Star Group รายได้ไตรมาส 2 ปีงบ 2026 เพิ่มเป็น 766.7 ล้านดอลลาร์ หนุนโดยอากาศหนาวและยอดขาย Heating Oil-Propane

Star Group รายได้ไตรมาส 2 ปีงบ 2026 เพิ่มเป็น 766.7 ล้านดอลลาร์ หนุนโดยอากาศหนาวและยอดขาย Heating Oil-Propane

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:SGU

Star Group รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบ 2026 รายได้โต 3.2% แตะ 766.7 ล้านดอลลาร์

Star Group, L.P. (NYSE: SGU) ผู้ให้บริการพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยและธุรกิจในสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2026 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 โดยบริษัททำรายได้รวม 766.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 743.0 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลผลประกอบการที่บริษัทเผยแพร่ผ่าน GlobeNewswire

ปัจจัยหลักมาจากยอดขาย Heating Oil และ Propane ที่สูงขึ้น

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ Star Group ได้แรงหนุนจากปริมาณขาย home heating oil และ propane ที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้บริษัทขายได้ 144.5 ล้านแกลลอน เพิ่มขึ้น 0.6 ล้านแกลลอน หรือ 0.4% จากปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากอากาศที่หนาวกว่าปีก่อน การเข้าซื้อกิจการที่ช่วยเพิ่มฐานลูกค้า และความต้องการใช้พลังงานเพื่อทำความร้อนที่ยังแข็งแรง

บริษัทระบุว่าอุณหภูมิในพื้นที่ดำเนินงานของ Star Group ช่วงไตรมาสดังกล่าวหนาวกว่าปีก่อน 6.4% และหนาวกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 2.8% ตามข้อมูลจาก National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำมันทำความร้อนและ propane เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 108.3 ล้านดอลลาร์

ในไตรมาส 2 ปีงบ 2026 Star Group มีกำไรสุทธิ 108.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22.4 ล้านดอลลาร์จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของมูลค่ายุติธรรมในตราสารอนุพันธ์จำนวน 20.7 ล้านดอลลาร์ รวมถึง Adjusted EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 10.5 ล้านดอลลาร์

กำไรต่อหน่วยแบบ basic และ diluted สำหรับ Limited Partner Unit อยู่ที่ 2.66 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 2.01 ดอลลาร์ในปีก่อน สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี แม้มีแรงกดดันจากต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้นในช่วงสภาพอากาศรุนแรง

Adjusted EBITDA แตะเกือบ 139 ล้านดอลลาร์

Star Group รายงาน Adjusted EBITDA ไตรมาส 2 ที่ 138.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 128.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 10.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีแรงสนับสนุนจากธุรกิจหลักที่ดีขึ้น การเข้าซื้อกิจการล่าสุด และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ weather hedge contracts ที่ลดลง

ในเชิงธุรกิจหลัก บริษัทได้ประโยชน์จากปริมาณขาย heating oil และ propane ที่สูงขึ้น margin ต่อแกลลอนที่ดีขึ้น และกำไรจากงาน installation ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนดำเนินงานก็สูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายโดยตรงที่เพิ่มขึ้น 4.0 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.9% และค่า insurance expense ที่เพิ่มขึ้น 4.0 ล้านดอลลาร์จาก claims ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ

ผู้บริหารชี้ฤดูหนาวช่วยยอดขาย แต่เพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุน

Jeff Woosnam ประธานและ CEO ของ Star Group กล่าวว่า ไตรมาส 2 เป็นช่วงที่ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เพราะอากาศหนาวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ดำเนินงาน ส่งผลให้ปริมาณขาย heating oil และ propane เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่พายุและหิมะตกหนักก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้นเช่นกัน

แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ท้าทาย บริษัทระบุว่ายังสามารถทำ Adjusted EBITDA ได้เกือบ 139 ล้านดอลลาร์ และควบคุม net customer attrition ให้อยู่ต่ำกว่า 1% ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของบริษัทในธุรกิจพลังงานสำหรับบ้านเรือน

ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง

สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 Star Group มีรายได้รวม 1.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น และราคาขายที่ปรับขึ้นตามต้นทุน wholesale product ที่เพิ่มขึ้น

ปริมาณขาย home heating oil และ propane ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 238.4 ล้านแกลลอน เพิ่มขึ้น 12.1 ล้านแกลลอน หรือ 5.3% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเป็น 144.1 ล้านดอลลาร์ และ Adjusted EBITDA เพิ่มเป็น 207.0 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 180.0 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน

การซื้อกิจการยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ

Star Group ระบุว่าบริษัทได้ปิดดีลซื้อกิจการขนาดเล็กในธุรกิจ heating oil ระหว่างไตรมาส ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทเดินหน้าขยายฐานธุรกิจผ่าน acquisition อย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์นี้ช่วยเพิ่มปริมาณขาย เพิ่มฐานลูกค้า และเสริมความแข็งแกร่งในตลาด Northeast และ Mid-Atlantic ของสหรัฐฯ

ภาพรวมธุรกิจของ Star Group

Star Group เป็นผู้ให้บริการพลังงานแบบ full-service โดยเน้นการขายผลิตภัณฑ์ทำความร้อนให้กับลูกค้าบ้านพักอาศัยและลูกค้าเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการขายและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ heating และ air conditioning รวมถึงขาย diesel, gasoline และ home heating oil แบบ delivery-only

บริษัทระบุว่าตนเองเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่าย retail home heating oil รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เมื่อวัดจากปริมาณขาย โดยมีพื้นที่ให้บริการหลักในรัฐทางตอนเหนือและตะวันออกของสหรัฐฯ รวมถึงภูมิภาค Northeast และ Mid-Atlantic

มุมมองต่อ SGU หลังประกาศงบ

ผลประกอบการไตรมาสนี้สะท้อนภาพธุรกิจที่ยังได้ประโยชน์จากอากาศหนาวและฐานลูกค้าที่มั่นคง แต่ก็แสดงให้เห็นความเสี่ยงของธุรกิจที่พึ่งพาสภาพอากาศอย่างมาก หากฤดูหนาวรุนแรง บริษัทอาจมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุน logistics, insurance และการดำเนินงานก็สูงขึ้นตามไปด้วย

สำหรับนักลงทุน จุดที่น่าจับตาคือความสามารถของ Star Group ในการรักษา margin ต่อแกลลอน การควบคุมค่าใช้จ่าย การลด customer attrition และการสร้างมูลค่าจาก acquisition ในระยะยาว ขณะเดียวกัน weather hedge contracts และราคาพลังงานในตลาด wholesale ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อกำไรในอนาคต

สรุป

โดยรวมแล้ว Star Group รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบ 2026 ที่แข็งแกร่ง รายได้ กำไรสุทธิ และ Adjusted EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน แม้เผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศรุนแรง บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารธุรกิจหลัก การรักษาฐานลูกค้า และการขยายธุรกิจผ่าน acquisition ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2026

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง