
Shoe Carnival พลิกแผนธุรกิจหลังผลประกอบการ Q1 อ่อนตัว เดินหน้าปิดสาขา-คงสองแบรนด์หลัก
Shoe Carnival เผยไฮไลต์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 พร้อมปรับกลยุทธ์ธุรกิจ
Shoe Carnival บริษัทค้าปลีกรองเท้าสัญชาติสหรัฐฯ ภายใต้สัญลักษณ์หุ้น NASDAQ: SCVL เปิดเผยประเด็นสำคัญจากการประชุมผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2026 โดยบริษัทกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างกลยุทธ์ หลังยอดขายอ่อนตัว กำไรตามมาตรฐาน GAAP พลิกเป็นขาดทุน และแรงกดดันจากผู้บริโภคยังคงกระทบธุรกิจค้าปลีก footwear อย่างชัดเจน
บริษัทตัดสินใจคงทั้ง Shoe Carnival และ Shoe Station เป็นแบรนด์แยกกัน
หนึ่งในประเด็นใหญ่ของการประกาศครั้งนี้ คือ Shoe Carnival ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้สองแบรนด์หลัก ได้แก่ Shoe Carnival และ Shoe Station ต่อไปในฐานะคอนเซ็ปต์ถาวรที่แยกจากกัน หลังการทบทวนเชิงกลยุทธ์พบว่า ทั้งสองแบรนด์ให้บริการกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน
Cliff Sifford ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราว ซึ่งกลับมารับตำแหน่งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ระบุว่า บริษัทไม่ได้ต้องการรวมทุกอย่างให้กลายเป็นแบรนด์เดียวอีกต่อไป แต่จะให้แต่ละแบรนด์มีตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองอย่างชัดเจน
ชะลอแผนรีแบรนด์และเตรียมปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร
หลังการประเมินธุรกิจ บริษัทพบว่าสาขาบางแห่งมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่ควร และไม่มีแนวโน้มกลับมาสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม แม้จะเปลี่ยนป้ายแบรนด์หรือปรับรูปแบบร้านก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ Shoe Carnival วางแผนปิดร้านประมาณ 12-14 สาขาในปีงบประมาณ 2026 และอีก 6-10 สาขาในปีงบประมาณ 2027 โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านภายใต้แบรนด์ Shoe Carnival ขณะที่ร้าน Shoe Station จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ผลประกอบการไตรมาสแรกสะท้อนแรงกดดันในตลาดรองเท้า
ในไตรมาสแรก บริษัทมียอดขายสุทธิอยู่ที่ 270.7 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 277.7 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมหรือ comparable store sales ลดลง 2.1%
หากแยกตามแบรนด์ Shoe Carnival มียอดขายสุทธิ 177.3 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2.2% ส่วน Shoe Station มียอดขายสุทธิ 93.4 ล้านดอลลาร์ ลดลง 3.1% ซึ่งสะท้อนว่าความอ่อนแอไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เป็นแรงกดดันในวงกว้างของตลาดค้าปลีก
บริษัทขาดทุนตาม GAAP แต่ยังมีกำไรเมื่อปรับรายการพิเศษออก
ตามมาตรฐานบัญชี GAAP บริษัทบันทึกผลขาดทุนสุทธิ 5.6 ล้านดอลลาร์ หรือขาดทุน 0.21 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลด อย่างไรก็ตาม หากตัดค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่าน CEO และการทบทวนกลยุทธ์ บริษัทมีกำไรสุทธิแบบ adjusted อยู่ที่ 6.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.23 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ค่าใช้จ่ายก่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารและการทบทวนกลยุทธ์รวมอยู่ที่ 13.6 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ CEO transition 5.3 ล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายจาก strategic review 8.3 ล้านดอลลาร์
ปัญหาสินค้าและราคากดดันยอดขาย
ฝ่ายบริหารระบุว่า ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวในไตรมาสแรกมาจากทั้งภาวะผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย และปัญหาการจัดวางสินค้าในแต่ละแบรนด์ โดยกลุ่มรองเท้ากีฬา รองเท้าผู้ชาย รองเท้าผู้หญิง และรองเท้าเด็ก ต่างมียอดขายลดลงในระดับ low single digit
สำหรับ Shoe Carnival บริษัทมองว่าการจัดสินค้าเริ่มขยับไปยังระดับราคาที่สูงขึ้นมากเกินไป ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าครอบครัวที่มองหาความคุ้มค่าได้น้อยลง ส่วน Shoe Station ซึ่งเน้นแบรนด์ระดับพรีเมียมมากกว่า กลับไม่ได้เหมาะกับทุกตลาดที่มีการเปลี่ยนร้านจาก Shoe Carnival เป็น Shoe Station
ปรับสินค้าให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละพื้นที่
บริษัทจึงเตรียมปรับ assortment หรือการคัดเลือกสินค้าให้เหมาะกับแต่ละตลาดมากขึ้น โดย Shoe Carnival จะกลับมาเน้นสินค้าราคาคุ้มค่า สินค้าแฟชั่นรวดเร็ว และรองเท้าที่เข้าถึงง่ายสำหรับครอบครัว ขณะที่ Shoe Station จะมุ่งจับกลุ่มลูกค้าที่มีอายุมากขึ้นและต้องการแบรนด์ดังในราคาที่ดี
ฝ่ายบริหารคาดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มเห็นผลชัดขึ้นในช่วงฤดูกาล back-to-school และช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของยอดขายรองเท้าในสหรัฐฯ
คงเป้ารายได้ปี 2026 แม้ไตรมาสแรกอ่อนแอ
แม้ผลประกอบการไตรมาสแรกไม่สดใส Shoe Carnival ยังคงประมาณการทั้งปีงบประมาณ 2026 ไว้เท่าเดิม โดยคาดว่ายอดขายสุทธิจะอยู่ที่ 1.125-1.147 พันล้านดอลลาร์ หรืออยู่ในช่วงลดลง 1% ถึงเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2025
บริษัทคาดว่า adjusted diluted EPS จะอยู่ที่ 1.40-1.60 ดอลลาร์ และคาดว่า gross profit margin จะอยู่ที่ประมาณ 34% ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A แบบ adjusted คาดว่าจะลดลง 12-14 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับปีก่อน
ฐานะการเงินยังแข็งแรง ไม่มีหนี้
แม้เผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย บริษัทปิดไตรมาสแรกด้วยเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดรวม 129.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 39% จากปีก่อน และที่สำคัญคือบริษัทไม่มีหนี้สิน
นอกจากนี้ Shoe Carnival ยังคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นราว 12 ล้านดอลลาร์ ผ่านเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน โดยจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส 0.17 ดอลลาร์ต่อหุ้น และซื้อหุ้นคืน 390,492 หุ้น มูลค่าราว 7 ล้านดอลลาร์
มองไปข้างหน้า: เตรียมกลับมาเปิดสาขาใหม่แบบคัดเลือก
แม้ระยะสั้นบริษัทจะเน้นปิดร้านที่ไม่ทำกำไรและชะลอการรีแบรนด์ แต่แผนระยะกลางยังรวมถึงการเปิดร้านใหม่แบบคัดเลือก โดยคาดว่าจะเปิด 3-5 สาขาในปีงบประมาณ 2027 และ 8-10 สาขาในปีงบประมาณ 2028
ร้านใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ Shoe Station ในพื้นที่ชานเมืองที่มีฐานลูกค้าเหมาะสม ภายในเครือข่ายเดิมของบริษัทซึ่งครอบคลุม 35 รัฐในสหรัฐฯ
สรุปภาพรวม
ข่าวนี้สะท้อนว่า Shoe Carnival กำลังอยู่ในช่วง reset ธุรกิจครั้งสำคัญ บริษัทเลือกไม่เดินหน้าแผนรวมแบรนด์แบบเดิม แต่หันมาวางตำแหน่ง Shoe Carnival และ Shoe Station ให้ชัดเจนขึ้น พร้อมตัดสาขาที่ไม่สร้างผลตอบแทน ควบคุมต้นทุน และปรับสินค้าให้ตรงกับลูกค้าแต่ละกลุ่มมากกว่าเดิม
แม้ไตรมาสแรกปี 2026 จะอ่อนตัว แต่ฐานะการเงินที่ไม่มีหนี้ เงินสดที่เพิ่มขึ้น และการคง guidance ทั้งปี แสดงให้เห็นว่าฝ่ายบริหารยังเชื่อว่าครึ่งหลังของปีอาจฟื้นตัวได้ โดยเฉพาะช่วง back-to-school และ fall season ซึ่งเป็นช่วงขายสำคัญของธุรกิจรองเท้า
#ShoeCarnival #SCVL #ข่าวหุ้นต่างประเทศ #ค้าปลีกรองเท้า #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น