Shell หนุนแผนปรับโครงสร้างหนี้ Raízen มูลค่า 12.6 พันล้านดอลลาร์ หวังพลิกฟื้นธุรกิจพลังงานและเอทานอลของบราซิล

Shell หนุนแผนปรับโครงสร้างหนี้ Raízen มูลค่า 12.6 พันล้านดอลลาร์ หวังพลิกฟื้นธุรกิจพลังงานและเอทานอลของบราซิล

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:SHEL

Shell สนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ครั้งประวัติศาสตร์ของ Raízen มูลค่า 12.6 พันล้านดอลลาร์

Raízen บริษัทผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอลรายใหญ่ของบราซิล ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Shell และ Cosan ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก Shell สำหรับแผนปรับโครงสร้างหนี้มูลค่าประมาณ 65,000 ล้านเรอัลบราซิล หรือราว 12.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล (Out-of-Court Restructuring) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิล

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูฐานะการเงินของบริษัท หลังจากเผชิญแรงกดดันจากภาระหนี้จำนวนมาก การลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการพลังงานหมุนเวียน และผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เจ้าหนี้กว่า 75% เห็นชอบ เดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ได้

Raízen เปิดเผยว่าเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นกู้ที่ถือครองหนี้ในขอบเขตของแผนปรับโครงสร้างมากกว่า 75% ได้ลงนามเห็นชอบต่อข้อเสนอแล้ว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพียงพอตามข้อกำหนดทางกฎหมายของบราซิล ทำให้บริษัทสามารถเดินหน้ากระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ได้อย่างเป็นทางการ

การได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหนี้ในระดับดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีศักยภาพในการฟื้นตัว และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่กระบวนการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการในศาล

รายละเอียดแผนปรับโครงสร้างหนี้

ภายใต้แผนที่เสนอให้กับเจ้าหนี้ Raízen เปิดทางเลือกหลายรูปแบบเพื่อบริหารจัดการหนี้สิน โดยหนึ่งในแนวทางหลักคือการแปลงหนี้บางส่วนเป็นทุน (Debt-to-Equity Conversion)

45% ของหนี้จะถูกแปลงเป็นหุ้น

หนี้ประมาณ 45% ของยอดหนี้ที่อยู่ในแผนปรับโครงสร้างจะถูกแปลงเป็นหุ้นของบริษัท โดยเจ้าหนี้จะได้รับ Units ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ Raízen

ราคาการแปลงหนี้เป็นหุ้นกำหนดไว้ที่ประมาณ 0.50 เรอัลต่อ Unit หรือคิดเป็น 0.25 เรอัลต่อหุ้น

อีก 55% เปลี่ยนเป็นตราสารหนี้ใหม่

สำหรับหนี้ที่เหลืออีก 55% จะถูกเปลี่ยนเป็นตราสารหนี้ชุดใหม่ ซึ่งช่วยยืดระยะเวลาการชำระหนี้และลดแรงกดดันด้านกระแสเงินสดในระยะสั้นของบริษัท

แนวทางดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของเจ้าหนี้และความสามารถในการดำเนินธุรกิจของ Raízen ในอนาคต

Shell อัดฉีดเงินทุนใหม่ 3.5 พันล้านเรอัล

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แผนดังกล่าวได้รับการสนับสนุน คือการที่ Shell ตกลงอัดฉีดเงินทุนใหม่จำนวน 3.5 พันล้านเรอัล เพื่อเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการฟื้นตัวของ Raízen

นอกจากนี้ Aguassanta Participações ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนของ Rubens Ometto ประธานกลุ่ม Cosan ยังมีโอกาสเข้าร่วมเพิ่มทุนอีกสูงสุด 500 ล้านเรอัล

เงินทุนใหม่ที่ได้รับจะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมั่นคง พร้อมรองรับการปรับโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว

Shell ยืนยันสนับสนุน Raízen ระยะยาว

โฆษกของ Shell ระบุว่า บริษัทสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าวอย่างเต็มที่ และยังคงมีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการบริหารของ Raízen ต่อไป

Shell ยังยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพื่อผลักดันการดำเนินแผนฟื้นฟูให้สำเร็จ และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

"เราจะยังคงทำงานร่วมกับทีมผู้บริหารของ Raízen เจ้าหนี้ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามแผนและเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท" โฆษก Shell กล่าว

สาเหตุที่ Raízen เผชิญวิกฤตการเงิน

แม้ Raízen จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอลรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน

1. การลงทุนเชิงรุกในพลังงานหมุนเวียน

บริษัทได้ลงทุนมหาศาลในโรงงานผลิตเอทานอลรุ่นที่สอง (Second-Generation Ethanol) และโครงการพลังงานสะอาดต่าง ๆ โดยหวังสร้างการเติบโตในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากโครงการหลายแห่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลให้ภาระหนี้สะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. ผลผลิตอ้อยต่ำกว่าคาด

สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงภัยแล้งและไฟป่าในบางพื้นที่ของบราซิล ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กระทบต่อรายได้จากธุรกิจหลักของบริษัท

3. อัตราดอกเบี้ยสูง

ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากภาวะดอกเบี้ยสูงในบราซิล ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยของ Raízen เพิ่มขึ้นอย่างมาก และสร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสด

4. การขยายธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง

การขยายกำลังการผลิตและการลงทุนในโครงการใหม่หลายโครงการพร้อมกัน ทำให้บริษัทต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จนส่งผลต่อสถานะทางการเงิน

การแยกธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

รายงานระบุว่า Raízen มีแผนแยกธุรกิจแปรรูปอ้อยออกจากธุรกิจจำหน่ายเชื้อเพลิงภายในปี 2027 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเปิดโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนใหม่ในแต่ละธุรกิจ

นักวิเคราะห์มองว่าการปรับโครงสร้างองค์กรดังกล่าวอาจช่วยให้แต่ละหน่วยธุรกิจสามารถมุ่งเน้นการเติบโตในตลาดของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดีลประวัติศาสตร์ของตลาดบราซิล

การปรับโครงสร้างหนี้ของ Raízen ถูกยกให้เป็นหนึ่งในดีลฟื้นฟูกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาคเอกชนของบราซิล ด้วยมูลค่าหนี้ที่สูงกว่า 65,000 ล้านเรอัล

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมองว่าความสำเร็จของแผนนี้จะเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับภาคธุรกิจในละตินอเมริกา โดยเฉพาะบริษัทที่กำลังเผชิญความท้าทายจากการลงทุนในพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)

แนวโน้มในอนาคตของ Raízen

หากแผนปรับโครงสร้างหนี้ดำเนินไปตามเป้าหมาย Raízen จะสามารถลดภาระหนี้จำนวนมาก ปรับปรุงกระแสเงินสด และสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ

การสนับสนุนจาก Shell รวมถึงความร่วมมือจากเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ ช่วยเพิ่มโอกาสที่บริษัทจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในฐานะผู้นำด้านน้ำตาล เอทานอล และพลังงานหมุนเวียนของโลก

แม้เส้นทางการฟื้นตัวจะยังต้องเผชิญความท้าทายอีกหลายด้าน แต่การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจช่วยให้ Raízen พลิกกลับจากวิกฤตทางการเงินสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้สำเร็จ

#Shell #Raizen #EnergyTransition #BrazilEnergy #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง