้นกลุ่ม value เช่น การเงิน สุขภาพ และอสังหาริมทรัพย์ โดย Dow Jones แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ได้ถอนตัวจากตลาดหุ้นทั้งหมด แต่กำลังเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น
Chris Zaccarelli จาก Northlight Asset Management มองว่า momentum ของตลาดยังแข็งแกร่ง และกระแส IPO ที่น่าจับตาหลายรายการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ตลาดยังต้องเผชิญความเสี่ยงจาก valuation ที่ค่อนข้างสูงและเงินเฟ้อที่ยังไม่กลับสู่ระดับเป้าหมายอย่างมั่นคง
ภาพรวม: ข่าวดีของเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่ข่าวดีของตลาดหุ้นเสมอไป
ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความทนทาน แต่สำหรับตลาดการเงิน ข่าวดีด้านเศรษฐกิจอาจกลายเป็นข่าวกดดันได้ เพราะทำให้ Fed มีเหตุผลน้อยลงในการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ นักลงทุนจึงต้องจับตาการประชุม FOMC วันที่ 17 มิถุนายน รวมถึงถ้อยแถลงของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
สรุปแล้ว รายงานจ้างงานเดือนพฤษภาคมทำให้ตลาดต้องปรับมุมมองใหม่ จากเดิมที่หวังว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น กลายเป็นการยอมรับว่าดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจที่ยังแข็งแรงก็ช่วยลดความเสี่ยง recession ในระยะสั้น ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะ “ข่าวดีคือข่าวร้าย” สำหรับสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
#ตลาดแรงงานสหรัฐ #Fed #ดอกเบี้ยสหรัฐ #ตลาดหุ้นสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น