ตลาดพันธบัตร–ดอลลาร์ดิ่ง หลังความตึงเครียด “Sell America” ทวีความรุนแรง เหตุผลจากนโยบายกรีนแลนด์ของทรัมป์

ตลาดพันธบัตร–ดอลลาร์ดิ่ง หลังความตึงเครียด “Sell America” ทวีความรุนแรง เหตุผลจากนโยบายกรีนแลนด์ของทรัมป์

โดย ADMIN

ตลาดพันธบัตรและดอลลาร์ปรับตัวลงอย่างรุนแรง ขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจพุ่งขึ้นจากข้อพิพาทกรีนแลนด์ของสหรัฐ

ตลาดการเงินโลก ประสบกับความผันผวนอย่างรุนแรงตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงอย่างหนักท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับ นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังพยายามขยายอำนาจสหรัฐผ่านการแสดงท่าทีเข้มงวดเกี่ยวกับ เกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์กและพันธมิตร NATO ส่งผลให้สถานะ “safe haven” ของสินทรัพย์สหรัฐเริ่มสั่นคลอนในสายตานักลงทุนทั่วโลก

การเคลื่อนไหวในตลาดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังมีผลกระทบอย่างมากต่อสินทรัพย์ทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อตัวชี้วัดสำคัญอย่าง ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบห้าเดือน ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเกือบ 1% ซึ่งแสดงว่าความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยกำลังลดลงอย่างชัดเจน

พันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น–ความผันผวนเพิ่มขึ้น

เมื่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว เช่น พันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 4.293% และพันธบัตรระยะ 30 ปีอยู่ที่ 4.926% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ในทางปกติ ผลตอบแทนพันธบัตรมีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาของพันธบัตรเอง ซึ่งเมื่อนักลงทุนขายพันธบัตรออกมา ราคาจะลดลงและผลตอบแทน (Yield) จะสูงขึ้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ใช่แค่การตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจปกติ แต่เกิดจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐและการกังวลเรื่องงบประมาณของรัฐบาลกลาง

นอกจากนี้ ดัชนีความกลัวตลาด (VIX) ซึ่งใช้วัดความผันผวนของตลาดหุ้นได้พุ่งขึ้นมากกว่า 30% ซึ่งบ่งบอกว่าผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงมากขึ้นและไม่มีที่หลบภัยอย่างชัดเจนในสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิม ๆ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า – แตะระดับต่ำ

หนึ่งในผลตอบรับที่น่าจับตาคือ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งติดตามการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ลดลงราว 0.9% อยู่ที่ประมาณ 98.49 จุด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ได้ถูกรบกวนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยปกติแล้ว ดอลลาร์มักได้รับความนิยมในยามที่เกิดวิกฤต แต่ในครั้งนี้กลายเป็นว่าแม้แต่สกุลเงินหลักสำรองของโลกเองก็กำลังถูกขายออก บ่งชี้ว่าผู้ลงทุนกำลังมองหาการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นที่นอกเหนือจากพันธบัตรและดอลลาร์เช่นเดิม

แรงกดดันจากนโยบาย “Sell America”

คำว่า “Sell America” ถูกใช้เพื่ออธิบายโครงสร้างทางการค้าและการลงทุนที่อาจนำไปสู่การขายสินทรัพย์สหรัฐ โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากมุมมองว่าทิศทางนโยบายของสหรัฐในปัจจุบันอาจลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เหล่านี้ในระยะยาว นั่นหมายความว่านักลงทุนอาจหันไปถือสินทรัพย์อื่น เช่น สกุลเงินที่ปลอดภัยกว่า หรือพันธบัตรของประเทศอื่น ๆ แทน

หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กับยุโรป และแนวคิดเกี่ยวกับการควบคุมดินแดนที่อยู่ภายใต้อำนาจของพันธมิตร จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านแรงขายสินทรัพย์สหรัฐอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ที่ผ่านมา

กรณีกรีนแลนด์: ความขัดแย้งลากยาว

จุดเริ่มต้นของแรงสั่นสะเทือนในตลาดครั้งนี้ คือข้อพิพาทเกี่ยวกับ เกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์กและพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงผลักดันแนวคิดว่าการควบคุมหรือแม้แต่การเข้าซื้อกรีนแลนด์จะช่วยเสริมความมั่นคงของสหรัฐและเป็นการเสริมบทบาททางยุทธศาสตร์ของชาติ

ในช่วงปีที่ผ่านมา แนวคิดดังกล่าวมีการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา ทรัมป์พยายามผลักดันเรื่องนี้ทั้งผ่านบทพูดในการประชุมสภาและการเสนอร่างกฎหมายต่าง ๆ เพื่อเปิดช่องทางให้สหรัฐเข้าควบคุมอธิปไตยของเกาะนี้ แม้ว่าจะได้รับการปฏิเสธจากเดนมาร์กอย่างชัดเจน

นอกจากประเด็นยุทธศาสตร์แล้ว กรีนแลนด์ยังถือว่าเป็นพื้นที่ที่มี ทรัพยากรธรรมชาติราคาสูง เช่น แร่หายากและพลังงาน ซึ่งเพิ่มแรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการเข้าควบคุมดินแดนนี้อีกด้วย

การตอบโต้จากยุโรปและพันธมิตร

รัฐบาลเดนมาร์ก รวมถึงผู้นำยุโรป ได้แสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่ายังไม่มีเจตนาจะขายหรือมอบอำนาจควบคุมกรีนแลนด์ให้กับสหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐเคารพอธิปไตยของประเทศและพันธมิตร

ผลจากแรงกดดันนี้ทำให้หลายรัฐบาลและสถาบันการเงินเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่ ในขณะที่บางกองทุนบำเหน็จบำนาญในยุโรปเริ่มลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหรือ reallocate พอร์ตไปในสินทรัพย์อื่นมากขึ้น

การเคลื่อนตัวของนักลงทุนต่างชาติ

หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์ก (AkademikerPension) ซึ่งประกาศออกจากตลาดพันธบัตรสหรัฐบางส่วนและเปลี่ยนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันแต่มีความเสี่ยงจากงบประมาณรัฐบาลน้อยกว่า เช่น พันธบัตรของหน่วยงานสนับสนุนภาคที่อยู่อาศัย (Ginnie Mae, Fannie Mae, Freddie Mac) และเงินสดดอลลาร์

แม้ว่าการเปลี่ยนพอร์ตนี้จะไม่ได้หมายถึงการ “Sell America” อย่างตรงไปตรงมา แต่สัญญาณนี้ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงที่ใหม่ ที่อาจถูกเร่งโดยความตึงเครียดทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์

ผลกระทบต่อดัชนีหุ้นและสินทรัพย์อื่น ๆ

ไม่เพียงแต่พันธบัตรและดอลลาร์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียด ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรปและเอเชียยังปรับตัวลดลงตามแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง (risk-off) จากนักลงทุน ขณะที่ราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น

อีกทั้งตลาด ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐ ก็ยังปรับตัวลงในวันถัดมา เนื่องจากแรงกดดันจากแผนการเก็บภาษีศุลกากรใหม่ต่อประเทศพันธมิตรหลายประเทศและผลกระทบจากคำประกาศของทรัมป์เกี่ยวกับกรีนแลนด์

นักวิเคราะห์มองอนาคตอย่างไร?

นักวิเคราะห์ตลาดจากสถาบันการเงินต่าง ๆ มองว่า แม้สถานการณ์จะผันผวนในระยะสั้น แต่การเปลี่ยนแปลงในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับว่าการเมืองระหว่างประเทศจะคลี่คลายอย่างไร หากความตึงเครียดคลี่คลายลงและมีการเจรจาระหว่างสหรัฐและพันธมิตร ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินอาจกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่หากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูง ตลาดการเงินก็อาจต้องเตรียมเผชิญกับความผันผวนต่อเนื่อง

สรุป

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า นโยบายต่างประเทศและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สามารถส่งผลลึกซึ้งต่อสินทรัพย์ทางการเงินระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาล ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีหุ้น หรือสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งนักลงทุนยังคงจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดต่อไป

#TrumpGreenland #ตลาดพันธบัตร #DollarFall #SellAmerica #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

ตลาดพันธบัตร–ดอลลาร์ดิ่ง หลังความตึงเครียด “Sell America” ทวีความรุนแรง เหตุผลจากนโยบายกรีนแลนด์ของทรัมป์ | SlimScan