ซีอีโอ World Economic Forum ลาออกจากตำแหน่ง หลังเปิดเผยความเชื่อมโยงกับ Jeffrey Epstein

ซีอีโอ World Economic Forum ลาออกจากตำแหน่ง หลังเปิดเผยความเชื่อมโยงกับ Jeffrey Epstein

โดย ADMIN

ซีอีโอของ World Economic Forum (WEF) ประกาศลาออกอย่างเป็นทางการ

วันนี้ Børge Brende ซึ่งดำรงตำแหน่ง President and CEO ของ [World Economic Forum CEO Steps Down Over Epstein Ties – Forbes](https://www.forbes.com/sites/siladityaray/2026/02/26/world-economic-forum-ceo-steps-down-over-epstein-ties/?utm_source=chatgpt.com) ประกาศว่าเขาจะ ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากมีการเปิดเผยเอกสารและตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนักการเงินผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางเพศ Jeffrey Epstein จากสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดกระแสความกดดันจากสาธารณะและสื่อมวลชนทั่วโลกเกี่ยวกับจุดยืนของเขาในบทบาทผู้นำองค์กรมานานกว่า 8 ปี 

เหตุผลที่ทำให้ Brende ตัดสินใจลาออก

การตัดสินใจของ Brende เกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารจำนวนมากจากคดีของ Epstein ซึ่งรวมถึงรายการที่แสดงว่า Brende เคยเข้าร่วม การพบกันและรับประทานอาหารร่วมกันสามครั้ง กับ Epstein ในช่วงปี 2018–2019 และมีการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านอีเมลและข้อความ SMS ระหว่างกัน 

ในแถลงการณ์ลาออกของเขา Brende กล่าวว่า “หลังจากที่พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ฉันได้ตัดสินใจที่จะลาออกจากตำแหน่งประธานและ CEO ของ World Economic Forum การทำงานที่นี่มากว่า 8 ปีครึ่งเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง และฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมกับเพื่อนร่วมงาน พันธมิตร และผู้เกี่ยวข้องทุกคน แต่ฉันเชื่อว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ Forum จะทำงานที่สำคัญต่อไปโดยไม่มีสิ่งรบกวน” 

ไม่ระบุชื่อ Epstein ในแถลงการณ์ลาออก

สิ่งที่น่าสังเกตคือในประกาศของเขา ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อ Jeffrey Epstein โดยตรง แต่การตัดสินใจลาออกมาจากแรงกดดันจากผลกระทบของเอกสารที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเขากับ Epstein ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด 

การตรวจสอบอิสระและบทสรุปจาก WEF

นอกจากการเปิดเผยเอกสารจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐแล้ว WEF ยังได้แต่งตั้งทีมที่ปรึกษากฎหมายภายนอกเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่าง Brende กับ Epstein และได้ รายงานผลการตรวจสอบว่า ไม่พบข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน นอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับการเปิดเผยแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ความกังวลของสาธารณะและแรงกดดันในวงกว้างได้ทำให้ Brende เลือกที่จะลาออก เพื่อไม่ให้ประเด็นนี้กลายเป็นสิ่งที่สร้างแรงเสียดทานต่อการทำงานขององค์กรในอนาคต 

ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงผู้นำที่ WEF

หลังจากการลาออกของ Brende คณะกรรมการบริหารของ WEF ได้ประกาศว่า Alois Zwinggi จะเข้ามารับหน้าที่เป็น interim President และ CEO ในระหว่างการค้นหาผู้นำถาวรคนใหม่ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างรอบคอบเพื่อให้สามารถนำองค์กรไปข้างหน้าได้ 

World Economic Forum เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลทั่วโลก โดยเฉพาะในการจัดประชุมประจำปีที่เมืองดาวอส (Davos) ซึ่งรวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับโลก 

ความเชื่อมโยงกับ Jeffrey Epstein และผลกระทบต่อโลกธุรกิจ

การเปิดเผยความเชื่อมโยงของ Brende กับ Epstein เป็นส่วนหนึ่งของชุดเอกสารที่เรียกว่า “Epstein Files” ซึ่งทำให้เกิดแรงสะเทือนในหลายวงการ ทั้งธุรกิจ ภาคการเมือง และสถาบันการศึกษา โดยมีรายงานว่ามีบุคคลระดับสูงหลายคนทั่วโลกต้องเผชิญกับการตรวจสอบและแรงกดดันจากสาธารณะ 

ความเห็นจากสาธารณะและสื่อต่างประเทศ

สื่อระหว่างประเทศรายงานว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นำองค์กรระดับสูงกับบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรม แม้บุคคลเหล่านั้นจะไม่ได้ถูกกล่าวหาทางกฎหมายในเรื่องใหม่ แต่ชื่อเสียงและความเชื่อมโยงเหล่านี้ก็ก่อให้เกิดความไม่สบายใจในวงกว้าง 

บางแหล่งข่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำให้เกิดการตรวจสอบและมาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการเปิดเผยความสัมพันธ์ของผู้นำองค์กรทั่วโลก ทั้งในด้านศีลธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ 

#WorldEconomicForum #BorgeBrende #JeffreyEpstein #WEFResignation #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

ซีอีโอ World Economic Forum ลาออกจากตำแหน่ง หลังเปิดเผยความเชื่อมโยงกับ Jeffrey Epstein | SlimScan