Standard Uranium เดินหน้า “เจาะสำรวจครั้งแรก” ที่โครงการยูเรเนียม Corvo ลุยเป้าหมาย Manhattan Showing ในลุ่มน้ำ Athabasca

Standard Uranium เดินหน้า “เจาะสำรวจครั้งแรก” ที่โครงการยูเรเนียม Corvo ลุยเป้าหมาย Manhattan Showing ในลุ่มน้ำ Athabasca

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:STTDF

Standard Uranium เริ่มระดมทีม-เตรียมเจาะสำรวจครั้งแรกที่ Corvo: โฟกัส Manhattan Showing ที่พบยูเรเนียมบนผิวดินเกรดสูง

Standard Uranium Ltd บริษัทสำรวจทรัพยากรที่จดทะเบียนในแคนาดา (TSX-V: STND และ OTCQB: STTDF) ออกมาประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญว่า บริษัทได้เริ่ม “การระดมกำลัง (mobilization)” เพื่อเตรียมเข้าสู่ โปรแกรมเจาะสำรวจแบบไดมอนด์ดริลล์ (diamond drilling) ครั้งแรกของบริษัทที่ โครงการยูเรเนียม Corvo ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของ Athabasca Basin หนึ่งในเขตแหล่งยูเรเนียมที่ได้รับการจับตาจากนักธรณีวิทยาและอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก เนื่องจากมีประวัติการค้นพบแหล่งยูเรเนียมคุณภาพสูงจำนวนมากในอดีต

ตามข้อมูลที่เปิดเผย โครงการเจาะฤดูหนาวปี 2026 (Winter 2026 program) มีกำหนดเริ่มในช่วง “ไม่กี่วันข้างหน้า” หลังจากงานเตรียมพื้นที่และการทำถนนเข้าหน้างาน (road construction) เดินหน้าไปแล้ว พร้อมทั้งคาดว่าเจ้าหน้าที่และทีมงานภาคสนามจะเดินทางถึงพื้นที่โครงการภายในสิ้นสัปดาห์นั้น

ไฮไลต์ของข่าว: ทำไม Corvo และ Manhattan Showing ถึงถูกยกเป็น “เป้าหมายหลัก”

แก่นของข่าวนี้อยู่ที่การที่ Standard Uranium กำลังเปลี่ยนจาก “การตีความข้อมูลสำรวจและทำงานธรณีฟิสิกส์” ไปสู่ขั้นตอนที่นักสำรวจแร่ถือว่าเป็นช่วงวัดผลจริง นั่นคือ การเจาะสำรวจ เพื่อดูว่าความผิดปกติ (anomalies) ที่เห็นบนแผนที่หรือในชุดข้อมูลธรณีฟิสิกส์จะมีแหล่งแร่ต่อเนื่องลงไปในชั้นหินลึกหรือไม่

ในโปรแกรมฤดูหนาวปี 2026 นี้ บริษัทจะโฟกัสที่พื้นที่ชื่อ Manhattan Showing ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการรายงาน ยูเรเนียมบนผิวดิน (surface uranium mineralization) และตัวอย่างหินแบบ “grab samples” เคยให้ค่าเกรดสูงสุดถึง 8.1% U3O8 (ยูเรเนียมออกไซด์)

ตัวเลข 8.1% U3O8 ถือว่า “สูงมาก” ในเชิงการรายงานผลตัวอย่างภาคสนาม เพราะโดยทั่วไปการสำรวจยูเรเนียมจะให้ความสำคัญทั้งเรื่อง เกรด (grade) และ ความต่อเนื่องของแร่ (continuity) รวมถึง “สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา” ที่สนับสนุนรูปแบบแหล่งแร่ชนิดนั้น ๆ ด้วย ดังนั้น การที่ Manhattan Showing มีทั้งสัญญาณยูเรเนียมบนผิวดิน และยังสอดคล้องกับแนวโครงสร้าง/ข้อมูลธรณีฟิสิกส์ จึงถูกจัดเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับการเจาะครั้งแรก

แผนการเจาะ: 3,000 เมตร 8–10 หลุม และใช้แท่นเจาะแบบ skid-supported

Standard Uranium ระบุว่า บริษัทวางแผนเจาะรวมประมาณ 3,000 เมตร ครอบคลุมราว 8 ถึง 10 หลุม โดยใช้เครื่องมือเจาะแบบ skid-supported diamond drilling ซึ่งเหมาะกับการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ภาคสนามฤดูหนาว และสามารถเจาะเก็บแกนหิน (core) เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดชั้นหิน โครงสร้าง และการกระจายตัวของแร่ได้แม่นยำกว่าแบบเจาะบางประเภท

สิ่งที่น่าสนใจคือ การกำหนดจุดเจาะไม่ได้มาจาก “ความรู้สึก” แต่มาจากการตีความชุดข้อมูลที่บริษัทสะสมมาตลอดปี 2025 ทั้งการสำรวจธรณีฟิสิกส์ความละเอียดสูง (high-resolution geophysical surveys) และการนำข้อมูลการสำรวจในอดีต (historical exploration data) มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อชี้ว่า “ควรเจาะตรงไหนก่อน” ให้มีโอกาสเจอสิ่งที่ตลาดเรียกว่า discovery ได้มากที่สุด

เบื้องหลังเป้าหมาย Manhattan Showing: แนว EM corridor และค่า gravity lows ที่ “เข้าลายเซ็น” แหล่งยูเรเนียมสำคัญ

บริษัทอธิบายว่า Manhattan Showing ตั้งอยู่บนแนว electromagnetic corridor (แนวค่าการนำไฟฟ้าจากข้อมูล EM) ที่พาดตัวในทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ–ตะวันตกเฉียงใต้ (NE–SW) และแนวดังกล่าวยังไปสอดคล้องกับความผิดปกติทางธรณีฟิสิกส์อีกชนิดหนึ่งคือ ค่าความหนาแน่นต่ำ (low-density geophysical anomalies) หรือที่มักเรียกกันว่า gravity lows

ถ้าพูดแบบเข้าใจง่าย ข้อมูล EM มักช่วยชี้ “แนวชั้นหินหรือโซนโครงสร้างที่มีความสามารถนำไฟฟ้าสูง” ซึ่งบางครั้งเกี่ยวข้องกับหินที่มีแกรไฟต์ (graphitic conductors), โซนรอยเลื่อน หรือโซนของไหลไหลผ่านในอดีต ส่วน gravity lows คือสัญญาณที่อาจสัมพันธ์กับหินที่มีความหนาแน่นต่ำกว่าพื้นที่รอบ ๆ ซึ่งในบางบริบทธรณีวิทยาสามารถช่วยบอกใบ้ถึงโซนเปลี่ยนสภาพ (alteration) หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสะสมตัวของแร่บางชนิดได้

Standard Uranium มองว่าการที่ Manhattan Showing มี “ยูเรเนียมบนผิวดิน” ประกบกับ “gravity lows และ EM conductors” ที่นิยามใหม่จากงานสำรวจล่าสุด ทำให้ชุดเป้าหมายนี้มีความชัดและมีลำดับความสำคัญสูง (high-priority targets) เพราะเข้ากับ “ลายเซ็นคลาสสิก” ของแหล่งยูเรเนียมที่เกี่ยวข้องกับชั้นไม่ต่อเนื่อง (unconformity-related uranium deposits) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Athabasca Basin มีชื่อเสียงในระดับโลก

ไม่ได้เจาะแค่จุดเดียว: ทดสอบแนว EM ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือที่ลากยาวหลายกิโลเมตร

นอกจาก Manhattan Showing โปรแกรมนี้ยังตั้งใจจะทดสอบเป้าหมายตามแนว northwestern electromagnetic corridor ที่บริษัทระบุว่ามีระยะทางต่อเนื่อง “หลายกิโลเมตร” จากบริเวณ Manhattan Showing

มุมนี้สะท้อนแนวคิดที่พบบ่อยในงานสำรวจแร่ยุคใหม่ คือไม่มอง “จุดแร่” แบบโดด ๆ แต่พยายามมองเป็น “ระบบ” (mineral system) ว่ามีโครงสร้างใหญ่หรือแนวคอนดักเตอร์ต่อเนื่องที่อาจเป็นทางผ่านของของไหลในอดีตหรือไม่ หากใช่ ก็มีโอกาสที่จะพบการสะสมตัวของยูเรเนียมมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง โดยเฉพาะหากชั้นหินและโครงสร้างสอดรับกันในระดับภูมิภาค

คำกล่าวผู้บริหาร: “การเริ่มเจาะ” คือหมุดหมายใหญ่ และเป็นการทดสอบ Manhattan Showing ในระดับความลึก

Sean Hillacre ประธานบริษัทและรองประธานฝ่ายสำรวจ (President & VP Exploration) ของ Standard Uranium ระบุว่า การเริ่มให้หัวเจาะทำงานที่ Corvo เป็น “หมุดหมายสำคัญ” ทั้งต่อบริษัทและต่อพันธมิตรอย่าง Aventis Energy โดยเฉพาะเพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้ทดสอบพื้นที่ Manhattan Showing ในระดับความลึก (at depth) ไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็นบนผิวดิน

เขาย้ำแนวคิด “การเอาข้อมูลหลายชั้นมาวางซ้อนกัน” ตั้งแต่ผลตัวอย่างผิวดินที่รายงาน 8.10% U3O8 ไปจนถึงการนิยามใหม่ของ gravity lows และ EM conductors เพื่อชี้เป้าให้ชัดว่า “เรากำลังเจาะไปหาอะไร” และทำไมเป้าหมายนี้จึงน่าให้ความสำคัญในฐานะลายเซ็นของแหล่งยูเรเนียมประเภท unconformity-related

Hillacre ยังกล่าวเพิ่มเติมในเชิงทีมงานว่า ด้วยการสนับสนุนจาก Aventis ทีมของ Standard Uranium ต้องการเห็นว่าคอร์ริดอร์ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือจะ “ซ่อนอะไรไว้” ขณะที่บริษัทใช้แนวทางสำรวจที่เข้มงวดและโฟกัสการค้นพบ (rigorous, discovery-focused approach) กับโปรแกรมแรกนี้

อธิบายศัพท์สำคัญแบบเข้าใจง่าย: grab sample, U3O8, EM และ gravity lows

1) Grab sample คืออะไร?

Grab sample คือการเก็บตัวอย่างหิน/ดินจากจุดที่เห็นว่ามีแร่หรือมีความน่าสนใจบนผิวดิน โดย “ไม่ได้สุ่มตามกริดอย่างเป็นระบบ” เหมือนการเก็บตัวอย่างแบบอื่น ดังนั้น grab sample มักใช้เพื่อบอกว่า “บริเวณนี้มีศักยภาพ” แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกรดนั้นต่อเนื่องหรือแทนภาพรวมทั้งพื้นที่ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่สูงมากสามารถช่วยดึงความสนใจและช่วยจัดลำดับเป้าหมายให้เร่งทดสอบด้วยการเจาะ

2) U3O8 คืออะไร?

เวลาพูดถึง “เกรดยูเรเนียม” หลายรายงานจะใช้หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ของ U3O8 (ยูเรเนียมออกไซด์) ซึ่งเป็นรูปแบบการรายงานที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมยูเรเนียม เพื่อให้เปรียบเทียบผลสำรวจและผลวิเคราะห์ระหว่างโครงการต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

3) EM conductor / EM corridor ช่วยอะไร?

การสำรวจแบบ Electromagnetic (EM) ใช้วัดการตอบสนองของชั้นหินต่อสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มองเห็นโซนที่มีการนำไฟฟ้าสูง ซึ่งบางพื้นที่อาจเกี่ยวข้องกับแนวหินแกรไฟต์ โซนรอยเลื่อน หรือสภาพแวดล้อมที่เป็นทางผ่านของของไหลที่พาแร่ธาตุมาในอดีต

4) Gravity lows แปลว่าอะไร?

Gravity survey วัดความแปรผันของแรงโน้มถ่วงที่สะท้อนความแตกต่างของความหนาแน่นหินใต้ดิน “Gravity low” จึงหมายถึงบริเวณที่มีค่าความหนาแน่นโดยรวมต่ำกว่าโดยรอบ ซึ่งในบางโมเดลการเกิดแหล่งแร่ อาจสัมพันธ์กับโซนเปลี่ยนสภาพของหินหรือโซนโครงสร้างที่มีความสำคัญต่อการสะสมแร่

ทำไม “ฤดูหนาว” ถึงเป็นช่วงยอดนิยมสำหรับงานเจาะในพื้นที่ห่างไกลของแคนาดา

แม้ข่าวจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงโลจิสติกส์มากนัก แต่การที่ Standard Uranium เลือกทำโปรแกรม “Winter 2026” สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทั่วไปของงานสำรวจในเขตหนาวและพื้นที่ห่างไกลในแคนาดา เพราะฤดูหนาวมักเอื้อให้การเข้าถึงพื้นที่บางจุดทำได้ง่ายขึ้น (เช่น เส้นทางพื้นแข็ง การทำถนนชั่วคราวบางรูปแบบ) และช่วยลดข้อจำกัดบางอย่างของภาคสนามเมื่อเทียบกับฤดูที่พื้นอ่อนหรือมีน้ำมาก

ในข่าวนี้เอง บริษัทระบุว่ามีการทำถนนและเตรียมไซต์แล้ว และคาดว่าทีมงานจะเข้าพื้นที่ภายในสิ้นสัปดาห์ ซึ่งสะท้อนว่าการวางแผนด้านหน้างานได้เริ่มล่วงหน้า และกำลังเข้าสู่ช่วงปฏิบัติการจริง

ภาพรวมโครงการ Corvo: จากข้อมูลปี 2025 สู่การเจาะปี 2026

อีกจุดที่ช่วยให้ข่าวนี้มีน้ำหนักคือ บริษัทบอกชัดว่าเป้าหมายการเจาะถูกนิยามจากการตีความชุดข้อมูลปี 2025 ซึ่งเป็น “งานการบ้าน” ที่ทำให้การเจาะครั้งแรกไม่ใช่การเสี่ยงแบบสุ่ม แต่เป็นการทดลองสมมติฐานที่วางไว้จากข้อมูลจริง

ในวงการสำรวจแร่ การเจาะครั้งแรกของโครงการ (maiden drill program) มักเป็นจุดที่ตลาดจับตา เพราะเป็นช่วงที่ “ความเป็นไปได้” เริ่มถูกทดสอบด้วยหลักฐานจากใต้ดิน หากเจาะแล้วพบโซนแร่หรือพบโครงสร้างที่ยืนยันโมเดล ก็จะช่วยเปิดทางให้การเจาะต่อเนื่องเพื่อขยายผล แต่ถ้าไม่พบ ก็ช่วยให้ทีมงานปรับโมเดลและย้ายทรัพยากรไปทดสอบเป้าหมายอื่นได้เร็วขึ้น

สิ่งที่นักลงทุนและคนติดตามควรอ่านข่าวนี้อย่างมีสติ

แม้ข่าวจะให้ภาพเชิงบวกเกี่ยวกับการเริ่มเจาะและศักยภาพของเป้าหมาย แต่ต้องย้ำว่า “การสำรวจ” ยังมีความเสี่ยงตามธรรมชาติ เพราะข้อมูลธรณีฟิสิกส์และตัวอย่างผิวดินเป็นเพียงตัวชี้นำ การมีแร่ต่อเนื่องในเชิงเศรษฐกิจต้องอาศัยผลการเจาะ การวิเคราะห์แกนหิน และการประเมินทางเทคนิคอื่น ๆ อีกหลายขั้น

ดังนั้น การอ่านข่าวประเภทนี้ควรมองเป็น “อัปเดตความคืบหน้าทางเทคนิค” ว่าบริษัทกำลังทำอะไร ใช้วิธีไหน และโฟกัสเป้าหมายใด มากกว่าการสรุปผลลัพธ์ล่วงหน้า เพราะแม้จะมีสัญญาณดี แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังต้องรอข้อมูลจากการเจาะและการตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บ

สรุป: ก้าวแรกที่สำคัญของ Standard Uranium ที่ Corvo และเหตุผลที่ Manhattan Showing ถูกจับตา

โดยสรุป Standard Uranium ได้เริ่มการระดมกำลังเพื่อเข้าสู่ โปรแกรมเจาะไดมอนด์ดริลล์ครั้งแรก ที่โครงการยูเรเนียม Corvo ในฝั่งตะวันออกของ Athabasca Basin โดยตั้งเป้าหมายหลักที่ Manhattan Showing ซึ่งมีการรายงานยูเรเนียมบนผิวดินและตัวอย่างแบบ grab sample ให้เกรดสูงถึง 8.1% U3O8 พร้อมทั้งมีความสอดคล้องกับแนว EM corridor และ gravity lows ที่บริษัทมองว่าเข้าลายเซ็นของแหล่งยูเรเนียมชนิดสำคัญ

แผนการเจาะรวมราว 3,000 เมตร จำนวน 8–10 หลุม และยังขยายการทดสอบไปยังแนว EM ทางตะวันตกเฉียงเหนือที่ลากยาวหลายกิโลเมตรจาก Manhattan Showing โดยผู้บริหารมองว่าโปรแกรมนี้เป็นหมุดหมายใหญ่ของบริษัท และเป็นการทำงานแบบเน้นการค้นพบอย่างจริงจังร่วมกับพันธมิตร Aventis Energy

สำหรับผู้ที่อยากอ่านต้นฉบับเพื่อเทียบรายละเอียด สามารถดูได้ที่ลิงก์นี้:Proactive Investors – Standard Uranium to begin maiden drill program at Corvo

#StandardUranium #CorvoProject #UraniumExploration #AthabascaBasin #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

Standard Uranium เดินหน้า “เจาะสำรวจครั้งแรก” ที่โครงการยูเรเนียม Corvo ลุยเป้าหมาย Manhattan Showing ในลุ่มน้ำ Athabasca | SlimScan