
สกอตต์ เบสเซนต์ ชี้ “ประธานาธิบดีสามารถแทรกแซง Fed ได้” ท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ต่อ เจอโรม พาวเวลล์
สกอตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่าประธานาธิบดีสามารถเข้าแทรกแซงการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ
วอชิงตัน, สหรัฐอเมริกา — ในการประชุมต่อหน้าคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีมีสิทธิ์ในการแทรกแซง ในกระบวนการตัดสินใจของ Federal Reserve (ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed) แม้เขาจะยืนยันว่านโยบายการเงินของ Fed ควรอยู่บนพื้นฐานของ “ความเป็นอิสระทางเทคนิค” มากกว่าการเมืองก็ตาม
สิ่งที่เบสเซนต์ทำในการไต่สวน
เบสเซนต์กล่าวตอบคำถามจากประธานคณะกรรมาธิการว่า หากประธานาธิบดีต้องการเข้าไปมีบทบาทในเรื่องการตัดสินใจของ Fed “มันเป็นสิทธิ์ของเขา ... และเป็นสิทธิของทุกคนที่นี่” โดยกล่าวถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าร่วมประชุมด้วย
อย่างไรก็ตาม เขายังชี้ว่าความเป็นอิสระของ Fed ขึ้นอยู่กับ ความไว้วางใจของประชาชน และควรได้รับความเคารพจากทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินของสหรัฐฯ
ปัญหาการแทรกแซงและการเมือง
ปัจจุบัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังรุกแรงกดดัน Fed โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ตัด อัตราดอกเบี้ย ลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธาน Fed อย่างต่อเนื่องว่าปฏิเสธการลดอัตราดอกเบี้ย โดยโต้แย้งว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูงขึ้นและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ทรัมป์ยังพยายามผลักดันให้พาวเวลล์ลาออกหรือถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ขณะที่ยังมีการแข่งขันทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจในการไล่ผู้ว่าการ Fed ออกจากตำแหน่ง ซึ่งต้องตัดสินในศาลสูงของสหรัฐฯ (Supreme Court)
บทบาทของพาวเวลล์และการสอบสวน
พาวเวลล์ถูกกล่าวถึงในการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับคำให้การของเขาต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของ Fed ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทรัมป์และฝ่ายบริหารใช้เป็นข้อโต้แย้งว่าการบริหารของ Fed ขาดความโปร่งใสและอาจเป็นเหตุผลให้เกิดการถอดถอน
แม้พาวเวลล์จะย้ำว่า Fed ยังคงยืนหยัดในอิสระของตนและยืนยันว่าการตั้งอัตราดอกเบี้ยควรพิจารณาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจไม่ใช่การเมือง ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่าการแทรกแซงทางการเมืองอาจทำให้เกิด แรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของตลาด และเศรษฐกิจโดยรวม
มุมมองต่อความเป็นอิสระของ Fed
นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่า การปล่อยให้ภาครัฐเข้าแทรกแซงอย่างกว้างขวาง ในการตัดสินใจของธนาคารกลางอาจทำให้ความเชื่อมั่นของสาธารณะและนักลงทุนต่อระบบเศรษฐกิจอ่อนแอลง และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยเกิดความผันผวนมากขึ้นในระยะยาว
แนวโน้มต่อไปในวอชิงตัน
ในขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าศาลสูงสุดจะตัดสินอย่างไรเกี่ยวกับการดำเนินการของทรัมป์ต่อ Fed หรือว่าพาวเวลล์จะยังคงดำรงตำแหน่งจนหมดวาระหรือไม่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารของรัฐบาลกับธนาคารกลาง ทั้งในด้านการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจ
สำหรับนักวิเคราะห์ด้านการเงิน เหตุการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของระบบธนาคารกลางสมัยใหม่ เพราะต้องสร้างสมดุลระหว่าง ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเป็นอิสระ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลนโยบายการเงินของประเทศหนึ่ง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองที่มองความสำคัญของการเติบโตเศรษฐกิจระยะสั้น
#FederalReserve #TrumpVsPowell #การเมืองสหรัฐ #นโยบายการเงิน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น