
Salesforce ถูกมองเป็นหุ้นซอฟต์แวร์ที่ Undervalued หลัง AI และ Agentforce หนุนการเติบโต
Salesforce ถูกมองเป็นหุ้นซอฟต์แวร์ที่ Undervalued ท่ามกลางกระแส AI Enterprise
Salesforce กำลังกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้ง หลังบริษัทโชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 ที่แข็งแกร่ง โดยรายได้รวมอยู่ที่ 10.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้จาก Subscription & Support แตะ 9.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% สะท้อนว่าฐานลูกค้าธุรกิจยังเหนียวแน่นและยังใช้แพลตฟอร์มของ Salesforce ต่อเนื่อง
ทำไมหุ้น Salesforce จึงถูกมองว่ายังถูกเมื่อเทียบกับหุ้นซอฟต์แวร์รายอื่น
ประเด็นหลักคือ Salesforce ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท CRM แบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นแพลตฟอร์ม AI CRM สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ จุดเด่นอยู่ที่การรวมข้อมูลลูกค้า ระบบขาย การตลาด บริการลูกค้า และ AI Agent เข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทมีโอกาสเพิ่มรายได้จากลูกค้าเดิมได้มากขึ้น
ในไตรมาสล่าสุด บริษัทมี current remaining performance obligation หรือ cRPO อยู่ที่ 29.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% และมี RPO รวม 59.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% ตัวเลขนี้สำคัญเพราะสะท้อนรายได้ในอนาคตที่มีแนวโน้มถูกรับรู้จากสัญญาลูกค้าที่ทำไว้แล้ว
Agentforce และ Data 360 กลายเป็นหัวใจใหม่ของการเติบโต
Salesforce ระบุว่า Agentforce และ Data 360 มี annual recurring revenue เกือบ 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 114% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Agentforce ARR เติบโตแรงถึง 330% ในไตรมาสเดียวกัน นี่คือสัญญาณว่าลูกค้าองค์กรเริ่มนำ AI Agent ไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ทดลองตามกระแส
บริษัทบอกว่ามีดีล Agentforce แบบจ่ายเงินแล้วมากกว่า 9,500 ดีล และมีการประมวลผลผ่าน LLM gateway มากกว่า 3.2 ล้านล้าน tokens ตัวเลขเหล่านี้ช่วยสนับสนุนมุมมองว่าธุรกิจ AI ของ Salesforce เริ่มมี traction ในเชิงพาณิชย์แล้ว
กำไรและกระแสเงินสดยังเป็นจุดแข็ง
นอกจากการเติบโตของรายได้ Salesforce ยังโดดเด่นด้าน profitability โดยไตรมาส 3 มี GAAP operating margin 21.3% และ non-GAAP operating margin 35.5% ขณะที่ operating cash flow อยู่ที่ 2.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% และ free cash flow อยู่ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22%
บริษัทคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นรวม 4.2 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการซื้อหุ้นคืน 3.8 พันล้านดอลลาร์ และเงินปันผล 395 ล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่า Salesforce ไม่ได้เป็นแค่หุ้นเติบโต แต่เริ่มมีคุณสมบัติของหุ้นคุณภาพที่สร้างกระแสเงินสดสูงด้วย
เป้าหมายรายได้ปี 2030 ช่วยเพิ่มภาพการเติบโตระยะยาว
Reuters รายงานว่า Salesforce ตั้งเป้ารายได้มากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ราว 58.37 พันล้านดอลลาร์ โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเพิ่มฟีเจอร์ AI ในบริการ Cloud ของบริษัท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาว่า AI จะเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรได้เร็วแค่ไหน เพราะลูกค้าองค์กรบางส่วนยังระมัดระวังการใช้จ่ายในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน Reuters ระบุว่าความคาดหวังต่อผลตอบแทนจากการลงทุน AI ยังเป็นแรงกดดันต่อบริษัท Cloud หลายราย
ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตาม
แม้มุมมองต่อ Salesforce จะเป็นบวกมากขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น การเติบโตของรายได้ที่อาจไม่เร่งตัวเร็วพอ การแข่งขันจาก Microsoft, Oracle, ServiceNow และผู้เล่น AI-native รวมถึงความเสี่ยงด้าน valuation หากตลาดปรับลด premium ของหุ้นเทคโนโลยี
อีกประเด็นคือการซื้อกิจการ Informatica ซึ่ง Salesforce ระบุว่าช่วยเสริมความสามารถด้าน data catalog, integration, governance, quality, privacy และ master data management ให้กับแพลตฟอร์ม แต่ดีลขนาดใหญ่ย่อมมีความเสี่ยงด้าน integration และต้นทุนการรวมระบบ
สรุปภาพรวม
โดยรวมแล้ว Salesforce กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากบริษัท CRM ชั้นนำ ไปสู่แพลตฟอร์ม AI enterprise เต็มรูปแบบ ตัวเลขรายได้ กระแสเงินสด margin และ backlog ยังแข็งแรง ขณะที่ Agentforce และ Data 360 ช่วยเพิ่ม narrative การเติบโตระยะยาว
หากบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่า AI สร้างรายได้จริง ขยาย margin ได้ต่อ และรักษาฐานลูกค้าองค์กรไว้ได้ หุ้น Salesforce อาจยังมีโอกาสถูกประเมินค่าต่ำเมื่อเทียบกับคุณภาพธุรกิจและศักยภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นการสรุปข่าวและวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
#Salesforce #CRMStock #หุ้นเทคโนโลยี #AIStocks #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น