
หุ้น Starbucks พุ่งแรง หลังยอดขายสาขาเดิมฟื้น Wall Street เพิ่มราคาเป้าหมาย จับตาแผน Turnaround สำเร็จจริงหรือยัง
หุ้น Starbucks พุ่งแรง หลัง Wall Street เพิ่มราคาเป้าหมาย จากสัญญาณฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม
Starbucks กลับมาเป็นหนึ่งในหุ้นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่นักลงทุนจับตามองอีกครั้ง หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะยอดขายสาขาเดิม หรือ comparable store sales ที่เพิ่มขึ้นชัดเจนทั้งในระดับโลกและตลาดอเมริกาเหนือ
รายงานจาก 24/7 Wall St. ระบุว่า นักวิเคราะห์หลายสำนักใน Wall Street ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น Starbucks หรือ ticker SBUX หลังผลประกอบการล่าสุดสะท้อนว่าแผนฟื้นฟูธุรกิจภายใต้ซีอีโอ Brian Niccol เริ่มให้ผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยบริษัทมียอดขายไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 9.53 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ยอดขายสาขาเดิมโตแรง จุดเปลี่ยนสำคัญของ Starbucks
หนึ่งในตัวเลขที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาเชื่อมั่นคือ ยอดขายสาขาเดิมทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นถึง 7% ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าร้านเดิมที่เปิดมานานแล้วสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้จริง ไม่ได้โตเพียงเพราะเปิดสาขาใหม่
ในธุรกิจร้านกาแฟและร้านอาหาร ยอดขายสาขาเดิมถือเป็นสัญญาณสุขภาพของแบรนด์ หากตัวเลขเพิ่มขึ้น แปลว่าลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น หรือใช้จ่ายต่อบิลมากขึ้น หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน สำหรับ Starbucks ตัวเลขนี้ยิ่งมีน้ำหนัก เพราะช่วงก่อนหน้านี้บริษัทเคยเผชิญแรงกดดันจากยอดทราฟฟิกลูกค้าที่ชะลอ ต้นทุนสูง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
Wall Street ปรับราคาเป้าหมายหุ้น SBUX
หลังรายงานผลประกอบการออกมา บริษัทวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายแห่งปรับมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น Starbucks โดย BTIG เพิ่มราคาเป้าหมายจาก 105 ดอลลาร์เป็น 115 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ Buy ส่วน Wells Fargo เพิ่มราคาเป้าหมายจาก 110 ดอลลาร์เป็น 115 ดอลลาร์ และยังให้คำแนะนำ Overweight
ขณะเดียวกัน RBC Capital ปรับราคาเป้าหมายจาก 105 ดอลลาร์เป็น 110 ดอลลาร์ แม้ยังคงคำแนะนำ Sector Perform ส่วน UBS เพิ่มราคาเป้าหมายจาก 100 ดอลลาร์เป็น 105 ดอลลาร์ และยังคงคำแนะนำ Neutral สะท้อนว่า Wall Street มองบวกมากขึ้น แต่ยังไม่ได้เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวว่าหุ้น Starbucks เข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัวแล้ว
แผน Back to Starbucks เริ่มเห็นผล
Brian Niccol ซีอีโอของ Starbucks ระบุว่าไตรมาสล่าสุดเป็นจุดเปลี่ยนของการ turnaround โดยแผน Back to Starbucks ช่วยผลักดันทั้งรายได้และกำไรให้กลับมาเติบโต แนวทางนี้เน้นการพา Starbucks กลับไปสู่จุดแข็งดั้งเดิม ได้แก่ ประสบการณ์ในร้าน คุณภาพเครื่องดื่ม ความเร็วในการให้บริการ และความสัมพันธ์กับลูกค้าประจำ
สิ่งที่นักลงทุนชอบคือ การเติบโตไม่ได้มาจากเพียงการขึ้นราคาเท่านั้น แต่ยังมีสัญญาณว่าลูกค้าเข้าร้านมากขึ้นในหลายช่วงเวลา และกลุ่มสมาชิก rewards ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย นี่ทำให้ตลาดเริ่มมองว่า Starbucks อาจไม่ได้เป็นแค่หุ้นที่ฟื้นระยะสั้น แต่กำลังสร้างฐานการเติบโตใหม่
กำไรต่อหุ้นดีกว่าคาด แต่แรงกดดันด้านต้นทุนยังอยู่
Starbucks รายงาน adjusted EPS ที่ 0.50 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ราว 0.44 ดอลลาร์ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ยังต้องจับตาคือ margin ในอเมริกาเหนือที่ลดลง 170 basis points จากแรงกดดันด้านค่าแรง ส่วนผสมยอดขาย ภาษีนำเข้า และต้นทุนกาแฟ
ประเด็นนี้ทำให้นักวิเคราะห์บางรายยังระมัดระวัง แม้ยอดขายจะกลับมาโต แต่หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่า รายได้ที่ดีขึ้นอาจไม่ได้แปลว่ากำไรจะขยายตัวแข็งแรงเสมอไป ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของ Starbucks คือ ต้องรักษา momentum ของยอดขาย พร้อมควบคุมต้นทุนให้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2026
ตลาดจีนยังเป็นจุดที่ต้องจับตา
อีกประเด็นสำคัญคือธุรกิจในจีน ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เติบโตหลักของ Starbucks แต่ไตรมาสล่าสุดยอดขายสาขาเดิมในจีนเพิ่มขึ้นเพียง 1% และมีแรงกดดันจาก ticket size ที่ลดลง ตลาดจีนมีการแข่งขันสูงมาก ทั้งจากแบรนด์ท้องถิ่นที่ราคาถูกกว่า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว
แม้ Starbucks ยังมีแบรนด์ที่แข็งแรงในจีน แต่การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลา บริษัทจึงต้องหาสมดุลระหว่างการรักษาภาพลักษณ์ premium brand กับการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับตลาดที่เน้นความคุ้มค่ามากขึ้น
เงินปันผลยังเป็นจุดแข็งสำหรับนักลงทุนระยะยาว
นอกจากการฟื้นตัวของยอดขาย Starbucks ยังประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 64 ที่ 0.62 ดอลลาร์ต่อหุ้น สิ่งนี้ช่วยตอกย้ำภาพของบริษัทในฐานะหุ้น consumer brand ขนาดใหญ่ที่ยังมีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด
สำหรับนักลงทุนระยะยาว เงินปันผลต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องดูควบคู่กับ valuation เพราะราคาหุ้น Starbucks ปรับขึ้นแรงแล้วในปีนี้ หากกำไรในอนาคตไม่โตตามความคาดหวัง หุ้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไรได้เช่นกัน
หุ้น Starbucks แพงไปหรือยัง
รายงานระบุว่าหุ้น Starbucks ซื้อขายใกล้ระดับ 104 ดอลลาร์ และปรับขึ้นราว 24% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ valuation เริ่มสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากพอสมควร โดย P/E ratio อยู่ในระดับสูง นักลงทุนจึงต้องประเมินให้รอบคอบว่า turnaround ครั้งนี้จะต่อเนื่องแค่ไหน
มุมมองเชิงบวกคือ Starbucks กำลังกลับมาเติบโต ทั้งรายได้ ยอดขายสาขาเดิม และกำไรต่อหุ้น ส่วนมุมมองเชิงระวังคือ margin ยังอ่อนตัว ตลาดจีนยังไม่แข็งแรง และราคาหุ้นอาจรับข่าวดีไปบางส่วนแล้ว
สรุป: Turnaround ของ Starbucks เริ่มจริง แต่ยังต้องพิสูจน์ต่อ
ภาพรวมของ Starbucks ในไตรมาสล่าสุดถือว่าน่าประทับใจ ยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นแรงทำให้ Wall Street เริ่มเพิ่มราคาเป้าหมาย และนักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นในแผน Back to Starbucks มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวครั้งนี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ ยอดทราฟฟิกลูกค้าในอเมริกาเหนือจะรักษาแรงส่งได้หรือไม่ margin จะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2026 หรือเปล่า และตลาดจีนจะกลับมาเป็นเครื่องยนต์เติบโตได้อีกครั้งแค่ไหน
สำหรับนักลงทุน หุ้น Starbucks กลับมาน่าสนใจมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่หุ้นที่ไร้ความเสี่ยง การปรับราคาเป้าหมายจาก Wall Street เป็นสัญญาณบวก แต่การตัดสินใจลงทุนควรดูทั้งการเติบโต กำไร ต้นทุน valuation และความสามารถของผู้บริหารในการทำให้ turnaround เดินหน้าต่อเนื่องจริง
โดยสรุป Starbucks กำลังส่งสัญญาณว่าการฟื้นตัวไม่ใช่แค่เรื่องเล่าอีกต่อไป แต่เริ่มมีตัวเลขรองรับแล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมในหลายไตรมาสข้างหน้า ก่อนจะมั่นใจได้เต็มที่ว่าแบรนด์กาแฟยักษ์ใหญ่รายนี้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแรงจริง
#Starbucks #SBUX #หุ้นสหรัฐ #WallStreet #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น