Staples เปิดพื้นที่ Party City ในกว่า 700 สาขาทั่วสหรัฐฯ พลิกเกมค้าปลีกด้วยโมเดล Shop-in-Shop

Staples เปิดพื้นที่ Party City ในกว่า 700 สาขาทั่วสหรัฐฯ พลิกเกมค้าปลีกด้วยโมเดล Shop-in-Shop

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:CHCO

Staples เปิดพื้นที่ Party City ในกว่า 700 สาขาทั่วสหรัฐฯ พลิกเกมค้าปลีกด้วยโมเดล Shop-in-Shop

Staples ร้านค้าปลีกอุปกรณ์สำนักงานรายใหญ่ในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มสีสันใหม่ให้กับหน้าร้าน ด้วยการเปิดโซน Party City แบบ shop-in-shop ในมากกว่า 700 สาขา ครอบคลุม 34 รัฐทั่วสหรัฐฯ โดยลูกค้าจะสามารถซื้อของตกแต่งงานปาร์ตี้ ลูกโป่ง ถุงของขวัญ ของชำร่วย และสินค้าสำหรับงานเฉลิมฉลองได้ภายในร้าน Staples เดิม

ดีลใหม่ของ Staples และ Party City คืออะไร?

ความร่วมมือนี้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อรวมบริการด้านงานพิมพ์ การตลาด และสินค้าปาร์ตี้ไว้ในจุดเดียว ลูกค้าที่เข้าร้าน Staples ไม่ได้มาเพียงเพื่อซื้อกระดาษ หมึกพิมพ์ หรืออุปกรณ์สำนักงานอีกต่อไป แต่ยังสามารถเตรียมงานวันเกิด งานรับปริญญา งานเปิดร้าน งานบริษัท หรืออีเวนต์เล็ก ๆ ได้ครบในที่เดียว

สินค้าที่จะมีจำหน่ายในโซน Party City ได้แก่ ลูกโป่ง ของตกแต่งงานเลี้ยง ถุงของขวัญ ของชำร่วย รวมถึงบริการเติมแก๊สฮีเลียมสำหรับลูกโป่ง นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถสั่งพิมพ์การ์ดเชิญ ป้ายแบนเนอร์ โปสเตอร์ และสื่อประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ผ่านบริการ same-day print และ marketing services ของ Staples ได้ด้วย

ทำไมการร่วมมือครั้งนี้จึงสำคัญ?

ดีลนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการค้าปลีกสหรัฐฯ เพราะทั้ง Staples และ Party City ต่างเผชิญแรงกดดันทางธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Staples ต้องรับมือกับจำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้านลดลง เนื่องจากพฤติกรรมการซื้ออุปกรณ์สำนักงานเปลี่ยนไปสู่ช่องทางออนไลน์และบริการสำหรับธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ Party City เผชิญปัญหาหนักกว่า หลังจากยื่นล้มละลายถึงสองครั้ง และเคยประกาศปิดร้านค้าของตัวเองทั้งหมด

การนำ Party City เข้ามาอยู่ในร้าน Staples จึงเป็นเหมือนการชุบชีวิตแบรนด์ในรูปแบบใหม่ แทนที่จะกลับมาเปิดร้านเดี่ยวจำนวนมาก Party City เลือกใช้พื้นที่ของ Staples เป็นช่องทางขายสินค้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนหน้าร้าน และทำให้แบรนด์ยังคงเข้าถึงลูกค้าได้ในหลายรัฐ

โมเดล Shop-in-Shop ช่วยให้ร้านค้าปลีกอยู่รอดได้อย่างไร?

Shop-in-shop คือโมเดลที่แบรนด์หนึ่งเข้าไปเปิดพื้นที่ขายภายในร้านค้าของอีกแบรนด์หนึ่ง คล้ายกับการมีร้านเล็กอยู่ในร้านใหญ่ วิธีนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

สำหรับ Staples การมีโซน Party City อาจช่วยเพิ่มเหตุผลให้ลูกค้าเดินเข้าร้านบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลรับปริญญา งานแต่ง งานวันเกิด และเทศกาลปลายปี ส่วน Party City ได้ช่องทางขายใหม่โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเหมือนการเปิดสาขาแบบเต็มรูปแบบ

Staples ต้องการเป็น One-Stop Shop สำหรับงานเฉลิมฉลอง

Marshall Warkentin ประธานของ Staples U.S. Retail ระบุว่า การนำ Party City เข้ามาในร้าน Staples เป็นการขยายสิ่งที่ลูกค้าสามารถทำได้ในที่เดียว ตั้งแต่ซื้อลูกโป่งและของตกแต่ง ไปจนถึงการใช้บริการพิมพ์และการตลาดสำหรับงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ เช่น งานรับปริญญา งานเปิดกิจการ และงานอีเวนต์อื่น ๆ

แนวคิดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Staples ที่ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน แต่กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นศูนย์บริการสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และผู้จัดงานอีเวนต์

ลูกค้าจะได้อะไรจากความร่วมมือนี้?

ลูกค้าที่ต้องจัดงานสามารถประหยัดเวลาได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องแยกไปหลายร้านเพื่อซื้อของตกแต่ง พิมพ์ป้าย ทำการ์ดเชิญ หรือเตรียมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ การรวมบริการเหล่านี้ไว้ในร้านเดียวทำให้การจัดงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วแบบ last-minute

ตัวอย่างบริการที่ลูกค้าอาจใช้ร่วมกัน

1. งานรับปริญญา: ซื้อบอลลูน สั่งพิมพ์แบนเนอร์ ทำการ์ดเชิญ และเตรียมของชำร่วยในที่เดียว

2. งานเปิดร้าน: สั่งพิมพ์โปสเตอร์ โปรโมชัน ป้ายหน้าร้าน และซื้อของตกแต่งพื้นที่จัดงาน

3. งานวันเกิด: เลือกลูกโป่ง ถุงของขวัญ ธีมตกแต่ง และพิมพ์การ์ดเชิญแบบเร่งด่วน

4. งานบริษัท: เตรียมป้ายประชาสัมพันธ์ เอกสารกิจกรรม ของตกแต่ง และอุปกรณ์จัดงานภายในสำนักงาน

Party City กลับมาในรูปแบบที่แตกต่าง

แม้ Party City เคยเป็นเชนร้านขายอุปกรณ์ปาร์ตี้ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯ แต่ปัญหาหนี้สิน การแข่งขันออนไลน์ และต้นทุนร้านค้าจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างหนัก การจับมือกับ Staples จึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการทดลองรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม

แทนที่จะลงทุนเปิดสาขาใหม่เอง Party City สามารถใช้เครือข่ายร้าน Staples ที่มีอยู่แล้วเป็นจุดกระจายสินค้า ขณะที่ Staples ได้โอกาสเพิ่มทราฟฟิกหน้าร้านและยอดขายสินค้าเสริม ถือเป็นดีลที่ทั้งสองแบรนด์พยายามประคองและต่อยอดจุดแข็งของตัวเอง

บทบาทของออนไลน์และ Staples.com

นอกจากหน้าร้านจริงแล้ว สินค้าของ Party City จะถูกนำไปจำหน่ายผ่าน Staples.com ด้วย ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ หรือค้นหาสาขาใกล้บ้านที่มีบริการนี้ได้ผ่าน store locator ของ Staples โดยบริษัทมีแผนขยายโซน Party City ไปยังสาขาเพิ่มเติมภายในสิ้นปี 2026

กระแสไวรัลช่วยดันภาพลักษณ์ Staples

อีกหนึ่งสีสันของข่าวนี้คือบทบาทของ Kaeden Rowland พนักงานฝ่ายพิมพ์ของ Staples ที่เป็นที่รู้จักบน TikTok ในชื่อ “Staples Baddie” เธอกลายเป็นไวรัลจากการทำคอนเทนต์แนะนำสินค้าและบริการของ Staples จนมีผู้ติดตามเกือบ 600,000 คน และเป็นหนึ่งในคนแรก ๆ ที่ช่วยเผยแพร่ข่าวการร่วมมือกับ Party City ไปยังกลุ่มผู้ชมออนไลน์

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า พนักงานหน้าร้านสามารถกลายเป็นพลังการตลาดที่ทรงอิทธิพลได้ หากแบรนด์เปิดโอกาสให้สื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติและเข้าใจผู้บริโภครุ่นใหม่

วิเคราะห์ผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก

ความร่วมมือระหว่าง Staples และ Party City เป็นสัญญาณว่าร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมยังไม่หมดทางไป แต่ต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป ร้านค้าที่มีพื้นที่หน้าร้านจำนวนมากอาจต้องคิดใหม่ว่า พื้นที่เหล่านั้นจะสร้างรายได้มากกว่าเดิมได้อย่างไร

การเพิ่มหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และอีเวนต์ อาจช่วยให้ Staples ขยายฐานลูกค้าออกจากกลุ่มอุปกรณ์สำนักงานแบบเดิม ขณะเดียวกัน Party City ก็ได้กลับมาอยู่ในสายตาผู้บริโภคอีกครั้งโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

สรุป

การเปิดโซน Party City ในกว่า 700 สาขาของ Staples เป็นมากกว่าการเพิ่มชั้นวางสินค้าใหม่ แต่เป็นกลยุทธ์ฟื้นฟูธุรกิจของสองแบรนด์ที่ต้องเผชิญความท้าทายในยุคค้าปลีกเปลี่ยนเร็ว Staples ต้องการเพิ่มความคุ้มค่าให้หน้าร้าน ส่วน Party City ต้องการช่องทางกลับเข้าสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

หากแผนนี้ประสบความสำเร็จ โมเดล shop-in-shop อาจกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับแบรนด์ค้าปลีกอื่น ๆ ที่ต้องการลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าในร้านจริง

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง