
นักลงทุนเทขายหนีจากสหรัฐฯ หลัง “ทรัมป์” ยืนกรานเดินหน้ากรีนแลนด์ และความกังวลตลาดโลก
นักลงทุนเทขายสหรัฐฯ หลังทรัมป์คงจุดยืนเดินหน้าเรื่องกรีนแลนด์
วันที่ 21 มกราคม 2026 – ความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินสหรัฐฯ และทั่วโลกเข้าสู่ **โหมดความไม่แน่นอนสูงสุด** หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา **โดนัลด์ ทรัมป์** ยืนยันว่า “ไม่มีการถอยกลับ” ในแผนที่จะเข้าควบคุม กรีนแลนด์ ดินแดนกึ่งอิสระภายใต้เดนมาร์ก ซึ่งเป็นปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงที่สุดในปีนี้
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และค่าเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งดัชนี S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ต่างปรับตัวลงอย่างรุนแรงในวันทำการล่าสุด โดยดัชนี S&P 500 ร่วงกว่า 2% และ Nasdaq ลดลงมากกว่า 2.3% ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่ากว่าเดิมราว 0.9% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของตลาด ที่นักลงทุนต่าง “เทขายสินทรัพย์เสี่ยง” ออกไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล และสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว
อะไรคือจุดกำเนิดความตึงเครียดเรื่องกรีนแลนด์?
เรื่องนี้เริ่มต้นจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ต้องการควบคุมกรีนแลนด์อย่างเต็มรูปแบบ อ้างว่าดินแดนทางภูมิศาสตร์อาร์กติกแห่งนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งในด้านยุทธศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ แม้จะถูกปฏิเสธจากรัฐบาลเดนมาร์กและผู้นำกรีนแลนด์เองอย่างชัดเจนว่า “กรีนแลนด์ไม่ใช่ของที่ซื้อขายได้” และไม่อยู่ในข่ายที่จะถูกขายให้สหรัฐฯ ก็ตาม
นอกจากนี้ เดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปยังเสริมกำลังทหารในพื้นที่ เช่นการส่งกองกำลังทหารไปยังกรีนแลนด์ เพื่อยืนยันอธิปไตยและป้องกันภัยคุกคามด้านอำนาจและอิทธิพลใด ๆ เช่นกัน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นนักลงทุน
ความตึงเครียดจากกรณีกรีนแลนด์ทำให้เกิดผลกระทบไกลเกินกว่าการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มันได้กลายเป็นปัจจัยที่กระตุ้นความผันผวนของตลาดทั่วโลก:
- นักลงทุนเทขายหุ้นสหรัฐฯ อย่างหนักเป็นวันที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
- ดัชนีความกลัว (Volatility Index) เพิ่มสูงขึ้นกว่า 20 จุด บ่งชี้ว่าความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- นักลงทุนบางราย เริ่มย้ายเงินไปยังทองคำและสกุลเงินที่มักใช้เป็น “ที่หลบภัย” ในภาวะวิตกกังวล
ความเห็นจากนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตอนนี้ส่วนหนึ่งมาจาก การขู่ใช้มาตรการทางภาษีกับพันธมิตรยุโรป หากพวกเขาไม่ยอมถอยในเรื่องกรีนแลนด์ ซึ่งกลับสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการค้าจริงจังสำหรับทั้งสองฝั่ง
บางความคิดเห็นระบุว่า ปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่าตลาดโลกจะเผชิญความเสี่ยงของ สงครามการค้า ใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ภาคธุรกิจและการผลิตทั่วโลกได้รับผลกระทบตามมาอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุดและมุมมองต่ออนาคต
แม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่านโยบายเกี่ยวกับกรีนแลนด์ “จะไม่ถอยหback” แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากทั้งผู้นำยุโรปและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจบางส่วนที่เตือนว่าการเดินหน้าทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เช่นนี้อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ทั้งในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพของพันธมิตร NATO
นักวิเคราะห์ตลาดบางส่วนคาดการณ์ว่าหากเหตุการณ์นี้ยังคงยืดเยื้อ อาจจะทำให้นักลงทุนย้ายเงินออกจากสหรัฐฯ ไปยังตลาดอื่นที่มีเสถียรภาพมากกว่า หรือมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพื่อหลีกหนีความเสี่ยงมากขึ้นในระยะถัดไป
#Greenland #ตลาดหุ้น #Trump #นักลงทุน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น